บทความ

มาซดา รุกตลาดมะกัน


สหรัฐอเมริกา-มาซดา มอเตอร์ คอร์พอเรชัน (MAZDA MOTOR CORPORATION) ยักษ์เล็กของญี่ปุ่น หวังกระตุ้นส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐอเมริกา โดยนำรถยนต์นั่งอนุกรมใหม่ล่าสุด คือ มาซดา ซีเอกซ์-7 (MAZDA CX-7) ออกจำหน่ายแล้วเมื่อเร็วๆ นี้

มาซดา ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทำรถ SUV หรือ “รถกิจกรรมกลางแจ้ง” ออกจำหน่ายเพียงแบบเดียว คือ มาซดา ทรีบิวท์ (MAZDA TRIBUTE) ซึ่งเป็นผลงานจากความร่วมมือกับค่าย ฟอร์ด มอเตอร์ (FORD MOTOR) ของสหรัฐอเมริกา ขยับเดินไปข้างหน้าอีก
หนึ่งก้าว หันมาเอาใจผู้ใช้รถในตลาดเมืองมะกัน ที่กำลังใส่ใจเป็นพิเศษกับรถ SUV ที่มีพื้นฐานมาจากรถยนต์นั่ง โดยรังสรรค์รถ มาซดา ซีเอกซ์-7 ซึ่งเป็นรถยนต์นั่งแนวใหม่ อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า CROSSOVER VEHICLE หรือ “รถผสานพันธุ์” ที่ผสมผสานคุณสมบัติของรถ SUV และรถยนต์นั่งตรวจการณ์ ไว้ในรถคันเดียว

มาซดา ซีเอกซ์-7 ซึ่งเพิ่งออกจำหน่ายในตลาดสหรัฐอเมริกา และยังไม่มีจำหน่ายในเมืองแม่ คือ ญี่ปุ่น ซ่อนตัวอยู่ในตัวถังทรงสองกล่อง ที่พัฒนาจากรถแนวคิด มาซดา เอมเอกซ์ ครอสสปอร์ท (MAZDA MX-CROSSPORT) ซึ่งปรากฏตัวให้เห็นเป็นครั้งแรกที่
งานมหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ทครั้งล่าสุด เมื่อเดือนกันยายน 2005 เป็นตัวถังยาว 4.675 ม. กว้าง 1.872 ม. และสูง 1.645 ม. กับมีช่วงฐานล้อยาว 2.750 ม.

รูปทรงองค์เอวของตัวถังภายนอก เห็นได้ชัดว่า หลายๆ จุดโดยเฉพาะส่วนหน้ารถเป็นผลงานออกแบบในสไตล์เดียวกับรถสปอร์ท มาซดา อาร์เอกซ์-8 (MAZDA RX-8) กับมีลักษณะเด่นสะดุดตาที่ผิดแปลกออกไปจากรถประเภทเดียวกันทุกแบบทุกยี่ห้อ โดย
เฉพาะเมื่อมองจากด้านข้าง คือ กระจกหน้าที่ทำมุมลาดเอียงถึง 66 องศากับแนวตั้ง

ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งยืดแข้งยืดขาสบาย ติดตั้งเก้าอี้สองแถวรวมห้าที่นั่ง (หน้า 2/หลัง 3) และมีห้องเก็บของท้ายรถที่ยาวกว่า 1.700 ม. และจุของได้มากถึง 2,470 ลิตร เมื่อพับเบาะหลัง

มีทั้งแบบขับล้อหน้าและแบบขับ 4 ล้อ โดยแบ่งระดับการตกแต่ง และอุปกรณ์เป็น 3 ระดับกำกับด้วยรหัส SPORT-TOURING-และ GRAND TOURING แต่มีเครื่องยนต์เพียงขนาดเดียว เป็นเครื่องเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC 4 สูบเรียง 24 วาล์ว ความจุ
2,260 ซีซี ติดเทอร์โบชาร์เจอร์ ให้กำลังสูงสุด 244 แรงม้า ที่ 5,000 รตน. และแรงบิดสูงสุด 35.7 กก.-ม. ที่ 2,500 รตน. ระบบเกียร์มาตรฐานสำหรับรุ่นที่จำหน่ายในตลาดเมืองมะกัน เป็นเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ แต่เมื่อส่งไปจำหน่ายในตลาดยุโรปจะเปลี่ยนเป็นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ

ออกจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาด้วยค่าตัวเริ่มต้นที่ระดับ 28,000 เหรียญ หรือเท่ากับประมาณ 1.06 ล้านบาทไทย และตั้งเป้าหมายการขายไว้ที่ระดับ 40,000 คัน/ปี

