บทความ

แบบทดสอบ “ผู้หญิง” กับ “รถ”


อย่าเข้าใจผิดว่าเราคิดจะโจมตี หรือดูถูกผู้หญิงที่ขับรถไม่ได้เรื่อง (ซึ่งมีจริง และจำนวนก็คงจะพอกันกับผู้ชายที่ขับรถไม่ได้เรื่อง) ด้วยความจริงใจเราไม่ทำอย่างนั้น และไม่เคยคิดอย่างนั้น

แต่เพราะเราเชื่อว่า คุณต้องเคยได้ยินเสียงสบถจากเพื่อนชายรอบข้าง เวลาไม่พอใจการขับรถของคนอื่น หลังจากที่เร่งตามไปมองหน้าแล้วรู้ว่าเป็นผู้หญิง ก็จะโพล่งออกมาว่า “ว่าแล้วไง…ผู้หญิงขับ !”

คุณจะยอมหรือ ?

แน่นอน ผู้หญิงแทบทุกคนไม่ยอม และไม่พอใจคำนี้ แต่ถ้าคุณเป็นผู้หญิงที่มั่นใจว่าตัวเองขับรถดี หรืออยากตรวจสอบว่าฉันขับรถไม่ดีจริงอย่างที่เขาว่าหรือเปล่า ลองทดสอบตัวเองดู

 

“ฟอร์มูลา” คิดเกมนี้ขึ้นมา เพื่ออยากให้คุณผู้หญิงลองทดสอบดูสักตั้ง โดยมีกติกาที่ต้องรักษา คือ
ห้ามแอบเปิดดูเฉลยก่อน แล้วเราจะบอกคุณจากระดับผลคะแนนว่า คุณควรนั่งที่เบาะไหนในรถ

 

ตอนที่ 1 คุณเข้าใจการใช้รถแค่ไหน (10 คะแนน)

หยิบปากกาขึ้นมา คิดให้ดี แล้วกาเครื่องหมายถูก (/) หรือผิด (X) หน้าข้อ (ข้อละ 1 คะแนน)

1. ซื้อรถใหม่ต้อง “รันอิน” เครื่อง และระบบรองรับจำได้เข้าที่เข้าทาง
2. ถ้าฝนตกหนักมากๆ ควรเปิดไฟฉุกเฉิน เพื่อนร่วมทางจะได้มองเห็น
3. แต่เวลาข้ามแยกไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน แค่ระวังหน่อยก็พอ
4. รถเกียร์ธรรมดา จอดติดไฟแดงนาน ต้องเข้าเกียร์ว่างแล้วดึงเบรคมือ
5. รถเกียร์อัตโนมัติ จอดติดไฟแดงนาน ต้องเข้าเกียร์ว่างแล้วดึงเบรคมือเหมือนกัน
6. ใช้สองมือจับพวงมาลัย หงายมือสอดแล้วหมุน เบาแรง และปลอดภัย
7. จอดรถกลางแดดไม่ต้องยกก้านใบปัดน้ำฝนขึ้น เพราะไม่มีประโยชน์
8. ถ้ารถวิ่งไม่ตรง ต้องถ่วงล้อจึงจะหาย
9. เติมลมยางอ่อนกว่าสเปค 1 ปอนด์/ตรน. จะขับประหยัดกว่าเดิมถึง 2 %
10. ถ้ารถคุณมีถุงลมนิรภัยแล้ว ไม่ควรคาดเข็มขัดนิรภัยอีก

 

ตอนที่ 2 ทำอย่างไรจึงถูกต้อง (30 คะแนน)

อย่ากาคำตอบที่คิดว่าถูกต้อง แต่จงซื่อสัตย์แก่ตัวเอง ตอบให้ตรงกับสิ่งที่คุณทำอยู่เป็นประจำ

 

1. ก่อนออกรถคุณทำอะไร ?
ก. เปิดเพลง ปรับเบาะ กระจกมองข้าง และมองหลังให้เรียบร้อย
ข. คาดเข็มขัดนิรภัย ปรับเบาะ กระจกมองข้าง และมองหลังให้เรียบร้อย
ค. ถอดส้นสูงออก เปลี่ยนรองเท้าให้ขับสะดวก
ง. ปรับกระจกมองหลังให้ตรงหน้า เวลาแต่งหน้าจะได้สะดวก

 

2. เลี้ยวซ้ายออกจากซอยคุณทำอย่างไร ?
ก. หยุดรถ มองขวาว่าว่างจริง แล้วจึงเลี้ยว
ข. หยุดรถ มองหนุ่มที่ถูกใจ แล้วจึงเลี้ยว
ค. ชะลอรถ มองขวา รถพุ่งเข้ามาใกล้ แต่ต้องรีบไป เลี้ยว และเร่งทันที
ง. หยุดรถ มองขวาว่าว่างจริง มองกระจกข้างด้านซ้ายอีกครั้ง แล้วจึงเลี้ยว

 

