โค้งอันตราย

มีแต่ปัญหา


เที่ยวสงกรานต์กันสนุกดีอยู่หรือ ท่านผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่าน เพราะดูจากสรุปอุบัติเหตุช่วง 7 วัน อันตรายแล้ว ส่วนใหญ่จะเกิดในทางสายย่อย ไม่ใช่ทางสายหลัก ก็ฝากเอาไว้ให้ขับกันอย่างระมัดระวังอย่างนี้จนเป็นอุปนิสัยก็แล้วกัน

หนนี้มีเรื่องมาฝากจากโลกไซเบอร์ ในเวบยอดนิยม งานอดิเรกสุดสัปดาห์ ก็มีผู้ใช้รถกระบะยี่ห้อหนึ่ง คงทนซ่อมรถตัวเองจนเบื่อ ก็เลยมาตั้งกระทู้หาแนวร่วม ประมาณว่า รถกระบะยอดนิยมของใครเป็นโรคพิสดาร ปวดหัวตัวร้อน ต้องเข้าไปหาหมอใหญ่ที่ 0 หรือหาหมอตี๋แถวข้างทางกันบ้าง

ก็เลยเก็บเอามาเล่ากันเป็นรายๆ ไปครับ

เริ่มด้วยท่านแรก อันนี้มาจากในเวบนะ และต้องขอเซนเซอร์บางประเด็นด้วย หวังว่าคงเข้าใจ

“ประเดิมก่อนเลย เรื่องของเสียงที่ดังมาจากคอมแอร์ เสียงกวนใจประมาณว่า (444444444) จะดังขึ้นถ้าโดนน้ำ หรือล้างห้องเครื่องนะครับ แรกๆ ใช้ โซเนกซ์ วันเว้นวัน หลังเลยใช้จาระบีแบบทนร้อน ระบายรอบหน้าร่องสานพานทาทั่วครับ เสียงดังกล่าวก็จะเงียบหายไปเลย ทีนี้ก็เหลือแต่เสียงเครื่องยนต์ ที่นึกไม่ออกว่า จะให้มันเงียบกว่านี้ได้ไง”

ท่านแรกนี่ปัญหายังไม่ค่อยจุใจเท่าไรนัก แค่เสียงสายพานเท่านั้นเอง มาดูท่านที่ 2 ดีกว่า

“ของผม ปี 2003 ครับ วิ่งมา 130,000 กม. ปัญหาที่พบ

1. เสียงก๊อกแก๊กเป็นที่รำคาญจิตใจตลอดเวลาในห้องโดยสาร ใต้คอนโซลตรงคนขับหาเท่าไรก็ไม่พบ ปวดหัวทั้งเจ้าของรถ และช่าง
2. เสียงเครื่องยนต์ที่ดังด้านนอกพอรับได้ หากระบบซับเสียงระหว่างห้องโดยสารและห้องเครื่องจะดีแบบ ประเภท CAB ของผม 4 ประตู เสียงเครื่องยนต์ที่เข้ามาดังกว่าแบบ CAB
3. ตู้คอมแอร์พังบ่อยมาก ไม่ทราบเป็นอะไร ล่าสุดลูกปืนตู้คอมใบพัดลมในคอมแอร์พัง พอซ่อมมาก็มีเสียงแมลงหวี่ตามมาครับ
4. หัวฉีดน้ำยาคอมแอร์พังครับ
5. แผ่นชิพควบคุมระบบไฟฟ้า และระบบทำงานของคอมแอร์พังครับ

ที่พังๆ มันทยอยพัง และซ่อมที่ 0 ใหญ่บ้าง ซ่อมที่ 0 อยุธยาบ้าง ซ่อมที่ร้านทั่วไปบ้าง พบว่าซ่อมตรงนี่ ตรงโน้นพัง

กะว่าจะเอารถเข้า 0 ใหญ่ และรื้อระบบแอร์ออกทั้งหมด และใส่ใหม่เลย เพื่อจะตัดปัญหาทำครั้งเดียว”

ท่านที่ 2 นี่เปิดออกมาเลยว่าอยู่ใกล้กรุงเทพ ฯ แค่นี้เอง เลยพอขับเข้ามา 0 ใหญ่ใน กทม. ได้ มาดูปัญหาของท่านที่ 3 กันต่อ

