บทความ

น้ำหลาก


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์
เดือนกันยายน ปี '49 กับ '48
ตลาดรวม ลด 10.4 %
รถยนต์นั่ง เพิ่ม 25.8 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ ลด 18.5 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) ลด 29.6 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) ลด 47.2 %

 

ผ่านตากันถ้วนหน้าสำหรับความเดือดร้อนของชาวไทย โดยเฉพาะที่พักอาศัยอยู่ในที่ราบลุ่ม กับอุทกภัยหรือน้ำหลากประจำปีครั้งใหญ่ ที่ทำเอาเขื่อนทุกแห่งในประเทศไทย มีน้ำถึงระดับ 95 % เรียกว่าน้ำเต็มเขื่อนกันทุกแห่ง

หนนี้น้ำหลากทำเอายอดการขายรถยนต์ พัดพาหายไปถึง 10.4 % ในช่วงเดือนกันยายน ที่ผ่านมาขายกันได้แค่ 49,383 คัน เท่านั้น แถมยังพัดเอาตัวเลข 3 ไตรมาสแรก หดหายไป 3.2 % เหลือเพียง 488,450 คัน ตัวเลขคาดการณ์ขายประจำปี ก็คงอยู่ได้ในราว 6 แสน 5 หมื่นคัน นี่ต้องว่ากันถึงว่า น้ำจะท่วมขังอยู่ในระยะเวลาไม่นาน

แต่จากแหล่งข่าวหลากที่ บอกมาแล้วว่า อย่างน้อยต้องมีท่วมขังอยู่เป็นเดือน

ความเดือดร้อนของคนไทยด้วยกัน ขายรถยนต์ได้น้อยลงหน่อย ก็พอทน แต่ก็คงทนกันอยู่ได้แค่ 2-3 บริษัทเท่านั้น เพราะที่เหลือตัวเลขหดหายกันระดับ 10 % ถ้วนหน้า

สำหรับผู้ที่ประสบความเดือดร้อน น้ำท่วมรถยนต์ หรือยานพาหนะของท่าน เชิญติดต่อได้ที่ผู้แทนจำหน่ายในพื้นที่ของท่าน เพราะแทบทุกบริษัท ส่งทีมงานบริการลงพื้นที่ ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ประสบความเดือดร้อน ดูได้จากข่าวแจกระยะนี้ มีแต่ข่าวส่งทีมช่างเทคนิคไปช่วยเหลือพี่น้องกันทั้งนั้น

ไม่ได้รับความสะดกจากศูนย์บริการที่ไหน อย่างไร แจ้งมาได้ทันที เราคนไทยด้วยกัน ยินดีช่วยเหลือครับ

ยิ่งถ้าท่านไม่มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องยนต์ อย่าพยายามแก้ไขด้วยตนเองเข้าเชียว เพราะระบบอีเลคทรอนิครุ่นใหม่ๆ เนี่ย ถ้าเสียขึ้นมา เปลี่ยนลูกเดียวนะครับ

มีเงินไม่ถึง 512 ล้าน ทั้งครอบครัวมีเป็นหมื่นล้าน ก็อย่าไปยุ่งกับมันเลย ให้ช่างเขาทำ ยอมเสียค่าบริการอีกนิดหน่อยดีกว่า

มาเรื่องสัพเพเหระกันก่อน

หลังจากเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของคนกรุงเทพ ฯ ไปแล้ว ฟากทางการทางพิเศษ ก็ไม่ค่อยเดือดร้อนเท่าใดนัก เพราะเส้นทางเดินทางเข้าสนามบิน ไม่จำเป็นต้องใช้ทางพิเศษ

แต่ฟากทางดอนเมืองโทลล์เวย์ ร้องกันโอดโอย ว่าเงินหล่นหายไปวันละล้านบาท

อันนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดานะครับ ฮวงจุ้ยเปลี่ยนไป เพราะปิดสนามบินดอนเมือง ไปรุ่งเรืองเอาทางสมุทรปราการโน่น รายได้ก็ย่อมลดเป็นธรรมดา

แต่กระผมก็ยังงงๆ กับการทางพิเศษ เพราะท่านสำรวจความพึงพอใจในการใช้บริการทางพิเศษ ปีที่แล้ว ยกให้ ม. ธรรมศาสตร์ ดำเนินการ

ผลปรากฏว่าผู้ใช้บริการมีความพึงพอใจด้านการจัดเก็บค่าผ่านทางพิเศษ 76.4 % ด้านความคล่องตัวของการจราจร 70.1 % ด้านสภาพทางกายภาพของทางพิเศษ 79.1 % ด้านความปลอดภัยบนทางพิเศษ 83 % และด้านป้ายบอกทิศทาง และป้ายสัญญาณ 74.3 %

แถมด้วยมีการสำรวจภาพลักษณ์ด้านต่างๆ อาทิ การเป็นองค์การที่มีการบริการจัดการที่ดี การเป็นองค์กรที่มีพนักงานผู้ให้บริการที่ดี การเป็นองค์กรที่มีส่วนในการแก้ไขปัญหาการจราจรของประเทศการเป็นองค์กรที่ช่วยลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจของประเทศ การเป็นองค์กรที่ช่วยส่งเสริมการประหยัดพลังงาน การเป็นองค์กรที่เชื่อมั่นในบริการของ กทพ. และการเป็นองค์กรที่มีส่วนช่วยเหลือสังคม

เป็นการสะท้อนภาพลักษณ์ในทัศนคติของประชาชนที่มีต่อ กทพ. ซึ่งถือว่าเป็นความเชื่อมั่นในบริการโดยภาพรวม คิดเป็น 80.9 %