3. คุณอยู่ช่องทางซ้าย จะเข้าช่องทางขวา ทำอย่างไร ?
ก. มองกระจกข้างด้านขวา ถ้าไม่มีรถ เปลี่ยนช่องทางให้เร็วที่สุด
ข. เปิดไฟเลี้ยว แล้วเปลี่ยนช่องทางทันที
ค. มองกระจกข้างด้านขวาว่ามีรถตามหลังหรือไม่ เปิดไฟเลี้ยว เมื่อว่างแล้วจึงเปลี่ยนช่องทาง
ง. เหลียวหลังไปมองว่ามีรถตามหลังมาหรือไม่ เปิดไฟเลี้ยว เมื่อว่างแล้วค่อยเปลี่ยนช่องทาง

 

4. เจอวงเวียนไม่มีไฟสัญญาณจราจร คุณทำอย่างไร ?
ก. โบกมือ แล้วยิ้มทักทายวงเวียนตามมารยาท
ข. ให้รถที่อยู่ในวงเวียนไปก่อน
ค. ไม่ใช่สิ ว่างเมื่อไหร่ชิงไปก่อนเลย ใครๆ เขาก็ทำกัน
ง. เรามาทางตรงถือเป็นทางหลัก เราต้องไปก่อน

 

5. รถช่องทางขวาเปิดไฟเลี้ยวขอเข้าช่องทางซ้าย เราอยู่ช่องทางซ้าย รถก็ติด คุณทำอย่างไร ?
ก. ดูจังหวะว่าเหมาะสมหรือไม่ ถ้าใช่ ก็หยุดรถให้เขาเข้าหน่อย
ข. จี้ก้นคันหน้า ไม่ให้มีช่องว่างเหลือ อย่าให้มันแทรกตัวเข้ามาได้
ค. หยุดให้รถในกรณีนี้เข้าได้ทุกครั้ง
ง. มองหน้า

 

6. 2 ช่องทางขวาขึ้นสะพาน รถติดวินาศสันตะโร แต่ 2 ช่องทางซ้ายว่าง คุณจะขึ้นสะพาน ทำอย่างไร ?
ก. ต่อคิวสิคะ
ข. เปลี่ยนช่องทางไปมา หาจังหวะให้เร็วขึ้น
ค. ออกซ้าย ใกล้คอสะพานแล้วค่อยปาดแทรกเข้ามา ก็รีบนี่
ง. ไม่รู้…นั่งร้องไห้

 

7. ออกต่างจังหวัด ถนนโล่งๆ คุณทำอย่างไร ?
ก. เหยียบให้มิด โล่งขนาดนี้หาไม่ง่าย จะรอใครละ
ข. ใช้ความเร็วคงที่ ตามความเหมาะสมของสภาพเส้นทาง
ค. ขับความเร็วสูงเองขึ้น โดยไม่รู้ตัว
ง. บรรยากาศดี แต่ขับคนเดียว เหงา คุยโทรศัพท์ดีกว่า

 

8. ถ้าถนนโล่งๆ (อีกแล้ว) คุณจะวิ่งช่องทางไหน ?
ก. ซ้าย เพราะไม่ว่าจะวิ่งช้า หรือวิ่งแซงรถช้าเสร็จก็ควรกลับเข้าซ้ายเสมอ
ข. ซ้าย เพราะจะได้แวะจอดซื้อของข้างทางง่ายๆ
ค. ขวา เพราะปลอดภัยกว่า ไม่ต้องระวังอันตรายจากข้างทาง มีรถเร็วกว่าค่อยหลบซ้าย
ง. ขวา เพราะช่องทางขวาสำหรับรถช้าอยู่แล้ว

 

9. จะกลับรถบนถนนที่ช่องทางสวนกัน คุณทำอย่างไร ?
ก. ชิดกลางถนน กลับรถ ถ้าเลี้ยวไม่พอค่อยถอยอีกที
ข. ชิดซ้ายสุด รอรถว่าง กลับรถแบบขวางถนนทีเดียวจบ
ค. หักหัวเข้าซอย แล้วค่อยถอยออกมากลับรถ
ง. เลี้ยวเข้าซอยไปกลับรถออกมา ออกถนนใหญ่จะไปทางไหนค่อยว่ากัน

 

10. ขับรถมาเร็ว สุนัขวิ่งตัดหน้า คุณทำอย่างไร ?
ก. ตกใจ ละมือจากพวงมาลัย หวีดร้องสุดเสียง
ข. เบรคไม่ทันแล้ว ตัดสินใจชนดีกว่า
ค. เบรคเต็มที่ ประคองพวงมาลัย ถ้าไม่พ้นดูว่ารถว่าง แล้วพยายามหักหลบ
ง. ทั้งเบรค ทั้งพยามยามหักพวงมาลัยหลบ แต่มั่วไปหมด ก็คนมันตกใจนี่

 

เฉลย

ตอนที่ 1

1. ถูก-แม้รถรุ่นใหม่ๆ จะมีการควบคุมคุณภาพ และมีเทคนิคการประกอบที่มีประสิทธิภาพสูงมากแล้ว
ก็ตาม แต่อย่างไรก็ควรต้อง “รันอิน” และเปลี่ยนน้ำมันเครื่องสักครั้งก่อนที่จะใช้งานอย่างจริงจัง

2. ผิด-ไม่มีที่ไหนในโลกเปิดไฟฉุกเฉินกันตอนฝนตกหรอก ที่สำคัญจะทำให้ผู้ร่วมทางตาลาย และสับ
สนว่ารถจอดเสียอยู่หรือเปล่า ทางที่ดีถ้าฝนตก ควรชะลอความเร็ว เปิดไฟ และทิ้งระยะห่างจากคัน
หน้าให้มากขึ้นจะดีกว่า

3. ถูก-หลายคนคิดว่าการเปิดไฟฉุกเฉินขณะข้ามแยกเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และควรทำ แต่ในความเป็นจริง
จะทำให้เกิดอุบัติเหตุ เพราะคนอื่นจะสับสนนึกว่าคุณจะเลี้ยวไปด้านใดด้านหนึ่ง รถทางขวาอาจจอด
ให้ไป แต่รถทางซ้ายนึกว่าคุณจะเลี้ยวซ้ายจึงไม่หยุดให้

4. ถูก-คนที่ขับรถเกียร์ธรรมดาเมื่อจอดติดไฟแดงมักจะเข้าเกียร์ว่างอยู่แล้ว เพราะเหยียบคลัทช์แล้ว
เข้าเกียร์ค้างไว้คงเมื่อยแน่ แต่ที่สำคัญ อย่าละเลยเบรคมือ เพราะถ้ารถคันหลังหยุดไม่ทัน แล้วพุ่งชน
ถ้าไม่ดึงเบรคมือรถจะพุ่งไปชนคันหน้า บาดเจ็บเพิ่มอีกหลายเท่า รถก็เสียหายทั้งด้านหน้า และด้าน
หลัง

5. ถูก-พฤติกรรมการขับรถเกียร์อัตโนมัติทั่วไปมีอยู่สามกลุ่ม กลุ่มแรกเหยียบเบรคคาเกียร์ไว้ที่ตำแหน่ง
“D” ซึ่งต้องระวังถ้าเท้าหลุดจากแป้นเบรครถจะไหลไปชนคันหน้า กลุ่มที่สอง เหยียบเบรคเหมือนกัน
แต่เลื่อนตำแหน่งมาที่เกียร์ว่าง “N” ก็ไม่รู้ว่าจะทำตัวเองให้เมื่อยทำไม กลุ่มสุดท้ายดันคันเกียร์มาที่
“P” ไม่เหยียบเบรค ซึ่งไม่จำเป็น และไม่สะดวก วิธีที่ดีที่สุดจึงควร เข้าเกียร์ว่าง แล้วดึงเบรคมือ

6. ผิด-การหงายมือล้วง หรือสอดมือหมุนพวงมาลัย จะรู้สึกว่าออกแรกน้อย คุณผู้หญิงหลายคนที่แรง
น้อยเหมือนกันจึงชอบทำ ซึ่งจริงๆ แล้วอันตราย เพราะหากล้อหน้าสะดุดก้อนหิน หรือฟุตบาท พวง
มาลัยจะสะบัด และตีมืออย่างแรง ที่ถูกต้องควรจับแบบ “คว่ำมือหมุน” ในตำแหน่ง 3 และ 9 นาฬิกา
เมื่อต้องเลี้ยวรถมากกว่าหนึ่งรอบ ให้หมุนพวงมาลัย และปล่อยมือที่อยู่ด้านหลังเพื่อมาจับในตำแหน่ง
เดิม ในลักษณะลำเลียง เหมือนกันทั้งซ้าย และขวา

7. ถูก-แผ่นยางของใบปัดน้ำฝนมีอายุการใช้งานประมาณ 1 ปีอยู่แล้ว หากใช้นานกว่านั้นเนื้อยางจะ
แข็ง ปัดไม่เกลี้ยง ไม่ว่าจะยกไว้หรือไม่ก็ตาม แต่ถ้าคุณยกบ่อย สปริงของก้านปัดน้ำฝน ที่มีหน้าที่กด
ใบปัดให้แนบสนิทกับกระจกจะยืดออก และล้าตัว ที่สำคัญถ้าต้องเปลี่ยน ราคาจะแพงกว่าใบปัดน้ำฝน
หลายเท่า คุณจะเลือกเปลี่ยนอะไรล่ะ

8. ผิด-ถ้ารถวิ่งไม่ตรงต้องตั้งศูนย์ล้อครับ เราแกล้งถามเท่านั้นแหละ เพราะหลายคนสับสนว่าต้องใช้วิธี
ไหนแก้เมื่อเกิดปัญหา หรือหนักกว่า คือ เข้าใจว่าการตั้งศูนย์กับถ่วงล้อเป็นเรื่องเดียวกัน แต่จริงๆ ไม่ใช่
เพราะการตั้งศูนย์ล้อ อธิบายง่ายๆ คือ การทำให้รถวิ่งไปในแนวตรง แต่การถ่วงล้อคือการทำให้ล้อสม
ดุล ไม่สั่นขณะวิ่ง

9. ผิด-กลับกันครับ ถ้าลมยางอ่อนกว่าสเปค หนึ่ง ปอนด์/ตรน. จะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงกว่ากัน 2 %
เทียบง่ายๆ กับเวลาเราออกแรงถีบจักรยาน ถ้าลมอ่อนเราต้องออกแรงมากขึ้น ในกลับกันถ้ายางแข็ง
เรากลับขี่ได้ฉิว ไม่อยากเปลืองน้ำมัน หมั่นตรวจ และเติมลมยางให้ตรงสเปคนะครับ

10. ผิด-ถุงลมนิรภัยจะไร้ประโยชน์ ถ้าคุณไม่ยอมคาดเข็มขัดนิรภัย เพราะทั้งถุงลมนิรภัย และเข็มขัด
นิรภัยจะส่งเสริมกัน ช่วยสร้างความปลอดภัยให้แก่คุณ ฉะนั้นไม่ว่ารถคุณจะมีถุงลมนิรภัยหรือไม่ ก็
ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง

 

ตอนที่ 2

ข้อ 1

ก. 2
ข. 3
ค. 2
ง. 0

ข้อ 2.

ก. 2
ข. 0
ค. 1
ง. 3

ข้อ 3.

ก. 1
ข. 0
ค. 3
ง. 1

ข้อ 4.

ก. 0
ข. 3
ค. 0
ง. 0

ข้อ 5.

ก. 3
ข. 0
ค. 1
ง. 0

ข้อ 6.

ก. 3
ข. 1
ค. 0
ง. 0

ข้อ 7.

ก. 0
ข. 3
ค. 0
ง. 0

ข้อ 8.

ก. 3
ข. 0
ค. 1
ง. 0

ข้อ 9.

ก. 1
ข. 0
ค. 1
ง. 3

ข้อ 10.

ก. 0
ข. 3
ค. 3
ง. 1

 

อธิบายหน่อย

1. การตรวจตราความเรียบร้อยก่อนออกรถ เป็นสิ่งที่ควรทำ การใส่ส้นสูงก็ไม่เหมาะกับการขับรถ ยอมเสียเวลาเปลี่ยนรองเท้าสักหน่อยแลกกับความปลอดภัยดีกว่า

2. ที่ดีที่สุดต้องให้รถหยุดสนิท อย่าคิดว่าช้าเสียเวลา การหยุดรถทำให้เรามีเวลาตัดสินใจได้มากขึ้นมองขวาว่ามีรถมาหรือไม่ มองกระจกข้างด้านซ้ายอีกครั้งเพราะอาจมีคน หรือรถจักรยานยนต์แทรกเข้ามาด้วย

3. กรุณาเปิดไฟเลี้ยวทุกครั้งเพื่อขอเปลี่ยนช่องทาง และไม่ควรเหลียวหลังไปมอง ควรใช้กระจกมองข้างให้เป็นประโยชน์ ที่สำคัญ การที่คุณมองกระจกมองข้าง จะสามารถเห็นด้านหน้ารถได้ไปพร้อมๆกัน แต่ถ้าหากคุณเหลียวไปมองหลัง คุณจะไม่สามารถมองเห็นด้านหน้าในเวลาเดียวกันได้ อันตรายมาก

4. ตามกฎจราจร ต้องให้รถที่อยู่ในวงเวียนไปก่อน แต่ปัจจุบันไม่ค่อยมีใครปฏิบัติกัน (รู้ว่าบางทีอยากทำ แต่รถที่มาทางตรงข้างหลังเรากลับบีบแตรไล่ซะงั้น) การให้รถในวงเวียนไปก่อน จะได้ประโยชน์ต่อส่วนรวม เพราะอุบัติเหตุจะลดลง และไม่ต้องเสียเวลาวัดใจกันอีกด้วย

5. น้ำใจบนท้องถนนเป็นสิ่งที่ดี ไหนๆ เขาก็เปิดไฟเลี้ยวแล้วก็ให้เข้ามาหน่อย แต่ก็ต้องดูความเหมาะสมด้วย เพราะบางคันเบียดแทรกเข้ามาน่าเกลียด แต่ไม่ต้องมองหน้าหาเรื่องเขาหรอก จะเดือดร้อนตัวเองเปล่าๆ ครับ

6. ไม่ควรเอาเปรียบชาวบ้าน ด้วยการไม่เข้าคิวแล้วไปปาดเอาด้านหน้า การเปลี่ยนช่องทางไปมาบางครั้งก็ไม่เกิดประโยชน์ แถมอาจเกิดอันตราย และรบกวนผู้ร่วมทางคนอื่นๆ รอหน่อยดีกว่าถึงช้ากว่าแต่ไม่เดือดร้อนใคร

7. ถนนไม่ใช่สนามแข่ง รถคุณไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้ความเร็วสูงสุดต่อเนื่องขนาดนั้น อีกทั้งยังอาจเกิดอันตรายจากคน หรือสัตว์ที่อาจเข้ามาบริเวณถนน หลายคนขับรถไม่ดูเข็มวัดความเร็ว และไม่ค่อยรู้สึกกับความเร็วที่เพิ่มขึ้น เพราะฟังเพลง หรือคุยโทรศัพท์มือถือเพลิน ทางที่ดีควรใช้ความเร็วคงที่ และเหมาะสมตามสภาพเส้นทาง จะช่วยประหยัดน้ำมัน และลดความเสี่ยงของอุบัติเหตุลงอีกด้วย

8. การขับรถในถนนช่องทางคู่ ที่วิ่งในทิศทางเดียวกัน รถช้ากว่าต้องอยู่ซ้าย และรถที่เร็วกว่าเมื่อแซงแล้วควรจะต้องกลับเข้าซ้ายเช่นกัน ถ้าถนนข้างซ้ายไม่ดีอาจหลบวิ่งทางขวาได้ชั่วคราว ถ้ามีรถที่เร็วกว่าขอแซง ก็ต้องหลบเข้าซ้าย

9. การกลับรถขวางถนนทั้ง 2 ช่องทางไม่ถูกต้อง ขอให้คิดอยู่เสมอว่าทำอย่างไรให้เบียดเบียนเพื่อนร่วมทางน้อยที่สุด ไปกลับรถในซอยเลยดีกว่า ปลอดภัย ไม่เดือดร้อนใครด้วยนะ

10. ไม่ว่าจะหักหลบอย่างมีสติ หรือยอมชนเพราะหยุดไม่ทัน เกี่ยวข้องกับเรื่องการตัดสินใจทั้งสิ้นหลายคนเงอะงะ ตัดสินใจไม่ขาดว่าจะเอาอย่างไรดีเมื่อเกิดเหตุการณ์คับขัน จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุทั้งที่ไม่ควรจะเกิด หรือแทนที่จะเบากลับกลายเป็นหนัก ฉะนั้นพยายาม ตั้งสติ และตัดสินใจให้เด็ดขาดครับ

 

เบาะไหนเป็นของคุณ

0-10 คะแนน

“เบาะหลัง” อย่าลืมรัดเข็มขัดด้วยนะ

คุณอย่าขับรถเลยจะดีกว่า นอกจากอันตรายต่อตัวเอง ยังจะสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นด้วย เดาว่าคุณคงซื้อใบขับขี่มา หรือไม่ก็ทำดีเฉพาะตอนสอบ แต่ขับจริงควบคุมสติไม่ได้ ขับตามใจตัวเอง ไม่มีน้ำใจให้เพื่อนร่วมทาง ไม่ค่อยมีความเข้าใจในการใช้รถที่ถูกต้อง ฉะนั้น กรุณาไปนั่งเบาะหลัง รัดเข็มขัดนิรภัยให้แน่น อย่าไปรบกวนคนอื่นบนรถละ

 

11-20 คะแนน

“เบาะหน้าซ้าย” นั่งข้างคนขับเก่งๆ แล้วเรียนรู้วิธีขับที่ถูกต้อง

ดูคนอื่นที่เก่งๆ ขับก่อนดีกว่า เพราะคุณยังไม่สามารถขับรถได้ดีสักเท่าไร พยายามหาหนังสือกฎจราจรมาอ่าน แล้วเรียนรู้มารยาทที่ดีในการขับรถ คุมสติให้มากขึ้นเพื่อจะได้ตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆ ได้คุณยังพอมีความสามารถในการพัฒนาการขับรถตัวเองอยู่บ้าง มุ่งมั่นหน่อยนะเดี๋ยวก็ขับรถดีเอง เราเป็นกำลังใจให้

 

21-30 คะแนน

“เบาะคนขับ” อีกนิดก็เยี่ยมแล้ว

คุณขับรถดีแล้ว แค่เพิ่มความตั้งใจ ทักษะ และสติอีกสักหน่อยก็จะดีเยี่ยม คุณมีความเข้าใจในการใช้รถพอสมควร มองเห็นความสำคัญของมารยาท และการมีน้ำใจให้แก่กันบนท้องถนน คุณจะเป็นนักขับที่ดีได้ไม่แพ้ใครเลย

 

31-40 คะแนน

“เบาะคนขับ” ยกกุญแจให้เลย เราไว้ใจคุณ

คุณขับรถได้ยอดเยี่ยม ถ้ามีใครเคยแกล้งบ่นคุณว่าขับรถไม่ดี เอาเกมนี้ไปให้เขาลองทำ แล้วท้าว่า “ทำคะแนนให้ได้เท่าฉันสิ !” เราเชื่อว่าถ้าเขาขับไม่รถดีจริง คะแนนระดับนี้ทำได้ไม่ง่ายหรอก คุณเป็นคนที่เข้าใจการใช้รถ มีสติ ตัดสินใจได้ดี มีน้ำใจ และมารยาท ขอให้คุณรักษาความดีนี้ต่อไป เราสนับสนุนเต็มที่

 

ลอง (เกม) ของจริง

นอกจากเรามีเกมแบบทดสอบให้คุณเล่นแล้ว เรายังได้ลองทดสอบการขับขี่รถยนต์ในเหตุการณ์จำลองเพื่อเปรียบเทียบระหว่างผู้ชาย และผู้หญิง โดยในแต่ละเพศยังแบ่งในรายละเอียดอีกว่า ขับรถเป็นหรือไม่ ถ้าเป็นอยู่แล้วขับมาแล้วกี่ปี แล้วนำมาประเมินผลกันทีมงานได้สุ่มตัวอย่างเลือกผู้หญิง 5 คน และผู้ชาย 5 คน ให้ลองเล่นเกม “GRAN TURISMO 4 (GT
4)”

 

เกม GT 4 ถือเป็นเกมฟอร์มโตเกมหนึ่งบนเครื่องเพลย์สเตชัน 2 และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในหมู่นักเล่นเกม พร้อมกับการยกย่องว่าเป็นเกมที่สมจริงมากที่สุด ทั้งเรื่องภาพ และความรู้สึกในการขับขี่ในภาคนี้มีรถให้ขับประลองความเร็วมากถึง 700 คัน จากผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำกว่า 80 แห่ง รถทุกคันถอดแบบมาจากรถจริงๆ และมีสนามแข่งขันรถเหมือนจริงถึง 52 สนาม

กติกาของเกม ผู้ที่จะสามารถเข้าแข่งขันได้จำเป็นต้องสอบใบขับขี่ แต่ละรายการแข่งขันจะมีการบังคับใช้ใบขับขี่ในระดับต่างกัน ใบขับขี่จะมีอยู่ 5 ระดับ แยกเป็น 1. ใบขับขี่ระดับเนชันแนล B, 2. ใบขับขี่ระดับเนชันแนล A, 3. ใบขับขี่ระดับอินเตอร์เนชันแนล B, 4. ใบขับขี่ระดับอินเตอร์เนชันแนล A, 5. ใบขับขี่ระดับพิเศษ

การสอบใบขับขี่จะต้องสอบไล่ตามลำดับตั้งแต่เนชันแนล B ไปจนถึงระดับพิเศษ หากยังสอบระดับเนชันแนล B ไม่ผ่าน ก็จะไม่สามารถสอบระดับเนชันแนล A ได้

การทดสอบครั้งนี้ได้เลือกให้สอบใบขับขี่ที่ระดับเนชันแนล B ให้เวลาแต่ละคนในการทดสอบ 30 นาทีกับ 16 สถานี แต่ละสถานีมีความยากง่ายแตกต่างกันไป ไล่ไปตั้งแต่เบรคให้รถหยุดตรงเส้นที่กำหนด,การขับผ่านโค้ง 1 โค้ง, การขับผ่านโค้งรูปตัว S, การขับผ่านกรวย, การขับรอบสนาม และการขับเข้าโค้งในทางฝุ่น นอกจากต้องปฎิบัติตามคำสั่งของสถานีนั้นๆ แล้ว ผู้สอบต้องทำเวลาให้ได้ตามที่กำหนดจึงจะสามารถผ่านไปยังอีกสถานีหนึ่งได้

 

มาดูกันเลย

ผู้หญิง

ผู้ทดสอบหญิงหมายเลข 1 “นิ้ง” อายุ 23 ปี อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน ยังขับรถไม่เป็น การขับขี่โดยรวมยังไม่เข้าใจการควบคุมรถ ควบคุมพวงมาลัยยากลำบาก กะระยะเบรคไม่ได้ การใช้ความเร็วไม่สัมพันธ์กับการเข้าโค้ง กลัวที่จะเข้าโค้ง บางครั้งเบรคจนรถหยุดนิ่งอยู่กลางโค้ง และมีเกร็งทุกครั้งที่เจอโค้ง สามารถสอบผ่านไปถึงสถานีที่ 5

 

ผู้ทดสอบหญิงหมายเลข 2 “บัว” อายุ 28 ปี เจ้าหน้าที่คีย์ข้อมูล มีใบขับขี่มา 5 ปี การขับโดยรวมพอใช้การคำนวณระยะเบรคยังไม่แม่นเท่าที่ควรต้องทดสอบหลายครั้ง ใช้ความเร็วสูงขณะเข้าโค้งทำให้รถหลุดโค้ง บางครั้งเบรคกลางโค้งทำให้รถเสียการทรงตัวจนควบคุมไม่ได้ สามารถสอบผ่านไปถึงสถานีที่5 เช่นกัน

 