ในช่วงห้าเดือนแรกของปีนี้ (มกราคม-พฤษภาคม 2006) ตลาดรถยนต์ในสหรัฐอเมริกาทำยอดขายรถใหม่ได้รวมทั้งสิ้น 6,874,473 คัน คือ ลดลงเพียงเล็กน้อยจากยอดขาย 6,899,398 คัน ในช่วงเดียวกันเมื่อปี 2005 ในจำนวนนี้มีอยู่เพียง 116,977 คัน หรือเท่ากับร้อยละ 1.7 เท่านั้น ที่เป็นยอดขายของรถ มาซดา ส่วนรถที่ขายดีที่สุด 5 อันดับแรกได้แก่

1. ฟอร์ด 1,059,049 คัน
2. เชฟโรเลต์ 980,386 คัน
3. โตโยตา 807,566 คัน
4. ฮอนดา 533,584 คัน
5. ดอดจ์ 492,612 คัน

 

ย่อยข่าว

ญี่ปุ่น-ยอดผลกำไรสูงกว่า 650,000 ล้านบาท ในรอบปี 2005 ทำให้ โตโยตามอเตอร์ คอร์พอเรชัน (TOYOTA MOTOR CORPORATION) ไม่เพียงแต่เป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่ทำกำไรได้สูงที่สุดในโลกเท่านั้น หากยังกลายเป็นบริษัทผู้ผลิตสินค้าที่มี
กำไรสูงที่สุดในโลกอีกต่างหาก

 

สหรัฐอเมริกา-บอบ ลุทซ์ (BOB LUTZ) หมายเลขหนึ่งด้านการผลิตของยักษ์ใหญ่เจเนอรัล มอเตอร์ส คอร์พอเรชัน (GENERAL MOTORS CORPORATION) ประกาศอย่างมั่นอกมั่นใจ ที่งานเปิดศูนย์ออกแบบแห่งใหม่ในยุโรป เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่าน
มานี้ว่า ภายในห้าปีนับจากนี้ ยักษ์ใหญ่ จีเอม จะมีฐานะแข็งแกร่งว่ายุคใดๆ ในประวัติศาสตร์ พร้อมๆ กันนั้น เขากล่าวถึงแผนการลดค่าใช้จ่ายคงที่ (FIXED COSTS) เป็นจำนวนเงิน 7,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเท่ากับประมาณ 285,000 ล้านบาท การ
ลดอัตราการว่าจ้างแรงงาน ทั้งในสหรัฐอเมริกา และยุโรป และการใช้เงินลงทุนมากกว่า 8,700 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 330,000 ล้านบาท ในการออกแบบและพัฒนาสิ้นค้าใหม่ๆ เป็นสัดส่วนการลงทุนสูงอย่างไม่เคยทำมาก่อนในอดีต (แต่ก็ยังสูงไม่เท่า
กับของ โตโยตา ข่าวเขาว่า)

 

เยอรมนี-แฟนขาประจำของยอดผลิตรถสปอร์เมืองเบียร์ เตรียมปากกาไว้ลงชื่อในสมุดเชคได้แล้ว ถัดจากรถรุ่นใหม่ คือ โพร์เช 911 เทอร์โบ (PORSCHE 911 TURBO) และ โพร์เช 911 จีที 3 (PORSCHE 911 GT3) ซึ่งเปิดตัวไปแล้วที่งานมหกรรมยาน
ยนต์เจนีวาครั้งที่ 76 เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทของเยอรมนีก็มีโครงการที่จะอวดตัวรถสปอร์ทรุ่นใหม่เอี่ยมอ่องอีก 2 รุ่น ที่งานมหกรรมยานยนต์ปารีสปลายเดือนกันยายน 2006 นี้ คือ โพร์เช 911 จีที 2 (PORSCHE 911 GT2) และ
โพร์เช จีที 3 อาร์เอส (PORSCHE 911 GT3 RS) โดยที่โมเดลแรก ผู้ผลิตรถสปอร์ทรายนี้ยืนยันว่า จะเป็นรถสปอร์ท “สุดแสบ” ในรอบปี ส่วนโมเดลหลัง จะเป็นรถที่มีน้ำหนักตัวเบากว่ารถ โพร์เช 911 จีที 3 ที่กล่าวถึงข้างต้น แต่ให้กำลังสูงสุดเท่ากัน

 

ยุโรป-รางวัล THE INTERNATIONAL ENGINE OF THE YEAR หรือ “ยอดเครื่องยนต์นานาชาติแห่งปี” ประกาศผลกันไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ ปรากฏว่า เครื่องยนต์ วี 10 สูบ 5.0 ลิตร ของ บีเอมดับเบิลยู (BMW) สามารถคว้ารางวัลเครื่องยนต์ดีที่สุดในโลกไปครองเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

 

อังกฤษ-ผลการสำรวจโดยบริษัทผู้ผลิตน้ำมันหล่อลื่นรายหนึ่งของเมืองผู้ดีชี้ว่า ในแต่ละปี ผู้ใช้รถในเมืองอังกฤษต้องสูญเสียเงินโดยไม่จำเป็นถึง 200 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 14,500 ล้านบาท ในการซ่อมรถยนต์ที่เกิดการเสียหาย เนื่องจากไม่ตรวจสอบน้ำมันหล่อลื่นตามกำหนด

 

เยอรมนี-นิตยสารรถยนต์ชั้นนำฉบับหนึ่งรายงานข่าวซุบซิบว่า ค่าย “ดาวสามแฉก” กำลังอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับรถยนต์นั่งระดับสุดหรูซึ่งติดยี่ห้อ มายบัค (MAYBACH) อุปสงค์ที่ต่ำกว่าความคาดหมาย ทำให้ในรอบปี 2005 ที่ผ่านมา มีการ
ผลิตรถแบบนี้จากโรงงานในเยอรมนีเพียง 73 คัน และรถที่จำหน่ายได้ส่วนใหญ่ล้วนแล้วเป็นรถที่ตกค้างจากการผลิตในปีก่อนหน้านั้นทั้งสิ้น แต่จะล้มเลิกการผลิตเสียก็ไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินได้ง่ายๆ เพราะจะเสียทั้งหน้า และทั้งเครดิท ที่เคยใช้ความอย่างหนัก
เพื่อทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในความพิเศษของรถสุดหรูยี่ห้อนี้ อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่ดี ในเครือข่ายของค่ายนี้ ยังมีรถอีกยี่ห้อที่กำลังมีอาการหนักหนาสาหัสกว่ารถ มายบัคเสียด้วยซ้ำ นั่นก็คือ รถยนต์นั่งขนาดเล็กยี่ห้อ สมาร์ท (SMART)

 

ญี่ปุ่น-ในรอบปี 2005 ญี่ปุ่นส่งรถยนต์ทุกชนิดออกสู่ตลาดในต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 5,053,061 คัน หรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียงร้อยละ 1.9 จากตัวเลขในปี 2004 โดย ที่ 1 ใน 3 ของรถจำนวนนี้ เป็นรถที่ส่งไปจำหน่ายในตลาดสหรัฐอเมริกา

 

สหรัฐอเมริกา-ไม่ใช่เมืองเราเท่านั้นที่มีปัญหากับราคาน้ำมัน นิตยสารรถยนต์ฉบับหนึ่งของเมืองมะกันรายงานข่าวว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ราคาน้ำมันเบนซินธรรมดาเพิ่มขึ้นเกือบหนึ่งเท่าตัว คือ จาก 1.22 เหรียญ/แกลลอน เมื่อปลายปี 2000 เป็น 2.19 เหรียญ/แกลลอนเมื่อปลายปี 2005

 

บรรยายภาพ

ทั้ง 3 ภาพนี้ คือ รถสปอร์ทคูเป เอาดี ทีที (AUDI TT) รุ่นใหม่ ที่ค่าย “สี่ห่วง”เพิ่งนำออกแสดงต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรก ที่กรุงเบร์ลิน นครหลวงของเยอรมนี รถรุ่นมีมีขนาดตัวถัง ยาว 4.174 ม. กว้าง 1.842 ม. และสูง 1.352 ม. คือ ยาว และกว้างกว่ารถรุ่นเดิมที่อยู่ในตลาดมาตั้งแต่ปี 1998 ถึง 137 และ 78 มม. ตามลำดับ ในขณะที่ช่วงฐานล้อก็ขยายจาก 2.422 เป็น 2.468 ม. คือ ยาวขึ้นถึง 46 มม. รูปทรงองค์เอวของตัวถังภายนอก เป็นผลงานรังสรรค์ของทีมงานที่มี แกรีเทแลคค์ (GARY TALAKK) เป็นผู้นำทีม จะออกจำหน่ายในตลาดยุโรปปลายปี 2006 นี้ มีทั้งแบบขับล้อหน้า และแบบขับ 4 ล้อ โดยจะมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย
ตั้งแต่เครื่อง 4 สูบเรียง 2.0 ลิตร 200 แรงม้า ไปจนถึงเครื่อง วี 6 สูบ 3.2 ลิตร 250 แรงม้า

