เล่นท้ายเล่ม
บทเรียนจากพระอานนท์
ในบรรดาพระมหาสาวกของพระพุทธเจ้า ชีวิตพระอานนท์น่าจะเป็นตำราเรียนเป็นบทศึกษาว่าด้วยการประพฤติปฏิบัติของผู้น้อยต่อผู้บังคับบัญชาได้เป็นอย่างดี
พระมหาสาวก หรือพระสาวกชั้นผู้ใหญ่นั้นมีด้วยกัน 80 องค์ เรียกว่า อสีติมหาสาวก และพระอานนท์ ผู้ได้รับเลือกเป็นพระอุปัฏฐากประจำพระองค์ของพระพุทธเจ้าเป็น 1 ใน 80 องค์ ดังกล่าวนี้ เช่นเดียวกับพระปุณณมันตานีบุตร พระองคุลีมาร พระอนุรุทธ พระอุบาลี เป็นต้น
ชีวิตก่อนบวชพระอานนท์เป็นเจ้าชายวงศ์ศากยะแห่งกรุงกบิลพัสดุ์ อินเดียเป็นพระโอรสของพระเจ้าสุกโกทนะ กษัตริย์ศากยวงศ์ พระราชบุตรองค์ที่ 2 รองจากพระนางกีสาโคตมี ของพระเจ้าสีหหนุ และเป็นพระอนุชาของพระเจ้าสุทโธทนะ พระพุทธบิดา
เจ้าชายอานนท์ทรงเพียบพร้อมด้วยความผาสุกสำราญเต็มรูปแบบของเจ้าชายอินเดียทั้งหลายเป็นพระญาติใกล้ชิดพระพุทธเจ้า และเป็นว่าที่พระมหากษัตริย์ต่อจากพระเจ้าสุทโธทนะอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะ เจ้าชายนันทะ พระพุทธอนุชา หรือ มกุฏราชกุมาร ต่อจากเจ้าชายสิทธัตถะได้เสด็จออกทรงผนวชแล้ว อีกทั้งเจ้าชายราหุล พระโอรสองค์เดียวของเจ้าชายสิทธัตถะก็ออกบรรพชาด้วย
แต่เจ้าชายอานนท์ ก็ต้องมีอันบวชโดยบังเอิญ เป็นการบวชเพราะไม่อยากขัดใจเพื่อน เพื่อนที่ว่านี้คือ เจ้าชายอนุรุทธ สาลิกาลิ้นทอง ไปพูดจาชักชวนใครที่ไหนเป็นอันเสร็จพระองค์ทุกคนเริ่มตั้งแต่ไปชวนพระเจ้าภัททิยะ พระสหายออกบวชเป็นคนแรกสำเร็จ ต่อมาก็ได้เจ้านายเชื้อพระวงศ์อีก 4 องค์ ออกบรรพชาด้วยคือ
เจ้าชายอานนท์/เจ้าชายภัคคุ/เจ้าชายกิมพิละ ทั้ง 3 พระองค์เป็นเจ้าแห่งศากยวงศ์ และเจ้าชายเทวทัตต์ เป็นพระราชบุตรของพระเจ้าสุปปพุทธะ พระเชฏฐภาดา (พี่ชาย) ของพระนางพิมพา (ยโสธารา ก็เรียก) พระชายาเจ้าชายสิทธัตถะ พระมารดาของเจ้าชายราหุล
ขณะเวลานั้นพระพุทธเจ้าเสด็จประทับ ณ สวนอนุปิยอัมพวัน ในเขตอนุปิยนิคม แขวงมัลลชนบทก่อนเสด็จต่อไปยังเมืองราชคฤห์ เจ้าชายทั้ง 6 พระองค์ จำเป็นต้องเดินทางไกลได้เลือกเอามหาดเล็กที่สนิทคนหนึ่งชื่อ อุบาลี ผู้สวมหมวก 2 ใบทั้งเป็น นายภูษามาลา และนายกัลบกของราชสกุล หอบหิ้วของใช้ติดตามไปด้วย
ครั้นถึงสวนอนุปิยอัมพวัน เจ้าชายทั้ง 6 เปลื้องอาภรณ์ และของมีค่าประจำพระองค์ออกจนสิ้นแล้ว มอบให้อุบาลีนำกลับกรุงกบิลพัสดุ์ แต่อุบาลีกลับเปลี่ยนความคิดขอบวชตามเจ้านายด้วยอีกคน
บวชหมู่ของคณะนี้เดิมทีมี 6 พระองค์ จึงกลายเป็น 7 ซึ่งมาต่อยอดเอาในนาทีสุดท้าย
ถึงตรงนี้ ก็น่าศึกษายุทธวิธีขุดรากโค่นตอของกิเลส ทิฏฐิ มานะ หรือ การถือยศศักดิ์ถือชาติชั้นวรรณะของเจ้านายทั้ง 6 พระองค์ เพราะเมื่อเจ้าชายทั้ง 6 เห็นคนใช้ขอบวชด้วยแทนที่จะให้อุบาลีเป็น "หางนาค" กลับให้บวชเป็นคนแรก เป็น "นาคเอก" ของคณะ
ซึ่งเมื่ออุบาลีบวชก่อนเช่นนี้ ก็หมายถึงมีฐานะเป็นพี่ การประพฤติปฏิบัติของเจ้าชายทั้ง 6 ต่อพระอุบาลีก็ต้องกระทำเช่นผู้น้อยพึงมีต่อผู้ใหญ่ เดินบิณฑบาตก็ต้องเดินตามหลังยามนั่งก็ต้องนั่งรองลงไป
นี่คือการบวชแท้ บวชทั้งภายนอกและภายในของพระสาวกทั้งชุด แถมยังได้ชื่อเป็นชุดพิเศษแห่งประวัติพระพุทธศาสนา ทั้งดีทั้งร้าย ด้านดีก็ดีถึงขั้นความสำเร็จของพระไตรปิฎก และในด้านร้ายก็ร้ายถึงระดับ อนันตริยกรรม ด้วยพระเทวทัตต์ก่อความวุ่นวายในสังฆมณฑลถึงขั้นลอบปลงพระชนม์ พระพุทธเจ้า
พระอานนท์เมื่อบวชแล้วได้พบพระปุณณมันตานีบุตร ซึ่งแปลได้ว่า ปุณณะลูกชายของนางมันตานี เช่นคำเรียก พระสารีบุตร-ลูกชายของนางสารี เป็นต้น
พระปุณณมันตานีบุตร เป็นพระระดับอาจารย์ เคร่งครัดต่อการปฏิบัติธรรม มีความสามารถในการอบรมสั่งสอน มากด้วยศิษย์เสมอถึง 500 องค์ และเพียงด้วย 1 กัณฑ์เทศนาของท่าน ก็สามารถทำให้พระอานนท์ได้ตรัสรู้ธรรมโดยทันที เกิดความสว่างไสวเห็นเรื่องของตัวตนตามความเป็นจริง ความเข้าใจว่าตัวตนมี ตัวตนเที่ยง เป็นอมตะ ได้หลุดไปจากใจของพระอานนท์สิ้น
พระอานนท์ได้รับเลือกจากที่ประชุมสงฆ์ให้เป็นพุทธอุปัฏฐาก ผู้รับใช้ใกล้ชิดพระพุทธเจ้าก่อนจะรับตำแหน่งนี้พระอานนท์ได้ขอพร หรืออีกนัยหนึ่งได้ขอเงื่อนไข 8 ประการจากพระพุทธเจ้า ดังนี้
1. ถ้าพระผู้มีพระภาคจักไม่ประทานจีวรอันประณีตที่ได้แล้วแก่ข้าพระองค์
2. ถ้าพระผู้มีพระภาคจักไม่ประทานบิณฑบาต (อาหาร) อันประณีตที่ได้แล้วแก่ข้าพระองค์
3. ถ้าพระผู้มีพระภาคจักไม่โปรดให้ข้าพระองค์อยู่ในที่ประทับของพระองค์
4. ถ้าพระผู้มีพระภาคจักไม่ทรงพาข้าพระองค์ไปในที่นิมนต์ทั้ง 4 ข้อนี้ถือเป็นเงื่อนไขฝ่ายปฏิเสธ ซึ่งเมื่อพระพุทธเจ้าตรัสถาม พระอานนท์ก็กราบทูลว่าเพื่อป้องกันผู้กล่าวหาว่าท่านอุปฐากพระพุทธเจ้าเพราะเห็นแก่ลาภสักการะอีก 4 ข้อซึ่งถือเป็นเงื่อนไขฝ่ายขอร้อง คือ
5. ถ้าพระองค์จักเสด็จไปสู่ที่นิมนต์ ที่ข้าพระองค์รับไว้
6. ถ้าข้าพระองค์จักนำบริษัท (พุทธบริษัท) ซึ่งมาเฝ้าพระองค์แต่ที่ไกลให้เข้าเฝ้าได้ในขณะที่มาแล้ว
7. ถ้าความสงสัยของข้าพระองค์เกิดขึ้นเมื่อใด ขอให้ได้เข้าเฝ้าทูลถามเมื่อนั้น
8. ถ้าพระองค์ทรงแสดงข้อความอันใดในที่ลับหลังข้าพระองค์ครั้นเสด็จมาแล้วจักตรัสบอกข้อความอันนั้นแก่ข้าพระองค์
เงื่อนไขฝ่ายขอร้องทั้ง 4 นี้ พระอานนท์กราบทูลเหตุผลว่า 3 ข้อแรกเป็นการป้องกันผู้กล่าวหาว่าพระอานนท์จะอุปฐากพระพุทธเจ้าเพื่ออะไร ในเมื่อพระพุทธเจ้าไม่ทรงอนุเคราะห์แม้ด้วยเรื่องเพียงเท่านี้
ส่วนข้อสุดท้ายคือข้อที่ 8 ก็เพื่อเหตุผลว่า หากมีใครถามท่านในที่ลับหลังพระพุทธเจ้าว่าคาถาสูตรนี้ ชาดกนี้ พระผู้มีพระภาคทรงแสดงในที่ไหน ถ้าพระอานนท์ตอบไม่ได้ก็จะมีผู้กล่าวว่าพระอานนท์ตามเสด็จพระศาสดาเหมือนเงาตามตัว แม้เรื่องเพียงเท่านี้ก็ไม่รู้
พรทั้ง 8 ประการนี้ น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เป็นความแหลมคม ความรอบคอบ ความมีเหตุผลและอัธยาศัยของพระอานนท์โดยแท้ ด้วยท่านมองเห็นอุปสรรคที่เป็นอันตรายต่อการปฏิบัติภารกิจใกล้ชิดคนใหญ่คนโต
การอยู่ใกล้ชิดคนใหญ่คนโตนั้น รังแต่จะเสียคนเพราะความมักใหญ่ใฝ่สูง ความเหิมเกริมในลักษณะแบบกิ้งก่าได้ทอง ความละโมบอันเป็นเหตุให้หาทางกอบโกยผลประโยชน์จากตำแหน่งอาศัยรัศมีของเจ้านายเป็นเครื่องมือทำมาหากิน
อีกทั้งเงื่อนไขฝ่ายขอร้อง ยังสะท้อนให้เห็นถึงงานตามหน้าที่ในตำแหน่งเลขานุการ การรับงานการกรองงานการพระศาสนาเพื่อความเบาแรงของพระพุทธเจ้าโดยแท้
เป็นต้นว่า การอันสมควรแก่การเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า สมควรแก่การเข้าเฝ้าก่อนหรือหลังอย่างไร
และยังรวมความถึงการปรับปรุงตนเองให้สมกับการเป็นเลขานุการพระพุทธองค์ศึกษาค้นคว้าหาความรอบรู้ให้ทันกับเหตุการณ์ เกาะติดสถานการณ์ทุกเวลา
ท่านผู้อ่านที่ปวดหัวกับความทั้งหมดของผมวันนี้ ชอบบทลูกทุ่งมากกว่าผมก็ขอนำโอวาทพระเดชพระคุณเจ้า หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ มาว่าได้สั้นๆ ดังนี้ครับ
"ถ้าไปอยู่กับไอ้ทักษิณ มันว่าอะไร แนะนำพร่ำสอนอะไร ก็อย่าไปตีตนเสมอท่าน ถ้าตีตัวเสมอท่านเมื่อไร ไม่แตกก็หัก ให้รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน-ไปอยู่กับไอ้ทักษิณ ต้องวางตัวให้เหมาะสม ให้รู้กาละ เทศะ ฯ"
ABOUT THE AUTHOR
บ
บรรเจิด ทวี
นิตยสาร 399 ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2548
คอลัมน์ Online : เล่นท้ายเล่ม


