บทบรรณาธิการ

สมานฉันท์


ความพยายามที่จะโพรโมท ให้เจ้าของรถหันมาใช้แกสโซฮอล ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อในสื่อต่างๆอย่างเอิกเกริก ทำให้บรรยากาศตอนที่จะเลิกใช้น้ำมันผสมสารตะกั่ว แบบเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ย้อนกลับมาอีกครั้ง

ตอนนั้น บริษัทน้ำมันจัดทำโฆษณา และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไป รู้สึกว่าคนที่คัดค้านการยกเลิกน้ำมันผสมสารตะกั่วอย่างทันทีทันใด เพราะยังมีรถเก่าจำนวนมาก ไม่สามารถเติมน้ำมันไร้สารตะกั่วได้ กลายเป็นคนผิดและคนโง่

ตอนนี้ก็ไม่ต่างกันแม้แต่น้อยครับ หลังจากเจ้าของรถส่วนหนึ่งเริ่มรู้ทันว่าแกสโซฮอล มันมีคุณสมบัติบางประการที่แตกต่างจากเบนซิน 95 ไม่ใช่ “ใช้ได้เหมือนกัน” อย่างที่บริษัทน้ำมันพยายามบอก หนำซ้ำ รัฐมนตรีพลังงานคนใหม่ ก็ดูเหมือนจะรู้และแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกเบนซิน 95 ทำให้บรรดาบริษัทน้ำมันรวมทั้งผู้ผลิต และนำเข้าเอธานอล ที่วาดวิมานไว้สวยหรู เดือดร้อนไปตามๆ กันบริษัทน้ำมันก็เลยต้องรับหน้าเสื่อ ระดมผลิตโฆษณาเชียร์แกสโซฮอลออกมาเป็นชุด โดยใช้มุกเดิม คือ กล่าวหาแบบเหมาโหลว่า พวกที่ต่อต้านการใช้แกสโซฮอลเป็นพวกโง่

ผมไม่อธิบายรายละเอียดนะครับ คงได้เห็นกันตามสื่อทั่วไปอยู่แล้ว

ยิ่งกว่านั้น บริษัทน้ำมันยังใช้ความได้เปรียบในการเป็นผู้กุมกลไกการตลาด ลอคราคาขายปลีกแกสโซฮอลให้ต่ำกว่าเบนซิน 95 ถึงลิตรละ 3 บาทกว่า

คราวนี้ ใครที่ยังไม่ยอมเติมแกสโซฮอล เพราะ “รู้จริง” ว่ารถตัวเองใช้ไม่ได้ นอกจากจะถูกโฆษณาล้อเลียนว่าโง่เหลือหลายแล้ว ยังอาจโดนสังคมประณามว่า ไม่รักชาติ อีกข้อหาหนึ่ง

สังคมคนใช้รถควรจะอยู่กันอย่างสมานฉันท์ โดยต่างคนต่างอาศัยข้อมูล ความรู้ ข้อเท็จจริง และกลไกการตลาด ที่เป็นธรรม เป็นปัจจัยในการตัดสินใจเลือกใช้น้ำมันอย่างอิสระ นั่นคือ รถใครได้รับการรับรองจากบริษัทผู้ผลิตว่าใช้แกสโซฮอลได้ และพอใจกับตัวเลขการประหยัดที่แท้จริง ลิตรละไม่เกิน 50 สตางค์ ก็เชิญเลือกเติมแกสโซฮอลไปตามสบาย ส่วนรถใครที่บริษัทผู้ผลิตเขาไม่รับรอง ก็สามารถหาเบนซิน 95 เติม ได้อย่างไม่ยากลำบาก

ผมเข้าใจว่า ถ้าเจ้าของรถสมานฉันท์กันได้แบบที่ยกตัวอย่างมานี้ บริษัทน้ำมันคงจะเดือดร้อนกระมังครับ

เพราะฉะนั้น เราจึงได้เห็นบริษัทน้ำมันเขาสมานฉันท์กันขึ้นราคานับสิบครั้งตั้งแต่ต้นปี ด้วยการอ้างราคาตลาดโลกและราคาสิงคโปร์ ที่เริ่มมีคนจับได้ไล่ทัน ว่าอาจเป็นเพียงข้ออ้างข้างๆ คูๆ

ขณะเดียวกันก็ยุแยงคนใช้น้ำมันให้หันมา “สมานฉะ” กันเอง เพื่อกำหนดราคาขายและทิศทางการตลาดตามใจชอบ อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้



------------------------------
เรื่องโดย : สายยศ สุวรรณหงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2550
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/OctdB
เพิ่มเพื่อน