บทความ

จีนเรียนลัดจากคนเก่ง


จีนเลือกซื้อตัวคนจากบริษัทรถยนต์ต่างชาติที่มียอดขายสูงสุดในจีน คือ ค่าย จีเอม แทนที่จะเป็นค่ายตะวันออกด้วยกันอย่าง ฮอนดา หรือ โตโยตา ฟิลิพ เมอร์ทอจ จะเป็นคนดูแลฝ่ายปฏิบัติการโอเวอร์ซีของ เอสเอไอซี

การเคลื่อนไหวของ เอสเอไอซี บอกบรรดาคู่แข่งที่เข้าไปบุกตลาดในจีน ไม่ว่าจะเป็น ฟอร์ด โตโยตาโฟล์คสวาเกน หรือแม้แต่ จีเอม เองว่า เอาละนะ จีนกำลังจะเอาจริงแล้วทีนี้

เอสเอไอซี สยายปีกออกมาตั้งเป็นบริษัทใหม่ โดยที่ เอสเอไอซี กรุพ มีการร่วมทุนกับค่ายรถยนต์ที่มีส่วนแบ่งตลาดลำดับที่ 1 และ 2 ในจีน คือ จีเอม กับ โฟล์คสวาเกน อยู่แล้วแน่นอนในไม่ช้ารถยนต์ยี่ห้อใหม่จากค่าย ก็จะต้องคลอดออกมาให้ได้ยลโฉมกัน และเลิกเป็นคนอยู่เบื้องหลังอย่างที่แล้วมาเสียที

ฟิลิพ เมอร์ทอจ อายุแค่ 32 ปี เขาเข้ามากุมบังเหียน จีเอม ในจีนตั้งแต่ 9 ปีที่แล้ว ตำแหน่งที่เขาได้รับใหม่ คือ EXECUTIVE VICE PRESIDENT FOR INTERNATIONAL OPERATIONS และแน่นอนภารกิจหลักของเขาก็คือ ต้องทำให้ เอสเอไอซี แข่งขันให้ได้ในระดับโลก

การแข่งขันของค่ายรถในจีนร้อนแรงขึ้นทุกที เมื่อบรรดาค่ายรถจีนแต่ละค่ายเดินหน้าซื้อตัวผู้บริหารต่างชาติจากค่ายคู่แข่ง หรือไม่ก็ผู้บริหารเชื้อชาติจีน ที่เคยทำงานในต่างประเทศมาแล้ว

อินไซเดอร์ในวงการรถยนต์ของจีน ตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงที่ผ่านมา มีผู้บริหารที่มีประสบการณ์จากตลาดต่างประเทศถูกจ้างเข้ามาเสริมทีมบริษัทรถยนต์จีนแล้วถึง 200 คนขึ้นไป ผู้บริหารพวกนี้ระดับเงินเดือนเทียบเท่าฝรั่ง สุขเกษมเปรมปรีด์กันทั่วหน้า

บริลเลียนศ์ ออโทโมทีฟ ซึ่งเป็นผู้ร่วมทุนกับ โฟล์คสวาเกน ทางตอนเหนือของจีนจ้างอดีตผู้บริหารจากไดมเลร์ ไครสเลอร์ มาดูแลงาน อาร์แอนด์ดี เพื่อพัฒนาให้เกิดรถต้นแบบ ส่วนค่าย กีลี ซึ่งเป็นบริษัทจีนบริษัทเดียวที่ส่งรถไปร่วมงานแสดงใน มหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์ ก็จ้างผู้บริหารจาก แดวู มาดูแลด้านวิจัยพัฒนาเช่นกัน

ให้บังเอิญที่งานมหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์ ตรงกับวันตรุษของจีน กีลี ก็เลยโชว์รถด้วย ฉลองปีใหม่ด้วย ทำให้คนจีนที่ทำงานอยู่กับบริษัทรถต่างชาติในดีทรอยท์อย่าง จีเอม กับ ฟอร์ด ก็เลยถูกดึงดูดเข้ามา ทำให้ จีเอม ถึงกับเหล่ กีลี และบ่นเข้าหูมา แต่ทางฝ่าย กีลี ก็โต้กลับด้วยสำเนียงเย้ยหน่อยๆ ว่าค่ายรถฝรั่งก็ใช่ว่าจะค้าขายดี ดังนั้นหากเกิดเลย์ออฟคนขึ้นมา คนจีนก็ต้องกลับมาหาอ้อมอกจีนด้วยกัน ไม่เห็นจะแปลก อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน

ความเคลื่อนไหวของบริษัทรถยนต์ในจีนทั้งหมดนี้มีรัฐบาลหนุนอยู่ข้างหลัง

ความพยายามของบริษัทจีนเห็นได้อย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่ร่วมทุนกับต่างชาติ หรือสัญชาติจีนร้อยเปอร์เซนต์

เอสเอไอซี ประกาศออกมาแล้วว่าภายในไม่กี่เดือนข้างหน้าทุกคนจะได้ยลโฉมรถยี่ห้อใหม่ บริษัทนี้จะใช้งบวิจัยเป็นจำนวนถึง 1.7 พันล้านเหรียญในเวลาห้าปี ข่าวล่ามาเร็วว่ารถยี่ห้อใหม่นี้อาจจะชื่อ SHANGHAI หรือ เซี่ยงไฮ้ ก็ได้ ยังไม่ยืนยัน วิธีการผลิตก็ใช้เทคโนโลยีแบบเดียวกับที่บริษัทญี่ปุ่นริเริ่มเอาไว้คือระบบ PLATFORM (ไม่แน่ใจว่าเป็น โตโยตา หรือ นิสสัน เริ่มใช้ก่อน) แล้วก็มีตัวถังต่างๆ กันบน PLATFORM นี้ถึง 30 แบบ ทำให้รถแต่ละคันใช้เวลาผลิตแป๊บเดียวและลดต้นทุนด้วย

รถยี่ห้อใหม่ของ เอสเอไอซี จะส่งไปขายในยุโรปในปีหน้าด้วย แต่ทั้งนี้ต้องหลังจากที่ได้ทดลองตลาดในประเทศจนแน่ใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการเสียก่อน

กระบวนการซื้อตัว และวางรากฐานเพื่อก้าวไปสู่การเป็นบริษัทรถยนต์ระดับโลกของ เอสเอไอซี ไม่ได้เพิ่งเริ่มเมื่อซื้อตัว เมอร์ทอจ จาก จีเอม แต่ความที่ เมอร์ทอจ อยู่ในจุดที่มองเห็นได้ชัด จึงได้เป็นข่าวขึ้นมา ความจริงก่อนหน้านี้ เอสเอไอซี ซื้อสินทรัพย์ทางปัญญาจาก โรเวอร์ ของอังกฤษมา ในสินทรัพย์นั้นมีวิศวกรติดมาด้วย 150 คน และดังนั้นรถใหม่ที่จะผลิตออกมาจึงจะใช้ฐานของ โรเวอร์ 75 สำหรับรถเก๋ง และ โรเวอร์ 25 สำหรับรถเล็ก

ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท เอสเอไอซี ก็มาจากบริษัทซึ่งเคยร่วมทุนกับ โฟล์คสวาเกน มาก่อน ส่วนดีไซจ์เนอร์ และหัวหน้าวิศวกรก็มาจาก จีเอม และบริษัทผลิตชิ้นส่วน เดลฟาย

สงสัยกะจะผลิตทั้งตัวรถและชิ้นส่วน รายได้ไม่กระเซ็นให้ใครเลยละมัง

และต่อไปนี้ คือ แผนงานระยะยาวของ เอสเอไอซี ทีมวิศวกร 1,000 คน จะถูกสร้างขึ้นมาในเร็ววันและจะเพิ่มเป็น 4,000 คน ต่อมาศูนย์วิจัยและพัฒนาระดับเวิร์ลด์คลาสส์ก็จะเป็นรูปเป็นร่างภายในปี 2015 ที่เซี่ยงไฮ้ (วิศวกรไทย ไม่ต้องไปหางานไกล หัดพูดภาษาจีนไว้แล้วเตรียมสมัครงานได้)

เรื่องการซื้อตัวจากค่ายรถอื่นสำคัญและจำเป็นขนาดไหน จีนได้บทเรียนมาแล้ว ยกตัวอย่างเช่นค่ายบริลเลียนศ์ ออโท ซึ่งมีปัญหาคุณภาพรถยนต์ไม่ได้มาตรฐานทำให้ยอดขายทั้งเก๋ง และมีนี แวน ดิ่งลงจนต้องซื้อตัวผู้บริหารลูกครึ่งจีนฝรั่งจากค่าย ไดมเลร์ ไครสเลอร์ มาดูแลงานวิจัยพัฒนา สิ่งที่ผู้บริหารคนนี้ทำก็คือ ลงทุนในฝ่ายวิจัย และจ้างวิศวกรเพิ่มอีก 600 คน (สงสัยเดิมจะมีแต่ช่างยนต์ธรรมดา)

ผลก็คือ เมื่อปัญหาเกิดขึ้นก็แก้ได้เร็ว และยังติดตามแนวโน้มของตลาดได้เร็วกว่าเดิม ยอดขายก็ดีขึ้นทันตาขนาดที่รถ SPLENDOR ของบริษัทนี้มียอดจองค้างถึง 10,000 คัน

เตรียมรับรถจีนทะลักเข้าไทยกันได้แล้วค่ะ รอมหกรรมยานยนต์หน้าก็จะเห็นกัน



------------------------------
เรื่องโดย : เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2549
คอลัมน์ : โลกติดล้อ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/oCEpL
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง