ประกันภัย

ประกันภัยรถยนต์กับคนรุ่นใหม่ (8)


ฉบับนี้เราจะมาพูดกันในรายละเอียดของประกันภัยภาคสมัครใจ ประเภท 3 และ 2 ตามลำดับ แต่ละประเภทมีความคุ้มครองอย่างไร และจะเลือกประกันประเภทไหน จึงจะเหมาะสมกับเรา ถือเป็นข้อมูลไว้พิจารณาในรถแต่ละคัน

เรามาเริ่มกันที่ประกันภัยประเภท 3 หรือ ที่คนทั่วไปนิยมเรียกกันว่าประกันชั้น 3 เป็นกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองต่อบุคคลภายนอกเป็นหลัก มี 2 ส่วน คือ ส่วนของชีวิตร่างกายบุคคลภายนอก และส่วนของทรัพย์สินบุคคลภายนอก (ซึ่งประเภท 3 นี้ จะให้ความคุ้มครองสูงกว่าประเภท 4 หรือ ประกันชั้น 4 ที่จะคุ้มครองเพียงส่วนเดียว คือ ทรัพย์สินบุคคลภายนอกเท่านั้น ไม่คุ้มครองในส่วนชีวิตร่างกาย ท่านสามารถกลับไปทบทวนได้ในฉบับที่แล้ว) ดังนั้นในเนื้อหาของกรมธรรม์ประเภท 3 ก็จะมีความคุ้มครองเพียงหมวดเดียว คือ หมวดการคุ้มครองความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก ไม่มีความคุ้มครองในส่วนของตัวรถคันที่เอาประกัน สรุปง่ายๆ คือ รถประกันเสียหายต้องรับผิดชอบเอง

ในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์หมวดของการคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกนั้น แยกความคุ้มครองเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย ซึ่งจะให้การคุ้มครองเฉพาะส่วนที่เกินจากความคุ้มครองสูงสุดต่อคน ตามกรมธรรม์ พรบ. กล่าวคือ ปัจจุบันประกันภัย พรบ. คุ้มครองเสียชีวิตต่อคนสูงสุดที่ 100,000 บาท และค่ารักษาสูงสุดที่ 50,000 บาท/คน ซึ่งกฎหมายกำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำให้บริษัทคุ้มครองอย่างน้อย 100,000 บาท/คน (ไม่ได้ระบุขั้นสูงต่อคนไว้) และ 100,000 บาท/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง

สำหรับส่วนของความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอกนั้น จะระบุจำนวนเงินความรับผิดสูงสุดไว้ซึ่งกฎหมายกำหนดขั้นต่ำไว้ที่ 200,000 บาท/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง ไม่ได้กำหนดขั้นสูงไว้ แล้วแต่ว่าบริษัทใดจะเสนอขายความคุ้มครองที่เท่าใด แต่จะเสนอขายให้ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดไม่ได้

ประกันภัยประเภท 3 มักจะเป็นที่รู้จัก และนิยมซื้อของบุคคลทั่วไปเพราะประหยัด โดยเฉพาะรถเก่าที่มีอายุเกินกว่า 7 ปีขึ้นไปบริษัทประกันภัยก็จะไม่ค่อยรับประกันประเภท 1 และเสนอที่จะรับประกันเป็นประเภท 3 มากกว่า (เว้นแต่ทำประกันต่อเนื่องกันมา และมีประวัติดีก็จะต่อให้เป็นประเภท 1 ต่อไปอีกระยะหนึ่ง) กรมธรรม์ประกันประเภท 3 ของแต่ละบริษัทอาจมีความคุ้มครองส่วนเพิ่มจากมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดก็ได้ โดยระบุความคุ้มครองตามเอกสารแนบท้าย เช่น การประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลของผู้ขับขี่และ/หรือผู้โดยสาร การประกันค่ารักษาพยาบาลของผู้ขับขี่/ผู้โดยสาร การประกันตัวผู้ขับขี่คดีอาญา การที่บริษัทเพิ่มความคุ้มครองในส่วนของเอกสารแนบท้ายขึ้นมานั้น ทำให้เบี้ยประกันภัยก็จะเพิ่มขึ้นมาตามส่วน ซึ่งถือเป็นเทคนิค และนโยบายทางการตลาดของแต่ละบริษัทจะทำตลาดในรูปแบบใด เจาะฐานลูกค้ากลุ่มไหน

นอกจากนี้ยังมีบางบริษัทขายประเภท 3 ควบกับการประกันภัยในส่วนของการซ่อมรถประกันในกรณีเป็นฝ่ายถูกชน และมีคู่กรณีเป็นฝ่ายยอมรับผิด โดยจำกัดความรับผิดไม่เกิน 100,000 บาท/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง ซึ่งถือเป็นการให้บริการด้านการเรียกร้องค่าสินไหมแทนผู้เอาประกัน โดยบริษัทจัดซ่อมรถให้ผู้เอาประกันภัยไปพลางก่อน แล้วรับโอนภาระการเรียกร้องกับคู่กรณีไปเรียกร้องในภายหลัง การประกันภัยที่มีขายส่วนนี้ จะมีข้อยุ่งยากมากไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้ศึกษาในรายละเอียดให้ครบถ้วนเพราะการพิสูจน์ความผิดถูกนั้นถ้าคู่กรณีไม่ยอมรับก็หมายถึงต้องไปฟ้องร้องกันเสียเป็นส่วนใหญ่ และถ้าตนเป็นฝ่ายผิดก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองในส่วนนี้ คือ ต้องรับผิดชอบซ่อมรถเองอยู่ดี

การประกันภัยประเภท 3 นั่นเหมาะสำหรับคนที่ต้องการประหยัดค่าเบี้ยประกันภัย แต่ก็ยังมีความตระหนักรับผิดชอบต่อผู้อื่น คนที่อยู่ในข่ายจะซื้อประกันประเภท 3 ได้แก่ คนที่ใช้รถน้อย คนที่มีประวัติการขับรถดี คนที่ทำงานอยู่แต่ในสำนักงาน คนที่มีรายได้น้อย และคนที่ใช้รถเก่าอายุเกิน 7 ปีและขอแนะนำให้ซื้อประกันแบบมีความคุ้มครองเพิ่มในส่วนของประกันตัวผู้ขับขี่คดีอาญาด้วย หากมี
เหตุฉุกเฉินจะได้ไม่ต้องไปนอนในห้องขังระหว่างการดำเนินคดี ส่วนการประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลและค่ารักษานั้นก็พิจารณาเป็นกรณีๆ ไป บางบริษัทอาจมีเบี้ยแพคเกจพิเศษแถมให้เลยก็ลองศึกษาเปรียบเทียบกันดูอาจจะมีอะไรน่าสนใจเพิ่มขึ้นก็ได้

ต่อไปเราจะมาคุยกันต่อในกรมธรรม์ประกันภัยประเภท 2 หรือประกันภัย 2 หลายคนจะบอกว่าไม่คุ้นกับการประกันภัยประเภทนี้เท่าไรนัก มันคุ้มครองอะไรบ้าง เพราะหลายบริษัทก็ไม่ได้แนะนำลูกค้า ลูกค้าก็ไม่ได้สนใจจะทำมันด้วย เอาเป็นว่ามันเป็นกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองสูงกว่าประเภท 3 แต่น้อยกว่าประเภท 1 โดยให้ความคุ้มครองในส่วนตัวรถประกันเฉพาะรถหาย และไฟไหม้เท่านั้น

ดังนั้นในกรมธรรม์ประกันภัยประเภท 2 จะมีความคุ้มครอง 2 หมวด คือ หมวดการคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก และหมวดความคุ้มครองความสูญหายและไฟไหม้ ต่อตัวรถคันที่เอาประกัน (ไม่คุ้มครองการซ่อมจากการเฉี่ยว ชน คว่ำ ทุกกรณี)

ในส่วนของความคุ้มครองต่อบุคคลภายนอกนั้นก็จะเหมือนกันกับประเภท 3 ทุกประการ จะมีส่วนที่เราจะต้องมาทำความใจกันก็ตรงที่หมวดความคุ้มครองความสูญหาย และไฟไหม้ มันกินความแค่ไหนเราลงไปดูในเงื่อนไขกรมธรรม์กันสักหน่อยนะครับ

“ข้อตกลงคุ้มครองรถหาย ไฟไหม้ บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เมื่อรถยนต์ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยนต์ รวมทั้งอุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง หรือสิ่งที่ติดอยู่ประจำกับตัวรถยนต์ เกิดไฟไหม้ หรือสูญหายไป ความรับผิดของบริษัทจะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันที่ระบุไว้ในตาราง

ความสูญหาย ในที่นี้ให้รวมความถึงความเสียหายต่อตัวรถยนต์ รวมทั้งอุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง หรือสิ่งที่ติดอยู่ประจำอยู่กับตัวรถยนต์ ที่มีผลพวงมาจากการลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ยักยอกทรัพย์หรือเป็นผลมาจากการพยายามกระทำเช่นว่านั้น

ไฟไหม้ ในที่นี้หมายถึง ความเสียหายต่อตัวรถยนต์ที่เป็นผลมาจากไฟไหม้ ไม่ว่าจะเป็นการไหม้จากตัวของมันเอง หรือเป็นการไหม้ที่มีผลสืบเนื่องมาจากสาเหตุอื่น”

ข้อความที่ระบุในกรมธรรม์มีความชัดเจนอยู่ในตัวของมันแล้ว แต่ที่จะขยายความเพิ่มเติมก็ตรงที่สาเหตุของการสูญหายนั้นจะเกิดจากใครก็ได้รับความคุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้าง หรือคนอื่นๆ ยกเว้นจะไม่คุ้มครองก็ต่อเมื่อเป็นการกระทำของผู้เอาประกันภัยเอง และกรณีที่รถสูญหายไปแล้วต่อมาภายหลังได้คืนกลับมา หากตัวรถนั้นมีร่องรอยความเสียหายเกิดขึ้นอันสืบเนื่องจากการกระทำดังกล่าวบริษัทก็จะซ่อมแซมให้คืนสู่สภาพเดิมให้

แม้ว่าจะไม่มีการสูญหาย เพียงแค่มีการพยายามงัดรถ และมีร่องรอยความเสียหายกับตัวรถ บริษัทก็จะทำการซ่อมแซมให้เช่นกัน

ในส่วนของไฟไหม้ ขยายความไปถึงเกิดจากการชนกัน หรือพลิกคว่ำ และเกิดไฟไหม้ทั้งคัน กรณีนี้บริษัทก็จะชดใช้ให้ทั้งคัน แต่กรณีหากมีไฟไหม้เพียงบางส่วนบริษัทจะจัดซ่อมแซมให้เพียงบางส่วนเฉพาะส่วนที่มีไฟไหม้เท่านั้น แต่ในการเกิดเหตุครั้งนั้นหากมีร่องรอยความเสียหายอื่นๆ ด้วยแต่หากส่วนนั้นมิใช่เกิดจากไฟไหม้ บริษัทไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบซ่อมในส่วนที่เสียหายอื่นๆ นั้นด้วย ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบซ่อมแซมส่วนนั้นๆ เอง

การประกันภัยประเภท 2 นี้จะมีข้อยกเว้นหลายข้อเช่นเดียวกับประเภท 1 เพราะมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับตัวรถยนต์ด้วย ดังนั้นคนที่จะซื้อประกันประเภทนี้ ต้องศึกษากรมธรรม์อย่างละเอียดอีกทีนะครับ

โดยสรุปแล้ว กรมธรรม์ประกันภัยประเภท 2 จะเหมาะสำหรับรถคันโปรดของคุณ ดูแล้วจะเป็นที่หมายตาต้องใจกับหัวขโมย หรือเป็นที่นิยมชมชอบของใบสั่งข้ามแดนอะไรทำนองนั้น หรือมิฉะนั้นก็คนที่มีบ้านที่อยู่อาศัยในละแวกโจรผู้ร้ายชุกชุม ไม่มีที่จอดรถแบบรั้วรอบขอบชิด ก็แนะนำให้ซื้อประกันภัยประเภท 2 ไว้ก็แล้วกัน

สำหรับเบี้ยประกันภัยนั้นจะอยู่ระหว่าง 2-3 เท่าของประเภท 3 แล้วแต่ราคารถยนต์แต่ละรุ่น หรือทุนประกันมากน้อยแค่ไหน แต่รถบางรุ่นก็ซื้อประกันประเภท 2 แล้วรู้สึกว่าไม่คุ้ม เพราะเบี้ยประกันอาจถูกกว่าประเภท 1 เพียงเล็กน้อยเท่านั้น อย่างนั้นแนะนำให้ไปทำประเภท 1 เลยดีกว่า

นอกจากนี้ยังมีประเภท 2 พิเศษ แบบว่าบริษัทประกันภัยจัดให้ เช่น ทำประกันประเภท 3 แถมความคุ้มครองรถหายไฟไหม้ให้ 50,000 บาท (ขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด) เลยกลายเป็นการประกันประเภท 2โดยอัตโนมัติ แท้ที่จริงนโยบายบริษัทเพียงต้องการเบี้ยประกันให้สูงขึ้นกว่าประเภท 3 ปกติเท่านั้น

เราจะคุยกันเรื่องประกันประเภท 1 หรือ ประกันภัยชั้น 1 ในครั้งหน้า คอยติดตามนะครับ



------------------------------
เรื่องโดย : กฤชกมล นิติธรรมโกศล
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2549
คอลัมน์ : ประกันภัย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/DVmsY
เพิ่มเพื่อน