บทความ

สถิติ


อันว่า สถิตินั้น ใครๆ ก็อยากคิดทำลายหรือบันทึกเอาไว้เพื่อเป็นเกียรติประวัติถ้าหากว่าสถิตินั้นเป็นเรื่องที่ดีเป็นเรื่องที่งาม

แต่สถิติที่จะพูดถึงในวันนี้ อย่าได้คิดอ่านทำลายเลย เป็นสถิติที่ไม่ควรจะยึดติดเอาเยี่ยงเอาอย่างเป็นอย่างยิ่ง

ปีเก่า 2545 ผ่านไปแล้ว ปีใหม่ 2546 กำลังเข้ามาแทนที่

ทุกๆ ปีที่ผ่านมา ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่จะเป็นช่วงที่มีการสูญเสียอย่างมากมายเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุทางการจราจรที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางทั่วประเทศยิ่งเทศกาลนี้เป็นช่วงที่เป็นวันหยุดการทำงานยาวด้วยแล้วจะยิ่งไปกันใหญ่เมื่อฝูงชนจำนวนมหาศาลต่างก็พร้อมใจกันใช้รถใช้ถนนเคลื่อนย้ายตัวเองออกไปนอกพื้นที่กันให้จ้าละหวั่นเดินทางออกไปท่องเที่ยว คืนสู่เหย้าเยี่ยมญาติรวมญาติและไปไหนต่อไหนให้สอดคล้องกับกระแสความนิยม

ปีที่แล้ว ในเทศกาลนี้มีอุบัติเหตุทางการจราจรอันเนื่องมาจากการใช้รถใช้ถนนเกิดขึ้นมากมายก่ายกองด้วยตัวเลขการสูญเสียที่น่าตกใจ

สาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ปักใจเชื่อว่าส่วนใหญ่เกิดจากความมึนเมาขาดสติของผู้ขับขี่รถเป็นประการสำคัญตามมาด้วยความคึกคะนอง และการขาดทักษะความรอบรู้ในการขับขี่และการใช้ยานพาหนะของผู้ร่วมใช้ถนนหนทางในพื้นที่ต่างๆ โดยทั่วไป

ปีนี้ ผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบและเกี่ยวข้องในทุกระดับต่างก็นำเอามาตรการต่างๆออกมาใช้เพื่อหวังที่จะทำให้อุบัติเหตุและการสูญเสียจากการใช้รถใช้ถนนลดลงจากที่เคยเกิดขึ้นอย่างน้อยควรจะลดต่ำลงได้ไม่น้อยกว่า 20 % จากที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว

รณรงค์ “เมาไม่ขับ” และ “เมาไม่ต้องขับ” อย่างแข็งขัน

ขอความร่วมมือจากสถานีบริการน้ำมันทุกแห่งทั่วประเทศให้งดการจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์และคงจะรวมถึงยาเสพย์ติดประเภทต่างๆ ด้วย ระหว่างเทศกาลปีเก่า-ปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม จนถึงวันที่ 2 มกราคม

ตั้งด่านตำรวจตรวจเข้มประสิทธิภาพของคนขับรถบนท้องถนนสายหลักทั่วประเทศถึง 800 กว่าจุด

มาตรการเข้มอย่างนี้ ยังมีสถิติตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุจนถึงขั้นล้มตายบาดเจ็บสูญเสียทรัพย์สินบนท้องถนนระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม จนถึงวันที่ 2 มกราคม 2546 รวม 7 วัน ดังนี้

มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 11, 438 ครั้ง เป็นเหตุที่เกิดขึ้นบนถนนสายหลัก 3,999 ครั้ง บนถนนสายรอง 7,439 ครั้งเฉลี่ยเกิดอุบัติเหตุชั่วโมงละ 68.08 ครั้ง

มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 562 คน เป็นชาย 453 คน หญิง 109 คน เฉลี่ยมีผู้เสียชีวิตชั่วโมงละ 3.34 คน

บาดเจ็บ 32,451 คน เป็นชาย 24,026 คน หญิง 8,425 คน เฉลี่ยชั่วโมงละ 193.16 คน

อุบัติเหตุทางการจราจรเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 รองลงมาคือจังหวัดอุบลราชธานีและอุดรธานีตามลำดับ

