รอบรู้เรื่องรถ

ปัญหาคาใจ


เรียนคุณขวัญชัยที่นับถือ

ผมเป็นแฟนลูกค้าของหนังสือ “ฟอร์มูลา” มาเป็นสิบๆ ปีแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ต้องเขียนจดหมายมาขอรบกวนเวลาถามปรึกษาอะไรหน่อย

ปัจจุบันนี้ผมใช้รถยนต์ BMW รุ่นเก่าอยู่ คือ ซีรีส์ 5 เครื่องหัวฉีด 6 สูบ 2,000 ซีซี (520I รุ่น E28 เครื่อง M20 ปี 1984) ใช้น้ำมันเบนซิน 95 มาตลอดตามที่เขากำหนด แต่อีกไม่นานเขาก็จะเลิกขายแล้ว มีแต่แกสโซฮอล 95 แทน ผมก็สงสัยว่าจะทำอย่างไรดี เคยถามที่ปั๊มน้ำมัน ที่ตัวแทนขายรถ ที่บริษัทศูนย์บริการ ที่อู่ตรวจสภาพรถเพื่อเอาใบรับรองสภาพไปเสียภาษีประจำปี และจากข้อเขียนในหนังสือต่างๆ ปรากฏว่าแต่ละแห่ง ตอบแนะนำไม่เหมือนกัน และไม่ละเอียดชัดเจนเลย บ้างก็ว่าใส่แกสโซฮอล 95 ได้เลย บ้างก็ว่าให้ใช้เบนซิน 91 แทน (ซึ่งต่อไปก็คงกลายเป็นแกสโซฮอล 91 อีก) เลยไม่ทราบว่าอย่างไหนเป็นข้อมูลที่ถูกต้องจริงๆ เชื่อถือได้ และเป็นประโยชน์ไม่เป็นโทษเกิดผลเสียหายกับรถยนต์เราหรือว่าอย่างไหนเป็นข้อมูลเท็จโกหกตอแหลกันแน่ (ขอโทษด้วยครับหยาบคายหน่อย)

ดูแล้วรัฐบาลไม่แฟร์เลย เล่นมัดมือชก ควรจะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีทางเลือกของเขาบ้าง คือ เปิดขายทั้งเบนซิน 95 และแกสโซฮอล 95 แล้วแต่ใครจะต้องการตามความสามารถของเขาที่จะใช้ ไม่ทราบมีอะไรหมกเม็ดหรือเปล่า ถึงโฆษณาแต่ในด้านดีของแกสโซฮอล 95 แต่ด้านลบไม่ยอมพูดถึงเลย(ซึ่งอาจจะมีอยู่ก็ได้) นี่ไม่ได้ต่อต้านหรือมองโลกในแง่ลบนะครับ แต่การประหยัดไม่ใช่จะมีอยู่เพียงวิธีเดียวไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม ปกติปัญหาทุกอย่างมักจะมีทางแก้ของมันอยู่เสมอ

กรุณาอย่าแนะนำให้ขายรถแล้วซื้อคันใหม่นะครับ เพราะไม่มีเงิน ขนาดรถกระป๋องคันเล็กๆ ตัวถังบางเหมือนฝาปี๊บใส่น้ำมันก๊าด ไปยืนพิงก็บุบแล้ว เครื่องยนต์แค่ 1,500 ซีซี ยังขายกันคันละ 6-7 แสนบาทเลย ส่วนรถมือสองก็กลัวรถย้อมแมวอีกเพราะเราดูไม่เป็น ตกลงเก็บเงินไว้ทำประโยชน์อย่างอื่นดีกว่า และผมก็อายุมากแล้ว (60 กว่า) ผมยอมเสียเงินซ่อมไปใช้ไปดีกว่า เพราะเราก็ไม่ได้ซ่อมทุกวันนี่ และสภาพรถก็กว้างขวางนั่งนิ่มสบายใช้งานได้น่าพอใจพอสมควร ถึงจะเป็นรถเก่าๆ ซูเพอร์โบราณก็เถอะ(23 ปีแล้ว) ราคาแค่ 6-7 หมื่น

ตอนนี้ผมก็ยังขับใช้งานอยู่ทุกวันทั้งในเมือง-นอกเมือง ทางไกลก็วิ่งประจำครั้งละร่วม 500 กิโลเมตรบางครั้งก็วิ่งความเร็ว 130-140 กม./ชม.

ถ้าหากจะเปลี่ยนเครื่องยนต์ข้ามคนละสายพันธุ์ก็เสียความรู้สึก ไม่ชอบเลย หรือถ้าจะปรับปรุงเพิ่มเติมอุปกรณ์อื่นเพื่อความประหยัด เพื่อใช้แกส NGV ด้วย ก็ไม่เหมาะหลายอย่างสำหรับต่างจังหวัดแล้วก็ไม่ชอบ ไม่อยากใช้เลย แถมไม่ค่อยเชื่อมาตรฐานฝีมือและคุณภาพของวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ของไทยเรานัก เกิดรั่วไหลหรือระเบิดขึ้นมาก็ตายเปล่า ไม่รู้จะไปเอาอะไรกับใคร เมืองไทยเราก็รู้ๆ กันอยู่ในเรื่องความปลอดภัยต่างๆ

ผมขอรบกวนเพียงนี้นะครับ จะรอคำตอบจากคุณในหนังสือ “ฟอร์มูลา” ในคอลัมน์รอบรู้เรื่องรถ หรือที่หน้า 12 ก็ได้ครับ ผมขอกราบขอบคุณเป็นอย่างยิ่งมา ณ ที่นี้ด้วย

คนรักรถ
จังหวัด นครศรีธรรมราช

 

จดหมายของคุณ “คนรักรถ” เป็นคำถามด้านเทคนิคโดยตรง ผมจึงได้รับมอบหมายให้ตอบจดหมายนี้แทนครับ เมื่อใดที่ต้องตอบจดหมาย ผมจะเริ่มรู้สึกอึดอัดเพราะความกังวลว่า เนื้อหาจะมีสาระเพียงพอหรือไม่ และทัศนคติของเจ้าของจดหมายเป็น
อย่างไร หลังจากได้อ่านตั้งแต่ต้นจนจบแล้ว ก็รู้สึกยินดีในการรับภาระนี้ เพราะเป็นคำถามที่มีสาระ ซึ่งผมเชื่อว่ามีผู้ใช้รถอีกหลายแสนคน ที่มีความสงสัยทำนองนี้อยู่ในใจเหมือนกัน แต่ไม่ทราบจะหาคำตอบได้ทางใด นอกจากนี้ผมยังเห็นว่าคุณเป็น
ตัวแทนของผู้ใช้รถอายุมาก ที่มีเหตุผลถูกต้องหลายข้อ สำหรับการไม่เปลี่ยนไปซื้อรถใหม่

ผมขอตอบคำถามและข้อสงสัยโดยคัดออกมาเป็นข้อ เรียงตามลำดับตั้งแต่ต้นในจดหมายนะครับ

 

1. มาตรการหรือวิธีปฏิบัติของผู้ใช้รถที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้แกสโซฮอลได้ด้วยนั้นไม่มีหรอกครับ เพราะถ้าใช้แล้วมันกัดกร่อนทำลายวัสดุบางส่วน เราก็ไม่มีทางป้องกันได้ และปัญหานี้ไม่ได้มีเฉพาะรถรุ่นเก่าสูงอายุเท่านั้นนะครับ ที่จริงแล้วรถใหม่หลายรุ่น
ก็ไม่สามารถใช้เชื้อเพลิงชนิดนี้ได้ โดยไม่มีผลเสีย แต่เนื่องจากสัดส่วนแอลกอฮอล์ที่ผสมค่อนข้างต่ำ คือ 10 % (ถ้าพวกเราไม่ถูกหลอก) ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ไม่ถึงขั้นทำให้รถใช้การไม่ได้ และถึงจะไปถึงระดับมีความ
ผิดปกติให้เห็นได้ ก็ไม่มีใครมีเครื่องมือ อุปกรณ์ รวมทั้งสิทธิโดยชอบธรรม ในการยืนยันว่าเป็นผลมาจากการใช้แกสโซฮอล หรือกล่าวอย่างง่ายๆ ก็คือ คนที่บังคับพวกเราให้ใช้เชื้อเพลิงนี้ กับคนที่ออกมายืนยันว่ารถของเราใช้เชื้อเพลิงนี้ได้โดยไม่เกิดความเสียหาย ล้วนไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นครับ

คำถามที่ผมได้ยินบ่อยที่สุดในระยะนี้ ก็คือ “ทางออก” หรือวิธีปฏิบัติ สำหรับผู้ใช้รถเมื่อไม่มีเบนซิน 95 จำหน่าย ส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่า ต้องมีทางออกหรือวิธีปฏิบัติเสมอที่จริงแล้วมิได้เป็นเช่นนั้นครับ หลายปัญหาจากความไร้ความรับผิดชอบของมนุษย์ไม่มีทางออกหรือคำตอบ หรือวิธีปฏิบัติตนไม่ให้ถูกผลกระทบหรอกครับ เช่นถ้าเราตั้งคำถามว่า “ขอทราบวิธีปฏิบัติตน ไม่ให้เสียทั้งทรัพย์สิน และไม่ให้ถูกทำร้ายหรือถูกฆ่าในกรณีที่โจรถ่อยมีอาวุธพร้อม มันเข้ามาปล้นถึงในบ้าน” ไม่มีหรอกครับ ถ้าไม่ยอมให้
ทรัพย์สินมัน ก็ต้องถูกมันทำร้ายหรือฆ่า ปัญหาแกสโซฮอลนี้ก็เข้าข่ายเดียวกัน

 

2. ความ “แฟร์” ของรัฐบาลและการ “หมกเม็ด” ที่คุณสงสัยนั้น ถูกต้องแล้วถ้านักการเมืองมีผลประโยชน์จากการกลั่นแอลกอฮอล์จากผลิตผลทางเกษตร เพื่อนำมาผสมกับเบนซิน พวกเราก็จะเดือดร้อนอย่างที่เป็นอยู่นี่แหละครับ

 

3. ใช้คันนี้ต่อไปครับ เราก็หวังว่าใครที่มันเห็นแก่พวกพ้อง ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประชาชน มากกว่าความถูกต้อง มันจะถูกฟ้าดิน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเวรกรรม ทำให้มันหมดอำนาจและหน้าที่นี้ไปโดยเร็ว

“กระป๋องติดล้อ” ที่ยืนพิงแล้วบุบ ราคา 6-7 แสน ก็มีข้อดีนะครับ คือ ประหยัดน้ำมันกว่ารถของคุณมาก ขับอย่างเดียว ไม่ต้องเสียค่าซ่อมเป็นเวลาหลายปี ถ้าเข้ารับบริการตามระยะ ใช้งานในเมืองสะดวก มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่อยากเปลี่ยนรถ แต่ไม่สามารถ
เสียเวลาไปกับการส่งรถเข้าซ่อมหลายวัน ไม่ต้องการกังวลกับค่าซ่อมที่ไม่ทราบว่าจะสูงเกินกำลังทรัพย์หรือไม่ และมันจะเกิดขึ้นเมื่อใด บ่อยแค่ไหน และยามค่ำคืนมันจะไปเสียกลางทางถึงขั้นไปต่อไม่ได้หรือไม่ครับ

 

4. รถของคุณสามารถติดตั้งชุดดัดแปลงเพื่อใช้แกสได้ครับ เป็นระบบที่ปลอดภัยถ้าเป็นแบบหัวฉีดและผลิตในต่างประเทศทั้งชุด และเป็นแกสหุงต้มหรือ LPG ที่มีปั๊มจำนวนมากพอให้บริการอยู่ แต่ชุดดังกล่าวราคาค่อนข้างสูง ถ้าระยะทางที่ขับเฉลี่ยวันละ
100 กม. ก็จะประหยัดคุ้มทุนค่าชุดนี้ ในเวลาราวๆ 12 เดือนครับ



------------------------------
เรื่องโดย : เจษฎา ตัณฑเศรษฐี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2549
คอลัมน์ : รอบรู้เรื่องรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/iXxEq
เพิ่มเพื่อน