ที่งานมหกรรมยานยนต์นิวยอร์คครั้งล่าสุด ซึ่งมีขึ้นในระหว่างวันที่ 14-23 เมษายน 2006 มีรถญี่ปุ่นแบบใหม่ๆ ปรากฏตัวให้เห็นเป็นครั้งแรกมากมายหลายคัน รวมทั้ง 2 คันใน 3 ภาพที่เห็นอยู่นี้ โดยที่ 2 ภาพบน คือ รถเก๋งซีดาน อินฟินีที จี 35 (INFINITI
G35) รุ่นใหม่ ซึ่งกำลังจะออกจำหน่ายในตลาดเมืองมะกัน ในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2007 รถรุ่นนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ วี 6 สูบ 3.5 ลิตร ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ (ใหม่ร้อยละ 80) และคาดว่าจะให้กำลังสูงสุดไม่ต่ำกว่า 300 แรงม้า ส่วนภาพล่างเป็นรถ นิสสัน อัลทิมา
(NISSAN ALTIMA) รุ่นใหม่ ซึ่งก็จะออกจำหน่ายในปีโมเดล 2007 นี้เช่นกัน เป็นรถ ที่ออกแบบสำหรับตลาดในเมืองคาวบอย โดยจะมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ 2 ขนาด คือ เครื่อง 4 สูบเรียง 2.5 ลิตร กับเครื่อง วี 6 สูบ 3.5 ลิตร และจะมีสนนราคาค่าตัวอยู่ระหว่าง 18,000-30,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 0.68-1.14 ล้านบาท

3 ภาพนี้ก็เป็นรถพันธุ์ยุ่นซึ่งปรากฏตัวที่งานมหกรรมยานยนต์นิวยอร์คครั้งล่าสุดเช่น กัน คันบนสุด คือ เลกซัส แอลเอส 600 เอชแอล (LEXUS LS600HL) รถรุ่นพิเศษซึ่งพัฒนาจากรถ เลกซัส แอลเอส 460 (LEXUS LS460) โดยเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนเป็น
ระบบพันทาง (HYBID DRIVE) ถัดลงมา คือ ซูซูกิ เอกซ์แอล 7 (SUZUKI XL7) รถกิจกรรมกลางแจ้ง 7 ที่นั่ง ซึ่งใช้โครงสร้างตัวถังแบบ UNIBODY ที่ดัดแปลงจากรถกิจกรรมกลางแจ้งพันธุ์มะกัน คือ เชฟโรเลต์ อีควินอกซ์ (CHEVROLET EQUINOX) และ
พอนทิแอค ทอร์เรนท์ (PONTIAC TORRENT) และติดตั้งเครื่องยนต์ DOHC วี 6 สูบ 3.6 ลิตร ที่ผลิตโดยได้ลิขสิทธิ์จากค่าย จีเอม (GM) ส่วนภาพล่างสุดคือ มาซดา ซีเอกซ์-9 (MAZDA CX-9) รถกิจกรรมกลางแจ้ง 7 ที่นั่ง ผลงานจากความร่วมมือกับค่าย ฟอร์ดซึ่งจะออกจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาปลายปีนี้ ด้วยค่าตัวระดับ 30,000 เหรียญสหรัฐ



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2549
คอลัมน์ : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/SpE5O
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

VOLVO XC40 ชนะใจสื่อมวลชนในยุโรป คว้าตำแหน่ง
VOLVO XC40 ชนะใจสื่อมวลชนในยุโรป คว้าตำแหน่ง
NISSAN 370ZKI ลุยหิมะด้วยรถสปอร์ทเปิดประทุนได้แล้วจ้า !
NISSAN 370ZKI ลุยหิมะด้วยรถสปอร์ทเปิดประทุนได้แล้วจ้า !
FERRARI 488 PISTA พัฒนาการใหม่ของซูเพอร์คาร์ที่เยี่ยมยอดที่สุดในโลก
DATSUN CROSS เอสยูวี สายเลือดซามูไรเปิดตัวแล้วบนแผ่นดินชวา
DATSUN CROSS เอสยูวี สายเลือดซามูไรเปิดตัวแล้วบนแผ่นดินชวา
PORSCHE 911 GT3 RS โมเดลล่าสุดและสุดท้ายของรถ 911 รุ่นปัจจุบัน