จากจำนวนผู้ล้มตายและบาดเจ็บจากการใช้รถใช้ถนนในปีนี้ เป็นการดีอยู่พอสมควรที่ยังไม่มีการทำลายสถิติเนื่องจากมีจำนวนลดน้อยลงจากปีก่อนตรงที่ตายน้อยลง 3.93 % และบาดเจ็บน้อยลง 5.39 %

แต่กับความตั้งใจที่จะลดปริมาณการสูญเสียให้ได้ถึง 20 % นั้น ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

มีการวิเคราะห์สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในปีนี้กันอีกว่า มาตรการ “เมาไม่ขับ” และ “เมาไม่ต้องขับ”ได้ผลเพียงแค่ในระดับหนึ่งเท่านั้น ส่วนสาเหตุใหญ่น่าจะเป็นเพราะผู้ใช้รถขาดวินัยทางการจราจรมากกว่า

มีการเปิดเผยตัวเลขที่น่าสนใจออกมาอีกตัวเลขหนึ่ง

ทุกวันนี้ มีผู้ใช้รถจักรยานยนต์หรือมอเตอร์ไซค์อยู่ทั่วประเทศถึง 16 ล้านคันแต่ทั่วประเทศมีผู้มีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์เพียงแค่ 6 ล้านคนเท่านั้น อีก 10 ล้านคนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ฉวัดเฉวียนไปตามท้องถนนหามีใบขับขี่ไม่ ซึ่งก็ต้องอนุมานไว้ก่อนว่าคนที่ใช้รถจักรยานยนต์จำนวนถึง 10 ล้านคนนั้นหาได้มีความรอบรู้กฎกติกาการจราจรแต่อย่างใดไม่แต่ก็สามารถที่จะขับขี่รถออกมาร่วมกับคนอื่นๆ บนท้องถนนได้อย่างสบายใจเฉิบ

และนี่ก็อาจะเป็นส่วนหนึ่งที่รัฐบาลต้องประกาศให้ปี 2546 เป็น “ปีแห่งการสร้างวินัยทางการจราจร” ก็เป็นได้

สถิติที่ไม่น่าจะเอาเป็นเยี่ยงเป็นอย่างและไม่ควรจะมองข้ามเป็นสถิติที่เฉพาะเจาะจงเอาไว้ว่าเป็นสถิติที่เกิดขึ้นในเขตกรุงเทพมหานครเท่านั้น

ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2545 รวม 11 เดือน มีผู้ขับขี่รถในพื้นที่กรุงเทพ ฯ กระทำผิดกฎจราจรเกี่ยวกับการจอดรถในที่ห้ามจอด ขับรถไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย ขับรถกีดขวางการจราจรฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร ฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง ไม่สวมหมวกนิรภัยและอุปกรณ์ประจำรถไม่สมบูรณ์จนต้องถูกออกใบสั่งของตำรวจจราจรให้ไปเสียค่าปรับเป็นจำนวนถึง 1,065,240 รายจากจำนวนนี้ไปรายงานตัวเสียค่าปรับเพียงแค่ 433,348 รายยังเพิกเฉยทำตัวไม่รู้ประสีประสาไม่ใส่ใจกับความผิดที่ตัวเองก่อขึ้นอีกถึง 631,892 ราย

ยังไม่มีการบอกกล่าวถึงมาตรการใดๆ ทีจะจัดการกับผู้ที่กระทำผิดกฎจราจรและได้รับใบสั่งแล้วและยังเพิกเฉยอยู่

บอกแต่เพียงว่า ในปี 2545 รวม 11 เดือนตำรวจสามารถรวบรวมค่าปรับจากผู้กระทำผิดกฎจราจรและมารายงานตัวรวม 433,348 ราย เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 195,541,652 บาทเท่านั้น

แค่สถิติที่ยกมาพูดในวันนี้เพียงแค่ 2 สถิติ ก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย

ปี 2546 ปีแห่งการสร้างวินัยทางการจราจร จะช่วยได้แค่ไหนก็ยังไม่รู้



------------------------------
เรื่องโดย : "หลวงเลียบเมือง"
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2546
คอลัมน์ : บทความ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ENQkE
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
19 Aug 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
609,000
2.
469,000
3.
469,000
5.
1,239,000
6.
1,399,000
7.
640,000
8.
3,090,000
9.
2,160,000
10.
2,120,000
11.
2,269,000
12.
2,980,000
13.
2,318,000
14.
6,899,000
15.
4,299,000
16.
3,629,000
17.
3,429,000
18.
2,229,000
19.
12,399,000
20.
8,399,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th