ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์

รถโบราณ VS จตุคาม ฯ


ตลาดรถใหม่ช่วงนี้อาการทรงกับทรุดครับ แต่ก็มีแนวโน้มจะกระเตื้องขึ้น ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 นี่แหละ หลังจากกลุ่มผลประโยชน์ที่เรียกตัวเองว่า พรรคการเมืองบางพรรคถูกยุบไปแล้ว เท่ากับผ่านไปได้เปลาะหนึ่ง เหลืออีก 2 เปลาะ คือ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กับการเลือกตั้ง

ถ้า 2 เปลาะสุดท้ายนี้ไม่มีปัญหา ธุรกิจรถใหม่ก็น่าจะกลับมาคึกคักตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมนี้เลยทีเดียว เพราะจะมีแรงส่งระดับ “ช้างถีบ” จากงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 24″ ของเราช่วยให้ตลาดไปโลดเช่นเดียวกับทุกปีที่ผ่านมา

เอาไว้ใกล้ถึงช่วงนั้น เราค่อยมาประเมินสถานการณ์กันอีกทีดีกว่า ตอนนี้ผมขอพูดถึงตลาดที่กำลังโตอย่างเงียบๆ โดยไม่ค่อยสนใจว่าใครจะอยู่ ใครจะไป หรือใครจะถูกยุบสักเท่าไร นั่นคือ ตลาดรถโบราณและรถคลาสสิค

เนื่องจากสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ซึ่งมีผมเป็นนายก (ตำแหน่งเทียบเท่ากับนายกสมาคมกอล์ฟเชียวนะครับ) เพิ่งเสร็จสิ้นจากการจัดงานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 31 ที่ เธอะมอลล์ บางกะปิมาหมาดๆ จึงทำให้รู้ว่ารถประเภทนี้กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยวัดจากตัวงานที่ประสบผลสำเร็จทั้งยอดรถที่เข้าประกวด และยอดผู้ชมงานที่สูงกว่าทุกปี

ถ้าไม่คิดมากก็น่ายินดีอยู่หรอกครับ ที่ดูเหมือนคนไทยจะเริ่มเห็นคุณค่าการอนุรักษ์ของเก่าของโบราณให้ตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมสู่อนุชนรุ่นหลัง แต่ในความยินดีนั้นยังมีเรื่องน่าวิตกแฝงอยู่

อย่าลืมนะครับว่า รถโบราณในประเทศไทยมี (หรือเหลืออยู่) จำกัด และไม่สามารถนำเข้าจากต่างประเทศได้ ตรงกันข้ามกลับมีสิทธิ์ถูกขายไปอยู่ในคอลเลคชันของนักสะสมทั่วโลก จนบางคนเปรียบเทียบเส้นทางรถโบราณบ้านเราว่าทางเข้าเท่ารูเข็ม ทางออกเท่ามหาสมุทร ซึ่งตรงกับสภาพความเป็นจริงอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ รูปแบบการ “เล่น” รถโบราณของเราก็เริ่มมีปัญหา จากเมื่อก่อนที่รถพวกนี้แทบไม่มีมูลค่าเป็นเศษเหล็กอยู่ในป่าช้ารถ หรือหลังบ้านคน พอมีการประกวด ดีมานด์สูงขึ้น แต่ซัพพลายเท่าเดิมเลยหายาก ราคาสูง จนเดี๋ยวนี้กลายเป็นกระแส ใครมีเงินต้องหามาประดับบารมี ทั้งที่บางคนอาจไม่รู้จักดูแลรักษา เช่น ซื้อรถยุโรปมาเปลี่ยนเป็นเครื่องญี่ปุ่น แต่ก็ทำให้รถพวกนี้ถูกขุดขึ้นมาขาย คันไหนเคยได้รางวัลมาแล้วก็จะมีมูลค่า มีคนแย่งกันซื้อ

แน่นอน ว่าการจัดประกวดของเรามีส่วนส่งเสริมให้เกิดปรากฏการณ์นี้ แต่เป้าหมายจริงๆ ของเราไม่เกี่ยวกับการพาณิชย์ มันเกิดเองเพราะอุปนิสัยขี้เห่อ หรือบ้าแห่ของคนไทย

ใครก็ตามที่ได้เป็นเจ้าของรถโบราณ ผมอยากให้ภูมิใจ ผูกพัน เหมือนมันเป็นส่วนหนึ่งของเรา วันว่าง หรือวันหยุดก็นำไปขับด้วยตัวเองบ้าง ไม่ใช่บูรณะไว้ให้คนรถขับ มิเช่นนั้นพอไปถึงคนรุ่นหลังการสะสมรถโบราณอาจมีลักษณะศักดินามากกว่านี้

ผมชักหวั่นๆ ว่า อีกไม่นาน รถโบราณจะกลายเป็น “จตุคามรามเทพ” ที่ทั้งเศรษฐี และยาจก ต่างแย่งกันครอบครองโดยไม่รู้ที่มาที่ไป และคุณค่าแท้จริงของมัน



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2550
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/UgcCo
เพิ่มเพื่อน