โค้งอันตราย

ซื้อมาซ่อม


เคยนำเสนอกันไปหนก่อน หนนี้ก็มีเรื่องทำนองเดียวกันมานำเสนออีกแล้ว เพียงแต่คราวนี้เป็นคนละยี่ห้อกัน แต่ยังไงก็ทำจากโรงงานเดียวกัน คราวที่แล้วเป็นเรื่องของเจ้าของบแรนด์ คราวนี้เป็นเรื่องของ โออีเอม ที่ติดยี่ห้อมาคนละอย่าง

ที่เก็บเอาเรื่องราวความพิกลพิการของรถกระบะมานำเสนอทุกบ่อย ก็เพราะตัวเองก็ใช้รถกระบะ แล้วก็เคยประสบกับปัญหามาบ้างแล้ว เลยค่อนข้างเห็นใจผู้ใช้รถ ที่ต้องการซื้อรถมาใช้งาน แต่กลายเป็นว่าซื้อรถมาซ่อม คนเบี้ยน้อยหอยน้อย ก้มหน้าก้มตาทำงานหาเงิน กลับกลายเป็นเงินค่าซ่อมรถไปเสียนี่ทั้งที่เป็นรถป้ายแดงด้วยซ้ำ

ก็นำเสนอเอาไว้ อยากให้ผู้บริโภคคิดหน้าคิดหลังดีๆ ว่ารถยี่ห้อที่จะซื้อน่ะ มีแคมเปญสารพัด เอาไว้ล่อหลอกผู้บริโภค เหมือนกับที่เคยบอกไว้ว่า เดี๋ยวนี้ ประกันภัยชั้น 1 กลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานประจำรถใหม่ป้ายแดงไปเสียแล้ว เป็นเวลา 1 ปี ทดลองถามคนที่ใช้ยี่ห้อที่เราอยากจะซื้อดู ลองเข้าไปดูในโลกไซเบอร์ ว่าแต่ละรุ่นน่ะ เขามีเวบเพจเป็นของตัวเอง เข้าไปอ่านสิ่งที่เขาปรับทุกข์กันในนั้น บางอย่างก็เป็นเรื่องเล็กน้อย แต่บางอย่างก็ใหญ่เอาการ ชนิดที่ต้องวิ่งหา สคบ. เลยเชียวละ

มาลองดูว่าคนขี้บ่นที่มาเล่าในเวบน่ะมีอะไรกันบ้าง เริ่มด้วยท่านแรก

คอมมอนเรล ซ่อม 6 เดือนไม่เสร็จ ปัญหา 1. คลัทช์ดัง 2. กินน้ำมันเครื่อง 3. เครื่องร้อน 4. เบาะซ้ายดัง โครงเป็นสนิม และเสียงดังจุกจิกอื่นๆ

5. กลิ่นเข้ารถ รั่วจากลิ้นปิดอากาศ 6. แชสซีส์เป็นสนิมรอยเชื่อม 7. ไฟหน้าเป็นฝ้า 8. แกนพวงมาลัยดังครืดๆ 9. อะไหล่รอนานมากกว่าเดือน 10. พนักงานศูนย์ไม่สามารถตัดสินใจได้ ต้องรอส่วนกลาง

ท่านนี้เป็นคนต่างจังหวัด ทางศูนย์ติดต่อเจ้าหน้าที่จากกรุงเทพ ฯ ไปดูอาการรถ แล้วก็เงียบหายไป

ยังครับ ยังไม่จบ ยังมีต่ออีก

ไฟรูปเครื่องโชว์ และเครื่องร้อน รถใหม่ไม่ถึง 30,000 กม. ขับไปเติมน้ำไป ถึงได้รู้ว่าน้ำในหม้อน้ำมีตะกอน

พอเอารถเข้ามาศูนย์กรุงเทพ ฯ ศูนย์ก็ขอรถไว้ตรวจสอบ โดยยกเครื่องยนต์ออก แล้วซ่อมประมาณ 1เดือน โดยไม่มีการแจ้งแก่ลูกค้า แต่ได้อะไหล่คืนบางส่วน รวมทั้งเสื้อสูบ

จากนั้นปัญหาความร้อนก็หายไป แต่น้ำมันเครื่องยังหายเหมือนเดิม แถมมีอาการเขกตลอดเวลาที่เร่งเครื่อง

จากนั้นคนขี้บ่น ก็บ่นเรื่อยไปจนผู้จัดการลูกค้าสัมพันธ์ยืนยันจะให้เปลี่ยนเทอร์โบ ก็ยอมนำรถเข้ามาเปลี่ยน แต่มีคำถามว่า ถ้าเปลี่ยนแล้วไม่หายจะทำอย่างไร เครื่องยนต์ที่มีเสียงเขก ต้องแก้ไขอย่างไรจนท้ายสุดเคสนี้ก็เข้าไปที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเรียบร้อย แต่ สคบ. ก็ยังไม่ปิดคดีนี้ ก็เลยยังไม่มีรายงานผล

รายที่ 2 ยี่ห้อเดียวกันนี่แหละ

รถผมมีปัญหาเรื่องกินน้ำมันเครื่องเนื่องจากแหวนลูกสูบไม่ได้มาตรฐาน กับแผ่นคลัทช์พังทุกคัน ย้ำคำว่าทุกคันในลอทที่เป็นเครื่องคอมมอนเรล ยังไม่เรียกเข้าไปเปลี่ยนเลย ต้องรอให้ลูกค้า โวย ถึงเปลี่ยนให้ฟรี ถ้าไม่โวย ไม่ขอเคลม พอหมดรับประกัน ก็ต้องเสียสตางค์เอง