อย่างว่านะครับ คนมีสตางค์ จะคิดจะทำอะไร ก็ทำได้สบายๆ

กลับมาเรื่องตัวเลขประจำเดือนกันยายนดีกว่า

อย่างที่ขึ้นต้นเอาไว้ ว่าตัวเลขประจำเดือนลดลงเพราะผลของน้ำหลากทั่วประเทศ 10.4 % ขายได้ทั้งตลาด 49,383 คัน

ตำแหน่งแชมพ์ประจำเดือน โตโยตา ขาย 21,935 คัน เพิ่มขึ้นนิดหนึ่ง 1.6 % ส่วนแบ่งตลาด 44.4 % อันดับสอง อีซูซุ ขาย 10,632 คัน ลดลง 13.2 % ส่วนแบ่ง 21.5 % อันดับสาม ฮอนดา ขาย 4,668 คันเพิ่ม 5.1 % ส่วนแบ่ง 9.5 %, อันดับสี่ นิสสัน กลับมายืนแป้นได้ ขาย 3,259 คัน ลดลง 5.3 % ส่วนแบ่ง 6.4 % และอันดับห้า เชฟโรเลต์ ขาย 2,644 คัน ลดลง 19.6 % ส่วนแบ่ง 5.4 %

แยกเป็นประเภทรถยนต์นั่ง หนนี้ยอดขายสวนทางกับยอดรวม เพราะขายกันได้เพิ่มขึ้นถึง 25.8 % ด้วยตัวเลข 15,419 คัน โดยยอดรวม 3 ไตรมาสเพิ่มอยู่ 10.3 % ขายได้ 131,928 คัน

ตำแหน่งแชมพ์ เจ้าเก่า โตโยตา ขาย 7,241 คัน เพิ่มขึ้น 37.0 % ส่วนแบ่ง 47.0 % ที่สอง ฮอนดา ขาย 4,632 คัน เพิ่ม 7.0 % ส่วนแบ่ง 30.0 % ที่สามหน้าใหม่ เชฟโรเลต์ ขาย 1,622 คัน เพิ่มเยอะ 192.3 %ส่วนแบ่ง 10.5 0% ที่สี่ นิสสัน ขาย 719 คัน เพิ่ม 18.1 % ส่วนแบ่ง 4.7 % และที่ห้า บีเอมดับเบิลยูขาย 254 คัน ส่วนแบ่ง 1.6 %

รายงานผู้เสียภาษียอดเยี่ยม แจกวาร์ ขายได้ 2 คัน และ โพร์เช ขายได้ 4 คัน

มาถึงยอดการขายที่ทำให้ตัวเลขรวมหดตัวอย่างหนัก เริ่มกันด้วย รถกระบะ 1 ตัน ที่หนนี้มีรายการล้มยักษ์ โดย โตโยตา สามารถขายได้มากกว่า อีซูซุ เป็นครั้งแรกในชีวิต

รถกระบะหนึ่งตันอันดับแชมพ์ประจำเดือน คือ โตโยตา ขายเมืองไทย 10,774 คัน ลดลง 2.5 % ส่วนแบ่ง 40.6 % อันดับสอง อีซูซุ ขาย 9,108 คัน ลดลง 14.2 % ส่วนแบ่ง 34.3 % อันดับสาม นิสสัน ขาย 2,270 คัน ลด 10.0 % ส่วนแบ่ง 8.6 %

รถเพื่อการพาณิชย์ เพิ่ม 3.8 % ขายได้ 3,055 โดยมี โตโยตา ขายมากกว่า 1,000 คัน เพิ่มถึง 56.1 % ส่วนแบ่ง 35.1 % ที่สอง อีซูซุ ขาย 871 คัน ลดลง 4.6 % ส่วนแบ่ง 28.5 % และที่สาม ฮีโน ขาย 564 คัน ลด 6.5 % ส่วนแบ่ง 18.5 %

รถกิจกรรมกลางแจ้ง ลดลง 47.2 % ขาย 1,113 คัน โดยตำแหน่งแชมพ์ คือ โตโยตา ขาย 1,113 คัน ลดลงถึง 52.6 % ส่วนแบ่ง 65.7 % ที่สอง อีซูซุ ขาย 353 คัน เพิ่มขึ้น 11.0 % ส่วนแบ่ง 20.8 % และที่สาม ฟอร์ด ขาย 88 คัน ลดลงถึง 60.4 % ส่วนแบ่ง 5.2 %

รถอเนกประสงค์อื่นๆ ขายลดลง 29.6 % ด้วยตัวเลข 653 คัน โดย โตโยตา ขายมากสุด 491 คัน

นั่นคือ ความเป็นไปหลังจากคณะรัฐมนตรีเริ่มบริหารงาน และเราได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 24 เรียบร้อย

สภาพภาวะโดยรวมไม่มีปัญหาใดเกิดขึ้น เพียงแต่ผลพวงจากอุทกภัย ที่ชาวต่างจังหวัดได้รับผลกระทบกันเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ยอดการขายไม่กระเตื้องขึ้น โดยเฉพาะภาคส่วนของรถกระบะ ที่เป็นตัวฉุดเอายอดการขายดำดิ่ง

ก็ได้แต่เอาใจช่วยให้ภาวะเช่นนี้หมดลงโดยเร็ว กระผมจะได้เขียนหนังสือด้วยความสบายใจ หรือด้วยความชื่นชมกับยอดการขายรถยนต์บ้านเราต่อไป



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2549
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/V0reg
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง