บทความ

อุปกรณ์ช่วยประหยัดน้ำมัน


ในฉบับที่แล้วเราได้นำ “อุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง” ซึ่งมีสถาบันวิจัยของทางการให้การรับรอง มาทดสอบติดตั้งในรถยนต์ และวิ่งบนแท่นวัดกำลังเครื่อง หรือ ไดนาโม มิเตอร์ เพื่อวัดสมรรถนะว่าอุปกรณ์ดังกล่าวจะสามารถเพิ่มกำลังและแรงบิด ตามที่โฆษณาไว้หรือไม่ ผลทดสอบปรากฎว่าทั้งกำลังและแรงบิด ไม่เพิ่มขึ้นเลยเมื่อเทียบกับก่อนการติดตั้ง ทำให้เราหายสงสัยในเรื่องสมรรถนะที่ทางผู้ผลิตอ้างว่าอุปกรณ์นี้จะช่วยเพิ่มได้ถึง 5 % นั้น เพราะไม่เป็นความจริง

 

ส่วนคำโฆษณาที่อ้างว่าสามารถประหยัดน้ำมันได้ถึง 15 % นั้นเรายังสงสัยอยู่ ฉบับนี้เราจึงทำการทดสอบหาอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ทั้งก่อนและหลังใส่อุปกรณ์ โดยวัดระยะทางที่รถวิ่งได้ด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงที่เท่ากันในแต่ละครั้ง เราแบ่งการทดสอบออกเป็นสามส่วน คือวิ่งบนถนนสภาพการใช้งานจริง และวิ่งบนแท่นไดนาโมมิเตอร์ ซึ่งเราพยายามตัดตัวแปรที่อาจทำให้ผลการทดสอบผิดเพี้ยนได้ และเพื่อเป็นการยืนยันผลการทดสอบทั้งหมด เรายังได้นำอุปกรณ์ตัวนี้ไปทดสอบในห้องทดลอง เพื่อตรวจสอบดูว่า เมื่อป้อนกระแสไฟฟ้าในสภาพเดียวกับที่ติดตั้งในรถเข้าไปแล้ว อุปกรณ์นี้จะปล่อยอะไรออกมาทางสายที่เสียบเข้าท่ออากาศของเครื่องยนต์ และจะมีส่วนช่วยในการประหยัดน้ำมันได้มาก-น้อยเพียงใด ซึ่งจะนำรายละเอียดมานำเสนอในฉบับต่อไป

 

การทดสอบวิ่งบนถนนสภาพการใช้งานจริง

เราใช้รถยนต์ นิสสัน เอนวี 1.6 เครื่องยนต์เบนซินเป็นรถทดสอบครั้งนี้ โดยเติมลมยางตามที่ผู้ผลิตกำหนดทั้งสี่ล้อ และขับบนถนนในช่วงเดียวกันเพื่อให้ตัวแปรต่างๆ มีค่าใกล้เคียงกันมากที่สุด

 

เราได้รับการสนับสนุนจากคณะวิศวกรรมยานยนต์ มหาวิทยาลัยรังสิต ในการออกแบบและประดิษฐ์อุปกรณ์พิเศษ ซึ่งทำให้เราสามารถเฝ้ามองการบริโภคน้ำมัน 100 ซีซี ได้ในขณะรถวิ่ง และเพื่อเป็นการตัดตัวแปรเรื่องเข็มมาตรวัดที่ติดมากับรถคลาดเคลื่อน เราจึงติดตั้งเครื่องมือวัดสมรรถนะดาทรอน เพื่อให้เราสามารถรักษาความเร็วคงที่ (60 กม./ชม.) และยังสามารถวัดระยะทางได้อย่างแม่นยำ

 

หลักการทำงานของเครื่องมือวัดสมรรถนะดาทรอนคือ การยิงคลื่นไมโครเวฟลงพื้นถนนในแนวดิ่ง รอรับคลื่นสะท้อนกลับ และประมวลผลจากความแตกต่างของมุมและเวลาที่คลื่นเดินทาง พร้อมทั้งเปลี่ยนเป็นสัญญาณไฟฟ้า คำนวณเป็นข้อมูลแสดงผลผ่านจอคอมพิวเตอร์

 

กำหนดขั้นตอนการทดสอบวิ่งบนถนนสภาพการใช้งานจริง ให้มีมาตรฐานเดียวกันโดย

1. ติดตั้งอุปกรณ์พิเศษที่ทำให้เราสามารถเฝ้ามองการบริโภคน้ำมันที่ 100 ซีซี โดยการใช้หลอดแก้ว
2. รักษาความเร็วคงที่ๆ 60 กม./ชม.
3. เริ่มวัดระยะทางเมื่อน้ำมันในหลอดแก้วลดต่ำลงถึงจุดเริ่มต้น
4. หยุดวัดระยะทางเมื่อน้ำมันในหลอดแก้วลดต่ำลงถึงจุดสิ้นสุด (100 ซีซี)
5. คำนวณระยะทางที่ได้จากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง 100 ซีซี
6. ทดสอบซ้ำ 10 ครั้ง ก่อนและหลังการติดตั้ง

 

ผลการทดสอบวิ่งบนถนนสภาพการใช้งานจริงมีดังนี้

ไม่ติดตั้งอุปกรณ์

อัตราการบริโภคเชื้อเพลิงที่ความเร็วคงที่ 60 กม./ชม.
โดยใช้ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง 100 ซีซี

ระยะทาง (ม.) อัตราการบริโภคเชื้อเพลิง (กม./ลิตร)
1733 17.3
1728 17.3
1780 17.8
1733 17.3
1736 17.4
1708 17.1
1778 17.8
1718 17.2
1665 16.7
1698 17.0

ค่าเฉลี่ยอัตราการบริโภคเชื้อเพลิง 10 ครั้ง 17.3 กม./ลิตร

 

ติดตั้งอุปกรณ์

อัตราการบริโภคเชื้อเพลิงที่ความเร็วคงที่ 60 กม./ชม.
โดยใช้ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง 100 ซีซี

ระยะทาง (ม.) อัตราการบริโภคเชื้อเพลิง (กม./ลิตร)
1682 16.8
1711 17.1
1643 16.4
1728 17.3
1642 16.4
1708 17.1
1725 17.3
1687 16.9
1644 16.4
1633 16.6

ค่าเฉลี่ยอัตราการบริโภคเชื้อเพลิง 10 ครั้ง 16.8 กม./ลิตร

 

สรุป : ผลการทดสอบเมื่อติดตั้งอุปกรณ์ จากการทดสอบทั้งสิ้น10 ครั้ง ค่าเฉลี่ยอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงอยู่ที่ 17.3 กม./ลิตร ในขณะที่ผลการทดสอบเมื่อไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์ ค่าเฉลี่ยจากการทดสอบ 10 ครั้ง อยู่ที่ 16.8 กม./ลิตร เปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังติดตั้งอุปกรณ์ เมื่อติดตั้งอุปกรณ์เข้าไปแล้วกลับมีอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงสูงขึ้น 2.9 % (ในขณะที่ผู้ผลิตอ้างว่าอุปกรณ์นี้จะช่วยลดอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงลงได้ถึง 15 %)

 

ผลการทดสอบบนไดนาโมมิเตอร์ ของรถยนต์ นิสสัน เอนวี วิงโรด 1.6 ลิตร

กำหนดขั้นตอนการทดสอบบนไดนาโมมิเตอร์ให้มีมาตรฐานเดียวกันโดย

1. ใช้น้ำมันเบนซินออคเทน 95 จำนวน 1 ลิตร จากปั๊มน้ำมันเดียวกัน
2. บังคับให้ลิ้นเร่งเปิดสุด
3. ใช้เกียร์ 3
4. บังคับให้รอบเครื่องยนต์หมุนคงที่ 4,000 รตน. ภายใต้ข้อกำหนดข้างต้น โดยใช้ ไดนาโมมิเตอร์ จำลองสภาวะการใช้งานบนถนน ด้วยการเพิ่มความฝืดให้กับ โรลเลอร์ 60 กก. ซึ่งเป็นลักษณะเดียว กับการขับรถขึ้นเนิน
5. อุณหภูมิ ขณะทำการทดสอบอยู่ที่ 39.0- 40.2 องศาเซลเซียส ความชื้น 32-33 %

การทดสอบเพื่อหาระยะทาง ก่อนและหลังติดตั้งอุปกรณ์ ซึ่งเราทำการทดสอบสลับกัน เพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิเครื่องยนต์ และความข้นของน้ำมันเครื่องขณะทำการทดสอบ โดยแบ่งการทดสอบเป็น 3 ช่วง ซึ่งแต่ละช่วงเป็นการทดสอบโดยติดตั้งอุปกรณ์และไม่ติดตั้งอุปกรณ์ ซึ่งให้ผลออกมาเป็นระยะทางดังต่อไปนี้

 

ช่วงที่ 1 ไม่ติดตั้งอุปกรณ์
น้ำมัน 1 ลิตร ได้ระยะทาง 3,415 เมตร

ติดตั้งอุปกรณ์
น้ำมัน 1 ลิตร ได้ระยะทาง 3,422 เมตร
(หลังติดตั้งระยะทางเพิ่ม 7 เมตร คิดเป็น 0.20 %)

 

ช่วงที่ 2 ไม่ติดตั้งอุปกรณ์
น้ำมัน 1 ลิตร ได้ระยะทาง 3,424 เมตร

ติดตั้งอุปกรณ์
น้ำมัน 1 ลิตร ได้ระยะทาง 3,423 เมตร
(หลังติดตั้งระยะทางลดลง 1 เมตร คิดเป็น-0.03 %)

 

ช่วงที่ 3 ไม่ติดตั้งอุปกรณ์
น้ำมัน 1 ลิตร ได้ระยะทาง 3,463 เมตร

ติดตั้งอุปกรณ์
น้ำมัน 1 ลิตร ได้ระยะทาง 3,441 เมตร
(หลังติดตั้งระยะทางลดลง 22 เมตร คิดเป็น-0.63 %)

 

สรุป : ผลการทดสอบเมื่อติดตั้งอุปกรณ์ จากการทดสอบทั้งสิ้น 3 ครั้ง ค่าเฉลี่ยอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงอยู่ที่ 3.428 กม./ลิตร ในขณะที่ผลการทดสอบเมื่อไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์ ค่าเฉลี่ยจากการทดสอบ 3 ครั้ง อยู่ที่ 3.434 กม./ลิตร เปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังติดตั้งอุปกรณ์ เมื่อติดตั้งอุปกรณ์เข้าไปแล้วกลับมีอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงสูงขึ้น 0.17 % (ในขณะที่ผู้ผลิตอ้างว่าอุปกรณ์นี้จะช่วยลดอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงลงได้ถึง 15 %)

 

ขอขอบคุณ

อาจารย์ เจษฎา ตัณฑเศรษฐี หัวหน้าสาขาวิชาวิศวกรรมยานยนต์ มหาวิทยาลัยรังสิต และบรรณาธิการฝ่ายวิชาการของ “ฟอร์มูลา” ซึ่งสนับสนุนการออกแบบและประดิษฐ์อุปกรณ์วัดความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ดร. พินิจ งามสม หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยรังสิต สนับสนุนด้านการวิเคราะห์อุปกรณ์ในห้องทดลอง “เพาเวอร์แลบ” สนับสนุนเครื่องมือไดนาโมมิเตอร์ ในการทดสอบ



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2547
คอลัมน์ : รู้ลึกเรื่องรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/U6t4v

บทความที่เกี่ยวข้อง

ก้าวต่อไปของพลังแห่งการ “หยุด”
ทีเด็ดของ เอาดี เอ 8 ใหม่
ฮอนดา เอนเอสเอกซ์ 2017 ซูเพอร์คาร์แห่งอนาคต
ขุมพลังใหม่จากแดนมังกร
อัพเดทล่าสุด
18 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,699,000
2.
2,930,000
3.
679,000
4.
1,290,000
5.
21,890,000
6.
24,900,000
7.
3,090,000
8.
75,000,000
10.
1,545,000
11.
1,465,000
12.
2,390,000
13.
489,000
14.
1,199,000
16.
2,490,000
17.
479,000
18.
939,000
19.
24,500,000
20.
34,000,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th