ผู้ทดสอบหญิงหมายเลข 3 “ตั๊ก” อายุ 25 ปี อาชีพเจ้าหน้าที่เขียนบทโทรทัศน์ มีใบขับขี่มา 7 ปี การขับโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี การใช้เบรคมีความแม่นยำพอสมควร สามารถผ่านได้อย่างไม่มีปัญหา การควบคุมรถขณะเข้าโค้งดูเป็นธรรมชาติ แต่เมื่อเจอหลายๆ โค้ง จะเกิดอาการเกร็ง บางครั้งใช้ความเร็วสูงจนเกินไป จนไม่สามารถควบคุมรถได้ สามารถสอบผ่านไปถึงสถานีที่ 5

 

ผู้ทดสอบหญิงหมายเลข 4 “แอ” อายุ 26 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว ขับรถมาประมาณ 7 ปี การขับโดยรวมพอใช้ ควบคุมพวงมาลัยอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้ แต่ใช้ความเร็วมากเกินไป ทำให้ระยะเบรคไม่ได้ตามที่กำหนด หรือใช้ความเร็วสูงขณะเข้าโค้งจนทำให้รถหลุดโค้ง สามารถสอบผ่านไปถึงสถานีที่ 5

 

ผู้ทดสอบหญิงหมายเลข 5 “ออค” อายุ 26 ปี อาชีพเลขานุการ มีใบขับขี่มา 8 ปี การขับโดยรวมพอใช้เข้าใจการควบคุมรถ แต่มักใช้ความเร็วสูงมากเกินไป ทำให้ระยะเบรคไม่ได้ตามที่กำหนด การเข้าโค้งยังไม่ชำนาญ เมื่อเจอหลาย ๆ โค้งจะเกิดอาการเครียด เมื่อพลาดหลายๆ ครั้งจะหงุดหงิด ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ขาดสมาธิ ทำให้ควบคุมรถไม่ได้ สามารถสอบผ่านถึงสถานีที่ 5

 

ผู้ชาย

ผู้ทดสอบชายหมายเลข 6 “ตั้ม” อายุ 27 ปี อาชีพเจ้าของร้านอินเตอร์เนท ขับรถไม่เป็น การขับโดยรวมยังไม่เข้าใจการควบคุมรถ การใช้เบรคและความเร็วไม่สัมพันธ์กันทำให้เสียเวลามาก แต่พอทำหลายๆครั้งก็สามารถผ่านได้ การควบคุมรถขณะเข้าโค้งยังติดๆ ขัดๆ ใช้ความเร็วไม่เหมาะสม สามารถสอบผ่านถึงสถานีที่ 10

 

ผู้ทดสอบชายหมายเลข 7 “หมู” อายุ 38 ปี อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน มีใบขับขี่มา 4 ปี การขับโดยรวมอยู่ในเกณฑ์พอใช้ การควบพวงมาลัยอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ระยะเบรคบางครั้งยังไม่แม่น แต่พอทำซ้ำหลายๆ ครั้งก็สามารถผ่านได้ การควบคุมรถขณะเข้าโค้งยังไม่นิ่ง แต่ก็สามารถผ่านได้ไม่ยาก ส่วนการใช้รถที่มีความเร็วสูงยังไม่ถนัดเท่าที่ควร เมื่อขับรอบสนามทำให้รถหลุดจากโค้งหลายครั้ง สามารถสอบผ่านไปถึงสถานีที่ 10

 

ผู้ทดสอบชายหมายเลข 8 “บอล” อายุ 30 ปี อาชีพรับจ้าง มีใบขับขี่มา 11 ปี การขับโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ดี สามารถคำนวณระยะเบรคได้ค่อนข้างแม่นยำ เข้าใจการควบคุมรถ แต่บางครั้งใช้ความเร็วสูงเกินไปทำให้การเข้าโค้งไม่นิ่งเท่าที่ควร แต่ก็สามารถสอบผ่านได้ครบทั้ง 16 สถานี

 

ผู้ทดสอบชายหมายเลข 9 “หน่อย” อายุ 33 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว มีใบขับขี่มา 12 ปี การขับโดยรวมอยู่ในเกณฑ์พอใช้ การคำนวณระยะเบรคยังไม่แม่นเท่าที่ควร การเข้าโค้งยังไม่นิ่ง ไม่สามารถใช้รถที่มีความเร็วสูงได้ สามารถสอบผ่านไปถึงสถานีที่ 10

 

ผู้ทดสอบชายหมายเลข 10 “หนึ่ง” อายุ 42 ปี อาชีพผู้สื่อข่าว มีใบขับขี่มา 17 ปี การขับโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก การคำนวณระยะเบรคแม่นยำ สามารถนำเทคนิคการขับรถจริงมาร่วมใช้ การเข้าโค้งเป็นไปอย่างราบรื่นใช้ความเร็วได้อย่างเหมาะสม เข้าใจธรรมชาติของรถได้อย่างดี จึงไม่มีปัญหาที่จะควบคุมรถที่มีความเร็วสูง สามารถสอบผ่านได้ครบทั้ง 16 สถานี

 

สรุป

จากการทดสอบดังกล่าวจะเห็นว่า กลุ่มผู้หญิงยังควบคุมรถขณะเข้าโค้งได้ไม่ดีเท่าที่ควร มักใช้ความเร็วสูงแต่ไม่สามารถควบคุมรถได้ การคำนวณระยะเบรคไม่แม่นยำ แต่หากใช้รถที่ความเร็วไม่สูงนักก็ยังพอควบคุมได้

ส่วนกลุ่มผู้ชายทั้งหมด 5 คน มีเพียง 1 คนเท่านั้น ที่สามารถควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ แต่นอกนั้นก็ยังถือว่าขับดีกว่ากลุ่มผู้หญิง

จะเห็นได้ว่า เพศ มีความสัมพันธ์กับการขับขี่ โดยเพศชายเมื่อหาค่าเฉลี่ยแล้วจะผ่านได้ถึงสถานีทดสอบที่ 12.4 แต่เพศหญิงเมื่อหาค่าเฉลี่ยแล้ว จะผ่านได้ถึงสถานีทดสอบที่ 5 เท่านั้น

ถ้าคุณลองทำแบบทดสอบในตอนแรกแล้ว ผู้หญิง และผู้ชายอาจขับรถได้ดี หรือแย่ไม่ต่างกัน หรือต่างกันไม่มาก แต่ในตอนที่สอง แม้เป็นการทดสอบในสถานการณ์จำลอง แต่ก็พอวัดได้ว่า “ทักษะ” ที่แต่ละเพศได้รับมาจากธรรมชาติ มีความแตกต่าง และสำคัญต่อการขับขี่แค่ไหน

เราอยากให้คุณเห็นว่า ไม่ว่าหญิง หรือชาย ทุกคนรู้ว่าถ้าจะขับรถให้ดี ต้องทำอย่างไร แต่เหลือแค่ “พร้อม” ที่จะทำหรือไม่เท่านั้นเอง

 

4 ข้อ แนะนำผู้หญิงขับรถ

สรีระ

แน่นอนว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่ตัวเล็กว่าผู้ชาย เพื่อให้มีทัศนวิสัยที่ดีที่สุด ควรปรับเบาะให้อยู่ในตำแหน่งที่สูงไว้ก่อน ส่วนพวงมาลัย ให้ปรับระดับให้ต่ำลงมาเพื่อให้ไม่บังทางข้างหน้า

 

รองเท้า

ผู้หญิงหลายคนใส่ส้นสูง ถ้าชอบใส่ส้นสูงขับรถ เลิกเสียก่อนที่อุบัติเหตุจะตามมา แต่ถ้าคุณถอดส้นสูงแล้วเปลี่ยนรองเท้าเพื่อขับรถอย่าลืมนำส้นสูงออกไปวางไว้ที่อื่นที่ไม่ใช่ที่วางเท้าตำแหน่งคนขับ เพราะรองเท้าอาจไหลเข้าไปขัดกับเบรค คลัช หรือคันเร่ง เกิดอุบัติเหตุมานักต่อนักแล้ว

 

ตรวจตรารถบ้าง

อย่ายกหน้าที่ตรวจตรารถให้กับแฟน หรือช่างที่ศูนย์บริการเสียทุกครั้งไป คุณควรตรวจตราเองมากกว่าเพราะคนขับสามารถจับอาการ หรือปัญหาในการขับขี่ได้ดีกว่าคนที่ไม่ได้ขับ พยายามคิดว่ารถเป็นเหมือนเพื่อนรักที่ต้องดูแล ไม่ใช่ของใช้ที่ไม่ต้องสนใจก็ได้

 

ต้องมีสติ

ว่ากันว่าผู้หญิงมักตกใจ และขาดสติง่ายกว่าผู้ชาย การขับรถเป็นสิ่งที่ต้องการการตัดสินใจที่ชัดเจนในเวลาอันสั้น หากควบคุมสติไม่ได้ การตัดสินใจจะยิ่งขาดประสิทธิภาพ ฉะนั้นต้องพยายามควบคุมสติให้มากขั้น เพื่อการตัดสินใจที่ดี โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุการณ์คับขัน



------------------------------
เรื่องโดย : ศิธา เธียรถาวร/ธนกฤต นรพันธุ์พงศ์
ภาพโดย : ฝ่ายภาพ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2549
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ch6fn
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
6,799,000
2.
3,249,000
4.
53,500,000
6.
3,600,000
7.
4,539,000
8.
13,339,000
9.
2,999,000
10.
1,749,000
11.
1,800,000
13.
499,000
14.
979,000
15.
990,000
16.
4,090,000
17.
1,699,000
18.
3,299,000
19.
5,399,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

IAM BANGKOK 2018 รวมรถตกแต่งหลากหลายสไตล์ จัดเต็มแน่นห้าง ZPELL!
สื่อสากล แฟมิลี แรลลี ครั้งที่ 13 “หอบความสุข ไปแบ่งปัน”
ALL-NEW HONDA CR-V
TOKYO AUTO SALON 2017 งานชุมนุมรถแต่ง สุดขั้ว !