“3.0 ปี 2003 ระยะ 120,000 แล้ว อาการที่เสีย และแก้ไข
1. แป็บหัวฉีดน้ำมันซึมตรงข้อต่อหัวฉีด (ที่ 5,000 กม.แรก) เคลมแก้ไข จบไม่มีอาการอีก
2. กลิ่นเข้าห้องโดยสาร เคลมปิดช่องรับอากาศภายนอกถาวร จบไม่มีอาการอีก
3. กระจกไฟฟ้าเสีย เคลม จบไม่มีอาการอีก
4. ไฟเอนจินโชว์ เคลม เคลียร์โคท แต่ไม่ยอมบอกว่า สาเหตุเพราะอะไร
5. ลูกปืนล้อหน้าหลวม เคลมปรับตั้ง จบไม่มีอาการอีก
6. คลัทช์ดัง เคลมเปลี่ยนแผ่นให้ใหม่ แต่ไม่หายเป็นอีก
7. สวิทช์ วาล์วแวคคัมเสีย เคลมจบไม่มีอาการอีก
8. ไฟเลี้ยวทำงานติดค้าง เคลมแก้ไข จบไม่มีอาการอีก
9. ชอค ฯ หน้าแตก หมดประกันแล้ว ซ่อมเอง
10. ซีลเกียร์รั่วน้ำมันกระจาย หมดประกันแล้ว ซ่อมเอง
11. ลูกปืนล้อหน้าไหม้ ที่ 80,000 กม. ไม่ยอมเคลมให้ (ไม่ติดใจเพราะวันนั้นเรารีบมากมีธุระด่วน)
12. อาการอื่นเล็กๆ น้อยๆ เสียงทั่วๆ ไปของรถระดับนี้ ก็ไม่ได้สนใจครับ”

3 รายแล้วนะครับ ปัญหาประดามีในรถกระบะยอดนิยม ต่อกันด้วยท่านที่ 4 เลยดีกว่า

“ของผมปลายปี 2002 วิ่งมาจะ 160000 กม. ครับ เครื่องเดิม มีอาการที่เจอมาดังนี้

1. พวงมาลัยสั่น ตั้ง 0 ก็ไม่หาย เชคช่วงล่างเจอ ลูกหมากกันโคลงเน่าเปลี่ยนใหม่ชุดที่ 2 (คู่ละ500) ลูกหมากปีกนกหมด เปลี่ยนใหม่ (คู่ละ1,300) ค่าแรง+ตั้ง 0 800 สิ่งที่ได้การสะท้านจากพวงมาลัยน้อยลง การควบคุมรถดีขึ้นครับ
2. เสียงเหมือนมีวัตถุตรงช่วงคนนั่ง ตีกัน จะดังตอนสะเทือนเท่านั่น เชคดูพบว่า ปลายเหล็กกันแครงค์มันโค้งไปกระทบกับตัวอะไรสักอย่าง (ไม่รู้จัก) บริเวณกระโหลกเฟืองหน้าเห็นเป็นรอยชัดเจน จึงถอดออกแล้วดัดใหม่ สิ่งที่ได้ อาการดังกล่าวหายไปครับ
3. อาการดังแต๊กๆ ๆ ๆ ใต้ห้องเครื่อง พอเหยียบคลัทช์แล้วไป อันนี้ยังแก้ไม่ได้
4. ระบบทำความเย็นยังปกติ งานทั้งหมดทำข้างนอกครับ เพราะหมดประกันไปนานแล้ว”

ทั้ง 4 ราย นี่มีเรื่องเสียงดังเป็นปัญหาประกอบทุกคัน ต่อกันด้วยรายที่ 5

“ของผม 4WD 2003 4 ประตู ตอนออกมาใหม่ๆ บัลลาสต์ไฟซีนอนเสีย เคลม มอเตอร์กระจกไฟฟ้าพัง เคลมมา 6 รอบ เบรคดัง ที่ 0 เอากระดาษทรายขัดก็ไม่หายดัง คลัทช์ดังเปลี่ยนคลัทช์ใหม่ หายดัง ช่องแอร์หัก เคลมใหม่ กลิ่นควันรถจากข้างนอกเข้ามาในรถ
ยังไม่ได้แก้ไข เปลี่ยนแหนบมา 1 ชุด ชอค ฯ 4 ตัว”

รายนี้ดูเหมือนปัญหาจะน้อยนะครับ แต่ถ้าต้องเคลมกันถึง 6 รอบน่ะ ท่าจะมากอยู่นะครับไปต่อที่รายที่ 6 “ของผม 3.0 4WD 2004 มีดังนี้
1. กระจกหลังด้านคนขับลงแล้วขึ้นไม่ได้ เข้า 0 เชคพบเฟืองขับในชุดมอเตอร์แตกเลยเคลมให้ใหม่
2. เคลมชุด EGR ไป 1 ชุด เนื่องจากอุปกรณ์มีปัญหาจากการผลิต ใครที่ออกรถประมาณพย. 2004 เป็นต้นไปให้โทรไปเชคได้ที่ 0 ว่ารถเราอยู่ในรายการที่ต้องเปลี่ยนหรือเปล่า
3. ลมแอร์ชอบรั่วออกแถวเท้าคนขับ เข้า 0 เชคแล้วยังไม่พบจุดที่มีปัญหา ทางช่างบอกให้คอยโยกเปิด/ปิดที่ช่องปรับเลือกช่องแอร์เอามันก็จะหายอาจเป็นเพราะมันปิดไม่สนิท”

ดูท่าไม่ค่อยเท่าไรนะครับ น่าจะเป็นเรื่องเสียอารมณ์มากกว่า ต่อกันอีกรายที่ 7 “เริ่มด้วย 2002 หน้า…นะครับ 1 กระจกไฟฟ้า ขึ้นลงฝืดๆ บางครั้งติดขัด เคลมแล้วจบ 2 เกียร์ออโต้ มีปัญหาไม่ยอมเข้าเกียร์ 4 เคลมแล้วจบ 3 ชอคหน้าแตกบ่อย เคลมจบเบื่อ หลังหมดประกันแล้วเลยจับ PROCOMP MX6 มาใส่ ดีกว่าเดิมอีกอิอิต่อด้วย 2004 หน้า  4WD

1. ชอคหน้า แตกอีกแล้ว คราวนี้คู่หน้าแตกพร้อมกันเลย เคลมแล้ว ยังใช้อยู่ หมดประกันเมื่อไรล่ะก็…เจอกัน
2. ไฟ ABS กับไฟรูปเครื่องยนต์ ค้าง แก้เบื้องต้นด้วยตนเอง ถอดสายไฟแบทเตอรีออก ทิ้งไว้ข้ามคืนตื่นมาจับใส่ หายเฉยเลย…สบายไป

แต่ที่ 2 คันนี้เสียเหมือนๆ กัน คือ ชุดลอคบานสวิงยางหลังมีเสียง “เอียด” ๆๆๆ เสียงเหล็กถูกัน เกิดจากชุดลอคด้านหลังนั้นเอง ถ้ามันสึกหรอไปมากก็เปลี่ยนซะ แต่ถ้ายังดูดีอยู่ให้นำยางในจักรยานมาตัดเป็นเส้นๆ แล้วพันรอบๆ ขอลอคด้านหลังซะ แล้วจะสบายหูขึ้นครับ

คันสุดท้าย 4WD ปี 2006 รถ 4 เดือน
1. ยางขอบประตูหลุดบ่อยๆ เอากาวยางทา แล้วจับยัดเข้าไปหลังจากนั้น หายสนิท
2. เบาะที่นั่งคู่หน้า ไม่แน่น ต้องมานั่งขันเองอีก
3. เครื่องยนต์เดินไม่เรียบ มีอาการกระตุกบ้าง บางครั้งถึงขั้นดับไปเฉยๆ
4. กระบะท้ายปิดแล้วไม่สนิท ต้องไปตั้งใหม่
5. เกียร์อัตโนมัติเริ่มมีปัญหา เปลี่ยนเกียร์ช้ามาก บางครั้งต้องลากรอบไปถึง 3,200 รอบ จึงจะยอมเปลี่ยน ทั้งหมดแจ้งเรื่องสำนักงานแล้วรอเข้าศูนย์ไปซ่อมครับ”

ท่านที่ 7 นี่ ยังคงรักใคร่ชอบพอกับรถกระบะยี่ห้อนี้อยู่ หรืออีกทีบ้านก็น่าจะอยู่ข้างศูนย์นั่นแหละ ถึงยอมเจอกับปัญหามา 3 คันรวด เอ หรือว่าจะเป็นญาติโกโหติกากับรถกระบะยี่ห้อนี้ก็ไม่รู้

นั่นคือ ปัญหาเล็กๆ ของรถกระบะยอดนิยมยี่ห้อหนึ่ง ที่ปรากฏขึ้นมาบนโลกไซเบอร์อันที่จริงมีคนเข้ามาโพสต์ปัญหาในกระทู้นี้เกือบ 100 คน ก็แสดงว่าถึงจะรักกระบะขับกระบะยอดนิยม ก็ยังมีอารมณ์ของโลกไซเบอร์อยู่เสมอ

อ้อ ไม่ต้องหลังไมค์มาถามก็ได้ว่า ปัญหาของกระบะที่ว่ามานี่เป็นของยี่ห้อไหนเพราะในโลกความเป็นจริง เจ้ากระทู้เรื่องข้างบนนี้ ปรากฏอยู่เพียงแค่ชั่วข้ามคืนรุ่งขึ้นอีกวันก็อันตรธานไปจากโลกไซเบอร์แล้ว คงไม่ต้องบอกว่ามันสาบสูญไปได้อย่างไรนะครับ

จะซื้อจะหากระบะยอดนิยมยี่ห้อไหนไปใช้ หาข้อมูลกันให้ดีก่อน ไม่อย่างนั้นก็ต้องยอมทนใช้ไป ปวดหัวไป หรือเข้าศูนย์โดยสม่ำเสมอ แล้วก็ชำระค่าเสียหายตามปกติทุกบ่อยก็แล้วกัน

จึงเรียนมาเพื่อทราบ



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2550
คอลัมน์ : โค้งอันตราย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/cIPlO

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน