ทดลองขับ

ลอง ฟอร์ด เอสเคพ เฉียดเส้นแบ่งเขตเวลาโลก


ครั้งนี้ ฟอร์ด เทียบเชิญเราให้ไปลอง เอสเคพ ที่ประเทศนิวซีแลนด์ คงเป็นเพราะประเทศนี้มีความพร้อมทางด้านภูมิศาสตร์และภูมิอากาศที่หลากหลาย
ภายในรัศมีการเดินทางไม่ห่างจากกันนัก เราเดินทางจากโอคแลนด์มุ่งหน้าลงใต้สู่วนอุทยานแห่งชาติทนการิโร ที่แห่งนี้ได้ถูกยกย่องให้เป็นมรดกโลก มีอาณาเขต 750
ตร.กม. ครอบคลุมพื้นที่ 3 กลุ่มภูเขาไฟ รัวเปฮัว งารูโฮ และทนการิโร วนอุทยานแห่งนี้นับพื้นที่รวมแล้วใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ด้วยการเดินทางเพียง 360
กม. ของวันแรก

ใครเล่าจะเชื่อว่าพวกเราผ่านพ้นอุปสรรคนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้าที่อากาศโปร่งบนถนนดำไฮเวย์ได้ลองสมรรถนะเครื่องยนต์ย่านความเร็วสูง
สายหน่อยเข้าถนนเล็กผ่านเมืองต้องเร่งแซงรถบรรทุก ช่วงบ่ายฝนเท ถนนแคบลัดเลาะทะเลสาบและเนินสูงชันให้เราได้สัมผัสกับระบบช่วงล่าง
และการบังคับควบคุม ขบวนพวกเรานึกสนุกวิ่งลัดเลาะตัดเข้าถนนแดงลูกรัง ผ่านไร่เลอะเทอะเปรอะโคลนกันพอหอมปากหอมคอ กระตุ้นให้ระบบขับเคลื่อน 4
ล้อเริ่มทำงาน ในช่วงเย็นอุณหภูมิลดฮวบ หมอกลงจัดมีโอกาสได้สัมผัสหิมะ ผมขอย้ำทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นเพียงวันแรกของการเดินทางจริงๆ

และเพื่อต้องการพิสูจน์ว่า เอสเคพ สามารถผ่านพ้นอุปสรรคในเส้นทางสภาพต่างๆ ได้ การเดินทางครั้งนี้มีคณะสักขีพยานจากเมืองไทยร่วมเดินทางด้วย 10 คน
และจากนี้คือความเห็นของเรา

ฟอร์ด เริ่มแผนการพัฒนา เอสเคพ ร่วมกับ มาซดา โดยตั้งทีมออกแบบแยกเป็นเอกเทศเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน ขณะที่ มาซดา
วางตำแหน่งการตลาดว่าเป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดเล็ก สมรรถนะแบบเก๋งสปอร์ท แต่ ฟอร์ด ตั้งใจให้ เอสเคพ เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งที่ดูเท่ในวันทำงาน
และใช้สมบุกสมบัน ลุยได้ในวันหยุด ฟอร์ด รับหน้าที่พัฒนาเครื่องยนต์กลไก ระบบเกียร์ และระบบขับเคลื่อน
โดยฝากหน้าที่การพัฒนาออกแบบห้องสัมภาระให้ทีมวิศวกร มาซดา เพราะดูแล้วญี่ปุ่นน่าจะถนัดในเรื่องนี้มากกว่า

ภายนอก

ฟอร์ด มีโจทย์ให้กับทีมออกแบบ 4 ข้อภายใต้แนวคิด NO BOUNDARIES หรือน่าจะแปลเป็นไทยว่า “ไปได้
ทุกหนทุกแห่ง” รูปทรง เอสเคพ ต้องดูแล้ว สนุก มีมาด ปราดเปรียว และต้องติดดิน

มิติตัวถัง กว้าง/ยาว/สูง 1,825/4,415/1,775 มม. ตามลำดับ ฐานล้อ 2,620 มม. แนวคิดสูงใหญ่ทำให้ เอสเคพ
ได้เปรียบในเรื่องพื้นที่ความจุภายในห้องโดยสาร

โคมไฟหน้าฮาโลเจนออกแบบให้เพรียวลม กันชนหน้าฝังแนวกันกระแทกคู่ ปั๊มนูนขึ้นเสริมความขรึม ดุดันสไตล์รถขับเคลื่อน 4 ล้อ ใช้สีและวัสดุด้าน
แตกต่างจากตัวถัง ไฟตัดหมอกติดมาให้เป็นมาตรฐาน มีแผ่นอลูมิเนียมกันกระแทก เพิ่มความเท่ทั้งด้านหน้าและหลังเป็น
ออพชันเสริมให้เลือก

บันไดข้างสวยงามเข้าที ช่วยให้การก้าวขึ้น/ลงสะดวกขึ้น แต่ถ้าลุยโคลนกันจริงๆ แล้ว เวลาขึ้น/ลง อาจทำให้กางเกงเลอะได้ถ้าไม่ระวัง

ฝาท้ายเปิดแบบยกขึ้น อันนี้แตกต่างจากคู่แข่งที่เป็นบานเปิดแบบด้านข้าง มีข้อดีคือสะดวกในการขนสัมภาระเข้า/ออก แต่อาจมีปัญหาบ้างสำหรับเด็กและผู้หญิง
เนื่องจากความสูงของบานประตูขณะที่เปิดยกขึ้นสุด ยังดีที่มีกระจกบานเล็กไว้ให้เปิดแยกใช้งานได้อีกด้วย ทีมออกแบบตั้งใจให้พื้นห้องเก็บของอยู่ไม่สูงจากพื้นนัก
เพื่อความสะดวกในการขนถ่ายสัมภาระ จึงจำเป็นต้องแลกด้วยความคล่องตัวของตัวถังรถ หรือมุมต่างๆ ขณะปีนป่ายทางทุรกันดาร

ขนาดยางที่เลือกใช้ 234/70 อาร์ 16 ด้านหลังไม่มียางอะไหล่ให้บดบังทัศนวิสัย โดยย้ายไปเก็บไว้ใต้ห้องเก็บสัมภาระ เนื่องจากระบบขับเคลื่อน 4
ล้อแบบ พีทีโอ (POWER TAKE OFF) ติดตั้งกับชุดเกียร์ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดกำลังไปยังแกนล้อหลังทั้งสองข้าง
ถูกออกแบบให้เล็กและอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่เสียพื้นที่ห้องโดยสารและห้องเก็บสัมภาระ นับเป็นการใช้พื้นที่ได้คุ้มค่า

ภายใน

เอสเคพ ได้เปรียบในเรื่องพื้นที่ความจุภายในห้องโดยสาร 3,792 ลิตร
มีพื้นที่เหลือเฟือบริเวณเหนือศีรษะผู้โดยสารตอนหน้า ความจุห้องเก็บสัมภาระ 934 ลิตร ถ้าพับเบาะจะได้ถึง 1,792 ลิตร ซึ่งใหญ่กว่าของคู่แข่งหลายยี่ห้อ
พื้นที่ใช้สอยเพียงพอสำหรับการเดินทาง 5 คนพร้อมสัมภาระ เบาะหลังพับได้ 60:40 ถ้ายังเก็บของไม่พอ
แรคหลังคายังรับน้ำหนักได้อีก 45 กก.

เป้าหมายการออกแบบภายใน เน้นประโยชน์ใช้สอยและต้องการลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร โครงสร้างยูนิบอดีเก็บเสียงได้ดี
และยังช่วยดูดซับแรงกระแทกเมื่อเกิดการชน แผงลามิเนทและแผ่นเหล็กสองชั้นประกบกับฉนวนที่ยืดหดได้ มันจะพองตัวและอัดแน่นเมื่อผ่านขั้นตอนการอบสี
เป็นตัวช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและเสียงรบกวนระหว่างห้องเครื่องกับห้องโดยสาร

มาตรวัดสีขาวและก้านพวงมาลัยลายจุด เพิ่มความเป็นสปอร์ท แผงควบคุมปุ่มต่างๆ มีขนาดใหญ่ ใช้งานง่ายและคุ้นเคยดี มีปุ่มหรี่ไฟเก๋ง แต่ปุ่มนี้กลับไม่มีไฟในตัว
มองไม่เห็นในเวลากลางคืนทั้งๆ ที่ส่วนใหญ่แล้วต้องถูกใช้งานในที่มืด

ตำแหน่งเกียร์มือนั้น อาจต้องใช้เวลาปรับตัวสักหน่อย แต่ไม่นานก็จะชินเอง ใหม่ๆ ต้องมองทุกครั้งที่เปลี่ยนตำแหน่งเกียร์
เกียร์มือแบบนี้มีดีตรงที่ได้พื้นที่ห้องโดยสารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ไม่มีเพลาขับคั่นกลางให้เสียอารมณ์ในรุ่นขับล้อหน้า แต่สำหรับรุ่นขับ 4
ทีมออกแบบตบตาด้วยการใส่ถาดวางแก้วและที่ใส่ของลงไปแทน ที่เก็บของคอนโซลกลางมีหลายช่องและใหญ่พอที่จะเก็บอุปกรณ์ในการเดินทาง เช่น แว่นตา แผนที่
จีพีเอส หรือกล่องซีดี ที่วางแก้วมีที่ด้านหน้า 2 หลัง 2 แต่ 2 ที่สำหรับด้านหลังดูเหมือนจะจับขวดน้ำไม่ค่อยอยู่

ที่จับยึดหลังคา 4 จุดบริเวณเสา เอ และบี มีประโยชน์เวลาขึ้นลง/ปีนป่าย เก้าอี้สามารถปรับให้กระชับได้ดี
แต่บางครั้งรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเมื่อวิ่งผ่านรอยตะเข็บถนน รุ่น วี 6 3.0 ลิตร ที่ขายในบ้านเรามีเครื่องเสียง ซีดี 6 แผ่น มีปลั๊กไฟ 12 โวลท์ให้ 2 จุด
ด้านหน้าและที่ห้องเก็บ
สัมภาระ ถุงลมนิรภัยคู่หน้าและด้านข้าง เบาะหนัง ตาข่ายยึด 4 จุดใช้รัดสัมภาระ และมูนรูฟ ติดตั้งให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

เครื่องยนต์

มีให้เลือก 2 รุ่นด้วยกัน ซีเทค 2.0 ลิตร 4 สูบ 127 แรงม้าที่ 5,400 รตน. แรงบิดสูงสุด 183
นิวตันเมตรที่ 4,500 รตน. และ ดูราเทค 3.0 ลิตร วี 6 สูบ 201 แรงม้าที่ 5,200 รตน. แรงบิดสูงสุดที่ 27.1 กก.-ม. ที่ 4,700 รตน.
เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะและเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะตามลำดับ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงตัวเลขที่ได้จากโรงงาน 11.8 และ 10.3 กม./ลิตร
ได้รับมาตรฐานเครื่องยนต์ที่ปล่อยมลพิษต่ำ เลฟ (LEV)

ผมมีโอกาสได้กดคันเร่งแซงรถใหญ่ในถนนแคบ อัตราเร่งแซงในช่วงความเร็วต้นให้การตอบสนองดี เร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่รู้สึก “แห้งๆ” ที่ความเร็วปลาย
อาจเป็นเพราะน้ำหนักบรรทุกผู้โดยสาร 4 คนพร้อมสัมภาระเต็มคันก็เป็นได้

เอสเคพ เป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า 4×2 ในสภาวะปกติ และเมื่อเกิดอาการลื่นไถลระบบควบคุมทิศทาง คอนโทรล แทรค ทู (CONTROL TRAC
II) จะปรับเปลี่ยนเป็นระบบขับเคลื่อน 4×4 เองอัตโนมัติ โดยถ่ายกำลังไปยังล้อคู่หลังในสถานการณ์ที่จำเป็น ข้อดีของระบบนี้คือ
ในสภาวะปกติเช่นขับในเมืองจะช่วยลดความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เมื่อถนนลื่นและจำเป็นต้องใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบ อาร์บีซี (ROTARY
BLADE COUPLING) จะทำงานเองเพิ่มความปลอดภัยในการบังคับรถยิ่งขึ้น และถ้าต้องการใช้งานสมบุกสมบัน กดปุ่มลอค 4×4
ระบบขับเคลื่อนนี้จะถ่ายกำลังไปที่ล้อคู่หน้า 50 คู่หลัง 50 ใช้งานสะดวกไม่มีด้ามเกียร์ 4×4
กดเรียกใช้งานได้เลย

ระบบ อาร์บีซี มีหน้าที่ตรวจวัดรอบการหมุนของล้อคู่หน้า/คู่หลัง จะถูกกระตุ้นให้ทำงานเมื่อมีการลื่นไถล
ปั๊มไฮดรอลิคจะส่งแรงดันไปยังชุดคลัทช์เพื่อจับและส่งกำลังไปยังล้อหลัง อุปกรณ์นี้จะทำงานเองโดยอัตโนมัติ ทำงานได้ราบรื่นจนไม่สามารถสังเกตการทำงานได้
ทำให้ เอสเคพ ลุยได้ในสภาพถนนลื่น ทางโคลน หรือแม้กระทั่งหิมะ

คณะเรามีโอกาสได้ลองใช้ 4×4 ลอค เมื่อเข้าเส้นทางทุรกันดาร เส้นทางลื่น และถนนที่ปกคลุมด้วยหิมะ หลักการทำงานจะคล้ายกับ 4×4 ไฮ
ในรถขับเคลื่อน 4 ล้อแบบพาร์ทไทม์ ซึ่งไม่แนะนำให้ใช้ในสภาพถนนแห้งเพราะจะทำให้สึกหรอมากกว่าปกติ
ผมพยายามสังเกตการทำงานของระบบนี้แต่มันซ่อนตัวได้ดี ราบเรียบไม่มีอาการกระชากรอบเครื่องให้รู้สึก รู้แต่เพียงว่ารถแล่นไปในทิศทางได้อย่างที่ตั้งใจ

พวงมาลัย ระบบฟันเฟืองและตัวหนอนทำให้การบังคับควบคุมแม่นยำ ตอบสนองดี

ระบบรองรับ

โครงสร้างตัวรถที่แข็งแรง ริกิด ยูนิบอดี (RIGID UNIBODY) และช่วงล่างอิสระขับเคลื่อน 4 ล้อทำให้แนวคิดที่จะให้ เอสเคพ เป็นรถ 2 บุคลิกที่
ขับเท่ในวันทำงาน และลุยหนักได้ในวันสุดสัปดาห์ เป็นจริงได้

ระบบรองรับ แมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมคอยล์สปริงในด้านหน้า และมัลทิลิงค์ พร้อมคอยล์สปริงที่ด้านหลัง
และเมื่อระบบรองรับทำงานร่วมกับโครงสร้าง ยูนิบอดี ทำให้การตอบสนองแม่นยำและการขับขี่นุ่มนวล และเสถียรภาพ
ทั้งบนถนนปกติและทางทุรกันดาร

ช่วงล่างมัลทิลิงค์ทำให้ เอสเคพ เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ รักษาองศาตั้งฉากกับพื้นของยางกับพื้นเสมอ ยึดเกาะถนนดีให้ความรู้สึกเหมือนขับเก๋ง
ไม่มีการอาการโยนตัวเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง แตกต่างจากรถ เอสยูวี หลายรุ่น ที่ยังใช้ช่วงล่างหลังแหนบและคานแข็ง
ขณะเดียวกันจำเป็นต้องแลกด้วยสมรรถนะที่ไม่สามารถปีนป่ายหรือลุยงานหนักได้

ระบบเบรคป้องกันล้อลอค 4 ช่องทาง เอบีเอส (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรคด้วย
อีเลคทรอนิค อีบีดี (EBD) จานเบรคคู่หน้าเป็นแบบจาน (276.88 มม.) คู่หลังเป็นดุม (228.60 มม.) ผมมีโอกาสได้เบรคหนักๆ ในช่วงถนนลื่น ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี

สรุป

ในเมืองไทยตลาดรถกิจกรรมกลางแจ้ง (เอสยูวี) กำลังโตแบบไม่หยุด ดูจากตัวเลขสถิติการขายของรถประเภทนี้ โตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเดือนสิงหาคมโตแบบไม่ยั้ง
353 % เจ้าพ่อตลาดรถอเมริกันอย่าง ฟอร์ด
คงอดรนทนไม่ไหวที่จะกระโดดร่วมแจมในตลาดที่กำลังหอมหวนที่สุดเวลานี้
แม้ว่าจะปล่อยให้คู่แข่งเจ้าตลาดอย่าง ซี-อาร์วี อิ่มเปรมกับตลาดกวาดส่วนแบ่งไปครองคนเดียวกว่า 70 % มาหลายปีแล้ว
แต่คราวนี้ ฟอร์ด ปรับกลยุทธ์ หมายมั่นปั้นมือส่ง เอสเคพ ลงลุยตลาด
ผมรับรองว่าถ้าตั้งราคาได้เหมาะสม จะไม่ทำให้ ฟอร์ด ต้องหาวเรอเป็นแน่

บรรยายใต้ภาพ
โลโก วี 6 ได้แรงบันดาลใจจากรุ่น วี 8 ที่เปิดตัวครั้งแรกในงานที่มหกรรมยานยนต์ที่ชิคาโก ปี 1934

ใช้งานได้ทั้งในเมือง และถิ่นทุรกันดาร

ปุ่มบังคับการทำงานขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยแบ่งกำลังไปที่หน้า 50 หลัง 50

เพลาขับ จุดยึดแขนต่างๆ และระบบขับเคลื่อนถูกทาสีดำ กลมกลืนเมื่อมองจากด้านหลัง

ข้อมูลจำเพาะ
ฟอร์ด เอสเคพ ลิมิเทด 3.0 แอลที 4×4

ตัวแทนจำหน่าย ?

มิติและน้ำหนัก
ยาว/กว้าง/สูง (มม.) 4,415/1,825/1,775
ช่วงล้อ หน้า/หลัง (มม.) 848/925
ฐานล้อ (มม.) 2,620
องศามุมปะทะ 28.5
องศามุมจาก 22.0
องศามุมคร่อม 20.0
น้ำหนักรถ (กก.) 1,754-1,858
ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง (ลิตร) 62

เครื่องยนต์
ชนิด ดูราเทค 3.0 วี 6
ความจุ (ซีซี) 2,967
กระบอกสูบ/ช่วงชัก (มม.) 89.0/79.5
อัตราส่วนกำลังอัด 10.0:1
กำลังสูงสุด (แรงม้า/รตน.) 201/5,200
แรงบิดสูงสุด (กก.-ม/รตน.) 27.0/4,700
ระบบป้อนเชื้อเพลิง หัวฉีด ซีเควนเชียล มัลทิพอร์ท ควบคุม ด้วยอีเล
คทรอนิค อีอีซี

ระบบถ่ายทอดกำลัง
เกียร์ อัตโนมัติ (4จังหวะ)
ขับเคลื่อน คอนโทรลแทรค ทู ระบบ 4×4 ออนดีมานด์ ขับเคลื่อน 2
ล้อ และ 4 ล้อ ฟูลล์ไทม์
ระบบรองรับ
หน้า แมคเฟอร์สันสตรัท คอนโทรลอาร์ม
ชอคอับ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง
หลัง อิสระ คานยึดคู่ เซมิเทรลิงอาร์ม
ชอคอับ พร้อมคอยล์สปริง มัลทิลิงค์

ระบบบังคับเลี้ยว
แบบ ฟันเฟืองและตัวหนอน
พร้อมเพาเวอร์ตามความเร็วรอบเครื่อง

ระบบห้ามล้อ
แบบ ระบบป้องกันล้อลอคเอบีเอส พร้อมระบบกระจายแรงเบรค อีบีดี

หน้า จาน พร้อมครีบระบายความร้อน ขนาด 278 มม.
หลัง ดุม 229 มม.



------------------------------
เรื่องโดย : ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์
ภาพโดย : ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ และ KIRK VOGEL
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2545
คอลัมน์ : ทดลองขับ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/U3CSJ

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน