บทความ

น้ำมันแพง


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์
เดือนพฤษภาคม ปี '48 กับ '47
ตลาดรวม เพิ่ม 21.9 %
รถยนต์นั่ง เพิ่ม 0.5 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ เพิ่ม 22.7 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) ลด 7.3 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) เพิ่ม 179.0 %

 

คุณรู้จักตัวเลขเหล่านี้ดีหรือไม่ครับ 95 = 25.34, 91 = 24.54, ดีเซล = 21.79

จั่วหัวเอาไว้อย่างนั้นเองแหละครับ ไม่ได้มีความหมายอะไร เพราะวันที่คุณผู้อ่านได้อ่านหนังสือฉบับนี้ราคาคงเปลี่ยนไปเยอะแล้ว

ราคาน้ำมันนะครับ ไม่ใช่ราคา “ฟอร์มูลา”

ก็ไม่ได้สนับสนุนให้ไปใช้น้ำมันอย่างอื่นหรอก คนเบี้ยน้อยหอยน้อยมีความจำเป็นก็ควรประหยัดมากกว่า ดีกว่าที่จะต้องไปเติมน้ำมันชนิดอื่น เพราะเพียงแค่เห็นว่าถูกกว่าผลระยะยาวเป็นอย่างไร มีสำนักมาตรฐานแห่งไหนออกมานั่งยันกันมั่งหรือเปล่า ก็ไม่มี

แน่จริงเอาผลการวิจัยของบ้านนอกเมืองนามาแสดง ก็อยากจะพอเชื่ออยู่เหมือนกันแหละครับแต่นี่ไม่เห็นมีใครกล้ายกมือสักคน

เอาแต่ตัวเลขมาบอกอย่างเดียวว่า ประเทศนั้นใช้น้ำมันประเภทนี้มาตั้งแต่ปีนั้น ปีนี้ตอนนี้มีผู้ใช้อยู่เท่านั้นเท่านี้ แต่ไม่เห็นจะมีใครสักคนคิดเรื่องการค้นคว้า พัฒนา กันบ้างหรืออย่างไร ?

ค่ายรถยนต์ก็ออกมาแสดงวิสัยทัศน์กันใหญ่ ว่าได้พัฒนาเครื่องยนต์มาให้ใช้ได้ถึงระดับ E20 คือผสม 20 % แล้ว แต่ไม่บอกว่าพัฒนากันอย่างไร

บอกแค่ว่ารถยนต์ที่ใช้หัวฉีดทุกรุ่น ใช้ได้

แต่ลองไปดูในสมุดรับประกันสิ อ่านให้ทั่วนะครับ โดยเฉพาะตอนที่แนะนำให้ใช้น้ำมันเบนซินออคเทน 95 น่ะ ไม่มีตรงไหนบอกเลยว่า ใช้อย่างอื่นได้

อยากรู้เรื่องแบบถึงพริกถึงขิง โปรดท่องเวบเอาเองนะครับ เสียงลือเสียงเล่าอ้างจากเวบที่มีคนออกมายอมรับแล้วก็คือ เจ้า E10 นี่ จะสิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าปกติประมาณ 10 % ถึงราคาจะถูกกว่าก็เถอะ แถมตอนนี้นักวิทยาศาสตร์สัญชาติไทย ประมาณที่เรียกกันเองว่า “ช่างเถอะ” ทดลองเอาน้ำมันเบนซินทั้ง 3 อย่าง เอามาใส่ภาชนะประเภทเดียวกัน แล้วเอาไปตากแดดเพื่อทดสอบดูอัตราการระเหย ว่าใครจะระเหยเร็วกว่ากัน

นี่แหละครับ ความอยากรู้อยากเห็นของคนไทยอย่างเราเรา ท่านท่าน นี่แหละไม่ต้องคอยให้ใครเขามาสอนให้ทำหรอก ส่วนว่าผลจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามจากเวบได้นะครับดุเด็ดเผ็ดมันกว่าอ่านจากหนังสือเยอะเลย

ส่วนราคาสินค้าที่พุ่งพรวดเป็นบ้องไฟไปเรียบร้อย ก็ต้องทำใจ มันกระทบเป็นห่วงลูกโซ่โดนกันถ้วนหน้า ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกว่ากัน ยอมไปเถอะครับ ข้าวแกงจานละ 30 บาทน่ะเพิ่งจะเขียนไปเล่มก่อนเอง ว่าเหรียญ 25 สตางค์ เหรียญ 50 สตางค์ กับเหรียญบาทน่ะมันจะมีประโยชน์อะไร

เดี๋ยวนี้เหรียญ 5 บาทเหรียญเดียว ยังซื้อน้ำแข็งยูนิคไม่ได้เลย

คุยเรื่องตัวเลขดีกว่า หนนี้เป็นเรื่องของเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา

ตอนนั้นน้ำมันยังราคาทรงตัว หลวงท่านยังสนับสนุน อุดหนุนด้วยประการต่างๆ อยู่ ดังนั้นยอดการจำหน่ายรถยนต์จึงยังคงเพิ่มสูงถึง 21.9 % ขายกันอย่างร่าเริง 60,070 คัน รวม 5 เดือนยังเพิ่มอยู่ 13.8 % ตัวเลขยังสวยหรู 282,476 คัน

ตำแหน่งยอดขายสูงสุดประจำเดือนยังคงได้แก่ โตโยตา 25,172 คัน เพิ่มขึ้นเยอะ 40.4 % ส่วนแบ่งตลาด 41.9 %, อันดับสอง อีซูซุ ขาย 15,190 คัน เพิ่มเหมือนกัน 18.1 % ส่วนแบ่ง 25.3 %, อันดับสามก็ยังไม่ค่อยฟื้นไข้ดี ฮอนดา ขาย 4,512 คัน ลดลงเพราะมีไข้ 23.5 % ส่วนแบ่ง 7.5 %, อันดับสี่ นิสสัน ค่อยลืมตาอ้าปากหน่อย ขาย 3,511 คัน เพิ่ม 22.1 % ส่วนแบ่ง 5.8 % และอันดับห้า มิตซูบิชิ ขาย 3,175 คัน เพิ่ม 8.0 % ส่วนแบ่ง 5.3 %

ยอดรวม 5 เดือน โตโยตา ขาย 113,655 คัน อีซูซุ ขาย 72,406 คัน ฮอนดา ขาย 20,059 คัน นิสสัน ขาย 17,946 คัน และ มิตซูบิชิ ขาย 17,925 คัน

แยกเป็นประเภทรถยนต์นั่ง ตลาดค่อนข้างทรงตัว เพิ่มเล็กน้อย 0.5 % ขาย 14,359 คัน รวม 5 เดือนลดลงเยอะ 11.9 % ขาย 66,617 คัน

ตำแหน่งแชมพ์ โตโยตา รถเยอะรุ่น ขาย 6,788 คัน เพิ่ม 0.5 % ส่วนแบ่ง 47.3 %, ที่สองยังคงได้แก่ ฮอนดา ขาย 4,359 คัน ลดลงเยอะ 18.6 % ส่วนแบ่ง 30.4 %, ที่สาม เชฟโรเลต์ ขาย 737 คัน เพิ่ม 54.5 % ส่วนแบ่ง 5.1 %, ที่สี่ นิสสัน ขาย 691 คัน เพิ่มเยอะ 93.6 % ส่วนแบ่ง 4.8 % และที่ห้า มาซดา ขาย 502 คัน เพิ่มเยอะอีกเจ้า 660.6 % ส่วนแบ่ง 3.8 %

ขอแนะนำผู้เสียภาษีมากสุด แจกวาร์ เสียภาษีให้หลวงทั้งสิ้น 7 คัน และ โพร์เช เสียภาษีให้หลวง 4 คัน คือว่า คนรวยสัญชาติไทยยังมีอยู่เยอะครับ

แยกเป็นประเภทรถกระบะหนึ่งตัน ยอดรวมตั้งแต่ต้นปี 155,915 คัน เพิ่ม 19.9 % แต่เฉพาะเดือนนี้ เพิ่ม 22.7 % ขายได้ 33,035 คัน ตำแหน่งแชมพ์ยังคงได้แก่ อีซูซุ 13,059 คัน เพิ่ม 14.5 % ส่วนแบ่ง 39.5 % ที่สอง โตโยตา ขายได้ 10,439 คัน เพิ่ม 33.2 % ส่วนแบ่ง 31.6 % ที่สาม นิสสัน ขาย 2,576 คัน เพิ่ม 11.3 % ส่วนแบ่ง 7.8 % ที่สี่ เชฟโรเลต์ ขาย 2,187 คัน เพิ่มสูงถึง 274.5 % แต่ส่วนแบ่งยังอยู่ที่ 6.6 % และที่ห้า มิตซูบิชิ ขาย 2,151 คัน ส่วนแบ่ง 6.5 %

รถเพื่อการพาณิชย์ที่แสดงว่า สภาพเศรษฐกิจค่อยๆ กระเตื้องขึ้นอย่างช้าๆ ยอดการขายเพิ่มขึ้น 41.9 % ขายได้ 3,550 คัน รวม 5 เดือนยังเพิ่มอยู่ 29.1 % ขาย 15,766 คัน ชนะเลิศ โตโยตา ขาย 1,288 คัน เพิ่มขึ้น 104.8 % ส่วนแบ่ง 36.3 %, ที่สอง อีซูซุ ขาย 1,032 คัน เพิ่ม 52.2 % ส่วนแบ่ง 29.1 %, ที่สาม ฮีโน ขาย 678 คัน ลดลง 15.0 % ส่วนแบ่ง 19.1 %

รถกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่รวมรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยรวม เพิ่มถึง 179.0 % ขาย 4,215 คัน โดยตำแหน่งแชมพ์ คือ โตโยตา ขายคนเดียว 3,023 คัน เพิ่มขึ้นถึง 1,389.2 % ส่วนแบ่ง 71.7 % ที่สอง อีซูซุ ขาย 520 คัน เพิ่มขึ้นมากถึง 17,233.3 % ส่วนแบ่ง 12.3 % และที่สาม ฟอร์ด ขาย 263 คัน ลด 53.5 %

รถอเนกประสงค์อื่นๆ ยอดลดลง 7.3 % ขาย 1,496 คัน ห้าเดือนลดลง 23.3 % ขายได้ 7,955 คัน ชนะเลิศแต่ผู้เดียว โตโยตา ขาย 1,058 คัน ส่วนแบ่ง 70.7 %

ที่เชื่อแน่ได้ว่า ยอดการขายเดือนถัดมา คือ มิถุนายน คงถูกราคาน้ำมันลอยตัว ทั้งเบนซิน และดีเซลเป็นตัวฉุดรั้งยอดขาย ให้หดตัวลดความร้อนแรงลงได้บ้าง แต่ก็เชื่อได้เหมือนกันว่าเป็นเพียงระยะหนึ่งเท่านั้นเอง ผ่านพ้นการอภิปรายตัวรัฐมนตรีแล้ว ลงมติไว้วางใจกันเรียบร้อยก็ต้องปรับตัวรัฐมนตรีกันมั่งแหละ เอ๊ะ ใช่หรือเปล่าเนี่ย

แหม แค่ขาดงานลงมติเพียงวันเดียว ถึงกับจะต้องเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี ศรีภรรยา กันเลยหรือเนี่ย

เอ เรื่องอะไรกันแน่หนนี้ งง งง อยู่นะครับ



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2548
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/GJoSb
อัพเดทล่าสุด
5 Dec 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,180,000
2.
19,800,000
3.
31,900,000
4.
24,700,000
5.
1,990,000
6.
12,959,000
8.
31,900,000
10.
33,900,000
12.
3,699,000
13.
1,030,000
15.
6,000,000
17.
4,999,000
19.
23,420,000
20.
32,900,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th