ถ้าแค่คลัทช์ คงแค่ 6-7 พันบาท แต่ถ้าเจอลูกสูบเป็นรอย จากปัญหากินน้ำมันเครื่อง ต้องยกเครื่องทิ้งค่าซ่อมแสนกว่าบาท เจ๋งจริงๆ

มันเป็นปัญหาใหญ่ รื้อเครื่องออกมา รถวิ่งแค่ 2 หมื่นกม. เปลี่ยนน้ำมันเครื่องได้ 2 เดือน น้ำมันเครื่องเหลือแค่ 3 ลิตร สูบเป็นรอย กินน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย กินน้ำมันเครื่องด้วย…ช่างขาดความรับผิดชอบจริงๆ

รถดี ช่างดี ศูนย์บริการดี แต่ผู้บริหาร “ห่วย+ไร้ความรับผิดชอบ”

ลูกสูบ วิ่ง 2 หมื่นกว่ากม. มีรอยแล้วทั้งๆ ที่ผิวเคลือบยังไม่หลุดเลย แต่ศูนย์บริการเปลี่ยนให้ครับ ด้วยความรับผิดชอบของ ศูนย์บริการ

แต่คุยกับช่าง เขาบอกมาเลย ผู้บริหารไม่มีนโยบายเรียก RECALL มี แต่แก้ปัญหาให้เฉพาะคัน หากลูกค้าท่านไหนไม่รู้ ก็ถือว่า “ซวยไป”

ผิวกระบอกสูบมีรอยนี้ดเดียว โชคดีที่ยังรู้ไว ไม่งั้น เจอตีปลอกแน่ ถามช่างว่า ถ้าไม่ยอมตีปลอก จะให้เปลี่ยนเสื้อใหม่เลยได้ไหม ช่างตอบมาเหมือนเคย ผู้บริหารไม่มีนโยบายเปลี่ยนเสื้อใหม่ให้ มีแต่ตีปลอกให้เท่านั้น ทั้งๆ ที่ตีปลอกแล้วมันใช้ได้ไม่นานก็พังอีก

อันที่จริง ข่าวคราวที่รับฟังมาของรถยี่ห้อนี้ ก็คือ ศูนย์ยินดีเคลมให้ทุกอย่าง แต่ก็อย่างว่าแหละครับต่างคนต่างจิตต่างใจ คนซื้อรถมาใช้ก็หัวเสียเพราะเจอแต่ปัญหา ช่างก็หัวเสีย เพราะลูกค้าเอาปัญหามาโยนให้ สารพันกันนั่นแหละ

แถมให้อีกเป็นคันที่ 3 โดนยกคลัทช์เหมือนกัน เพราะลูกปืนคลัทช์แตกหมด เนื่องจากอะไหล่ในลอทมีปัญหา แต่ไม่เรียกเคลม เผื่อลูกค้าไม่รู้ เข้าใจว่าพังเพราะการใช้งาน จะได้เสียสตางค์เอง

แต่แหวนลูกสูบพัง โชคดีที่เป็นเฉพาะคัน CAB คัน 4 ประตูไม่เป็นเพราะเป็นเครื่องตัวเก่า

คันที่ 4 ของผมขับ 4 รถปีกว่าๆ วิ่งแค่ 40,000 กม. ศูนย์เรียกไปเปลี่ยน ท่อร่วมไอดี มีรอยร้าว แถมคูปองเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องมา 1 ใบ

ชอค ฯ หน้า รั่ว ทั้งคู่ เคลมแล้ว เลยถามทางช่างว่าของเพื่อนก็เป็น ทำไมไม่เรียกเคลม ต้องรอให้เจอเอง ช่างบอกถ้าลูกค้าไม่เจอเอง เดี๋ยวยางมันก็ฟ้องเองครับ ผมเลยบอกว่า ถ้ามันมีปัญหาที่ชอคอับแล้วรอให้ส่งผลกับยางสึกเป็นบั้งๆ ลูกค้าก็ต้องเสียเงินเปลี่ยนยางอีกสิ

ลูกลอยน้ำมันดีเซล เติมเต็มถังแล้วขึ้น 3 ใน 4 ก็เปลี่ยนลูกลอยให้ บางคันก็กลับกัน น้ำมันจะหมดแล้วยังเหลืออีกขีด

ก็เก็บเอาเรื่องจริงในโลกไซเบอร์มาฝากนะครับ เพราะเจ้าของรถเอารูปรถตัวเองมาลงไว้ให้ดูด้วย แถมยังท้าทายให้ตามไปพิสูจน์ดูได้ เพราะเลขทะเบียนหราอยู่อย่างนั้น แถมไม่ใช่มีคันเดียวเสียด้วยสิ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์อ่านแล้วไม่ต้องโทร. มาถามนะครับ ลองโทรกลับเข้าไปที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ของคุณเองนั่นแหละ ว่าปัญหาพวกนี้มีจริงหรือเปล่า หรือว่าพวกผมเอามายกเมฆกันเล่น

แล้วก็ไม่ต้องโทร. มารายงานด้วยนะ



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2550
คอลัมน์ : โค้งอันตราย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/jCcEa
เพิ่มเพื่อน