บทความ

โตโยตาก้าวล้ำนำยุค ผลิตรถเอสยูวีไฮบริด


ญี่ปุ่น-โตโยตา มอเตอร์ คอร์พอเรชัน (TOYOTA MOTOR CORPORATION) ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของเมืองปลาดิบ ก้าวนำหน้าผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ ไปอีกหนึ่งก้าวด้วยการผลิตรถกิจกรรมกลางแจ้งขับเคลื่อนด้วยระบบ HYBRID หรือ “พันทาง” ออกจำหน่ายแล้วทั้งในญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา

โตโยตา ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของเมืองปลาดิบซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีมาแล้วกับรถยนต์นั่งพันทาง โตโยตา ปรีอุส (TOYOTA PRIUS) สร้างปรากฏการณ์ใหม่ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยนำ HYBRID SUV หรือ “รถกิจกรรมกลางแจ้งพันทาง”แบบแรกของโลก ออกจำหน่ายในตลาดสองทวีป โดยที่ในตลาดญี่ปุ่น โตโยตา จำหน่ายรถแบบนี้ในชื่อ โตโยตา แฮร์ริเออร์ ไฮบริด (TOYOTA HARRIER HYBRID) ส่วนในตลาดสหรัฐอเมริกา ใช้ชื่อ เลกซัส อาร์เอกซ์ 400 เอช (LEXUS RX40H)

รถกิจกรรมกลางแจ้งพันทางแบบเดียวแต่มีสองชื่อนี้ ไม่ได้เป็นรถที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมดแต่พัฒนาขึ้นใหม่โดยใช้ตัวถังเดียวกับรถรุ่นสามัญที่มีจำหน่ายอยู่แล้วในตลาด คือ โตโยตา แฮร์ริเออร์(TOYOTA HARRIER) ในตลาดญี่ปุ่น และ เลกซัส อาร์เอกซ์ (LEXUS RX) ในตลาดอเมริกาเหนือเป็นตัวถังห้าประตูทรงสองกล่อง ยาว 4.755 ม. กว้าง 1.845 ม. และสูง 1.690 ม.

รถ โตโยตา แฮร์ริเออร์ รุ่นสามัญที่จำหน่ายอยู่ในญี่ปุ่น มีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้รวมสองขนาด คือเครื่อง DOHC 4 สูบเรียง 2,362 ซีซี 160 แรงม้า กับเครื่อง DOHC วี 6 สูบ 2,994 ซีซี 220 แรงม้า ส่วนรถเลกซัส อาร์เอกซ์ ที่จำหน่ายในตลาดอเมริกาเหนือ มีเครื่องยนต์เพียงขนาดเดียว เป็นเครื่อง DOHC วี 6 สูบ 3,302 ซีซี 230 แรงม้า

แต่ในรถพันทาง โตโยตา แฮร์ริเออร์ ไฮบริด และ เลกซัส อาร์เอกซ์ 400 เอช นี้ โตโยตา เลือกใช้เครื่องยนต์ DOHC วี 6 สูบ 3,302 ซีซี บลอคเดียวกับที่ใช้อยู่แล้วในรถ เลกซัส อาร์เอกซ์ ที่จำหน่ายในตลาดอเมริกาเหนือ แต่ปรับแต่งเสียงให้ทำให้ได้กำลังสูงสุดต่ำกว่าเดิมประมาณร้อยละ 10 อย่างไรก็ตาม เครื่องยนต์นี้ไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่มีมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยทำงานอีกสามชุดทำให้ได้กำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 272 แรงม้า

มอเตอร์ไฟฟ้าสองตัวแรกซึ่งเพิ่มแรงขับเคลื่อนของล้อคู่หน้า ให้กำลังรวม 167 แรงม้าเป็นมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับสามเฟส รับกำลังไฟฟ้าจากหม้อแบทเตอรี นิกเคิล-เมทัล ไฮดไรด์ (NICKEL-METAL HYDRIDE) ขนาด 9.6 โวลท์ จำนวน 30 ชุด ส่วนมอเตอร์ตัวที่สามซึ่งเพิ่มแรงขับเคลื่อนของล้อคู่หลัง ก็เป็นมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับสามเฟสเช่นกัน แต่ให้กำลังเพียง 68 แรงม้า ที่ 4,610-5,120 รตน.

นิตยสารรถยนต์ชั้นนำฉบับหนึ่งของเมืองยุ่น ทดสอบรถ โตโยตา แฮร์ริเออร์ ไฮบริด เปรียบเทียบกับรถ โตโยตา แฮร์ริเออร์ รุ่นสามัญ ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร 220 แรงม้า แล้วสดุดีว่า โตโยตา แฮร์ริเออร์ ไฮบริด คือรถที่สร้างมิติใหม่ให้แก่รถกิจกรรมกลางแจ้ง ทั้งในด้านภาพลักษณ์ ความประหยัด และการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ในการขับทดสอบบนทางหลวงที่ใช้ความเร็วระดับ 120-130 กม./ชม. เป็นระยะทางประมาณ 600 กม. ปรากฏว่า โตโยตา แฮร์ริเออร์ ไฮบริด มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 11.7 กม./ลิตร ในขณะที่รถรุ่นสามัญทำได้ 11.1 กม./ลิตร เป็นตัวเลขที่ไมแสดงให้เห็นความแตกต่างได้มากนัก แต่ที่น่าสนใจก็คือผลการวิ่งทดสอบในเขตตัวเมือง ซึ่ง โตโยตา แฮร์ริเออร์ ไฮบริด ทำได้ดีระดับ 7.4 กม./ลิตร ในขณะที่รถรุ่นสามัญทำได้แค่ 5.9 กม./ลิตร

ในเมืองปลาดิบ รถพันทาง โตโยตา แฮร์ริเออร์ ไฮบริด ออกจำหน่ายแล้ว ด้วยค่าตัวระดับ 4.10-4.62 ล้านเยน หรือประมาณ 1.56-1.76 ล้านบาท ส่วนในตลาดสหรัฐอเมริกา เลกซัส อาร์เอกซ์ 400 เอช จะออกจำหน่ายปลายปีนี้ ในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2006 ด้วยค่าตัวเริ่มต้นที่ 45,000 เหรียญหรือประมาณ 1.90 ล้านบาท

 

ย่อยข่าว

* สหรัฐอเมริกา-ใครที่เคยเชื่อว่า ชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้ขับรถพิคอัพยี่ห้อ ฮอนดา ถึงเวลาต้องเปลี่ยนความเชื่อนี้แล้ว เพราะเป็นที่ทราบกันดีในเมืองมะกันว่า ฮอนดา มอเตอร์กำลังจะนำรถพิคอัพแบบแรกของตนออกจำหน่ายในตลาดสหรัฐอเมริกา ในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2006 ยักษ์รองเมืองยุ่นตั้งชื่อรถพิคอัพแบบนี้ว่า ฮอนดา ริดจ์ไลน์ (HONDA RIDGELINE) มีตัวถังยาว 5.255 ม. กว้าง 1.940 ม. และสูง 1.730 ม. และที่แปลกไปจากรถพิคอัพทั่วๆไปก็คือเป็นตัวถังที่ออกแบบเหมือนรถยนต์นั่ง ที่เรียกกันตามศัพท์ยานยนต์ว่า UNIT BODY แถมติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและระบบรองรับ (กันสะเทือน) แบบอิสระทั้งสี่ล้ออีกต่างหากส่วนเครื่องยนต์ที่ใช้ เป็นเครื่อง SOHC วี 6 สูบ 24 วาล์ว 3,471 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 255 แรงม้า (SAE NET) ที่ 5,750 รตน. และแรงบิดสูงสุด 34.1 กก.-ม. (SAE NET) ที่ 4,500 รตน.สนนราคาค่าตัวเมื่อออกขายในเมืองมะกันปลายปีนี้ คาดว่าจะอยู่ระหว่าง 27,000-32,000 เหรียญหรือเท่ากับประมาณ 1.13-1.34 ล้านบาท

 

* ญี่ปุ่น-โตโยตา มอเตอร์ คอร์พอเรชัน ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของเมืองยุ่นก่อตั้เครือข่ายจำหน่ายและเริ่มผลิตรถยี่ห้อ เลกซัส (LEXUS) ออกจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 1989 ตลอดช่วงเวลาสิบหกปีที่ผ่านมา รถติดยี่ห้อ เลกซัส เกือบทุกคันที่ขายในเมืองมะกันเป็นรถผลิตในญี่ปุ่นแล้วส่งลงเรือไปขึ้นบกที่สหรัฐอเมริกา มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ผลิตจากโรงงานในทวีปอเมริกาเหนือ และตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ผู้ใช้รถในญี่ปุ่นที่ต้องการเป็นเจ้าของรถ เลกซัส ก็ต้องซื้อรถที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ไม่มีทางเลือกอย่างอื่น แต่ตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีนี้เป็นต้นไป เหตุการณ์จะเปลี่ยนไปแล้ว เพราะความสำเร็จของรถติดยี่ห้อ เลกซัส ในตลาดทั่วโลก รวมทั้งความนิยมของคนญี่ปุ่นเอง ทำให้ โตโยตา มอเตอร์ คอร์พอเรชัน ตัดสินใจก่อตั้งเครือข่ายจำหน่ายรถ เลกซัส ขึ้นแล้วในเมืองปลาดิบ และรถแบบแรกที่จะออกจำหน่ายผ่านเครือข่ายนี้ คือ เลกซัส จีเอส 430 (LEXUS GS430) รุ่นใหม่ล่าสุด ส่วนรถแบบเดียวกันนี้ที่เคยติดยี่ห้อ โตโยตา และจำหน่ายในตลาดญี่ปุ่นชื่อ โตโยตา อริสโต (TOYOTA ARISTO) ก็จะไม่มีอีกต่อไป

 

* ญี่ปุ่น-ในรอบปีการเงินซึ่งสิ้นสุดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โตโยตา ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของเมืองยุ่นและอันดับสองของโลก สามารถทำกำไรได้ถึง 1.170 ล้านล้านเยน (ประมาณ 0.433 ล้านล้านบาท) รวมทั้งสามารถขายรถในตลาดทั่วโลกได้มากกว่ารอบปีก่อนหน้านั้นถึง 700,000 คัน

 

* อังกฤษ-แลนด์ โรเวอร์ (LAND ROVER) ในเมืองผู้ดี เรียกรถ เรนจ์ โรเวอร์ (RANGE ROVER) และ ดิสคัฟเวอรี (DISCOVERY) รุ่นติดตั้งเครื่องยนต์ วี 8 สูบ จำนวนประมาณ 19,000 คัน ที่ผลิตระหว่างปี 1993-1998 กลับมาตรวจสอบ หลังจากตัวแทนจำหน่ายรถยี่ห้อนี้ในญี่ปุ่นรายงานว่าพบปัญหารอยแตกร้าวในถังน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งทำจากพลาสติค

 

* สวีเดน-ผลการสำรวจจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นตามท้องถนน โดย FOLKSAM ผู้ชำนัญการด้านวิเคราะห์วิจัยของเมืองฟรีเซกซ์ได้ข้อสรุปว่า รถยนต์นั่งที่ปลอดภัยที่สุดได้แก่ ซาบ 9-5 (SABB 9-5) รุ่นปัจจุบัน และ ซาบ 9-3 (SAAB 9-3) รุ่นก่อน โดยมีรถแบบอื่นๆ อีกห้าแบบที่รายงานการสำรวจนี้กล่าวยกย่องในด้านความปลอดภัย คือ โวลโว เอส 70 (VOLVO S70) โวลโว วี 70 (VOLVO V70) มิตซูบิชิ คาริสมา (MITSUBISHI CARISMA) เอาดี เอ 6 (AUDI A6) รุ่นปี 1998 และ ฟอร์ด มนเดโอ (FORD MONDEO) รุ่นปี 2001

 

* สหรัฐอเมริกา-มีรายงานข่าวเล่าลือว่า ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในโลกสองราย คือ เจเนอรัลมอเตอร์ส (GENERAL MOTORS) กับ โตโยตา (TOYOTA) กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาเพื่อร่วมกันพัฒนาและก่อตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ ขับเคลื่อนด้วยพลังจากแกสไฮโดรเจน



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2548
คอลัมน์ : สังคม + ธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/JWXvP
อัพเดทล่าสุด
10 Sep 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,090,000
2.
2,229,000
3.
779,000
4.
3,590,000
6.
1,316,000
7.
1,749,000
8.
1,699,000
10.
3,299,000
11.
5,399,000
12.
6,799,000
13.
3,249,000
14.
4,980,000
15.
53,500,000
17.
3,600,000
18.
13,339,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

เดอลาเฮย์ วีแอลอาร์ หนึ่งในรถยนต์พระที่นั่งสำหรับทรงงานในถิ่นทุรกันดาร
ผลการแข่ง ซูเพอร์จีที เรศล่าสุด เข้มข้นไม่เปลี่ยนแปลง !!
ผลการควอลิฟายของ ซูเพอร์จีที กับการทำลายสถิติเดิมอย่างราบคาบ !!
เริ่มลุยกันแล้ว กับรอบฝึกซ้อมของ ซูเพอร์จีที !!