บทความ

สคบ. จ๊ะ


ชื่นมื่นปีใหม่กันไปเรียบร้อย ทั้งนักขาย นักการตลาด ที่ทำยอดขายกันทะลุทะลวงเฉียด 4 แสนคันเข้าไปโน่นแถมฟากรัฐก็โครมครามออกมาว่า เศรษฐกิจไทยจะเติบโตกันถึง 4.9 % ในปี 2545 นี้

ก็ได้ยิ้มแย้มกันถ้วนหน้าฉลองปีใหม่นะครับ

มีข่าวยกขบวนกันไปประท้วงที่เมืองทองธานี ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ผ่านมาเลยแวะไปเก็บความรู้ของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมาฝากกัน

ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ให้ความสำคัญของการคุ้มครองผู้บริโภค โดยบัญญัติถึงสิทธิของผู้บริโภคไว้ในมาตรา 57 ว่า “สิทธิของบุคคลซึ่งเป็นผู้บริโภคย่อมได้รับความคุ้มครอง ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ”

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 2) พศ. 2541 ได้บัญญัติสิทธิของผู้บริโภคที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย 5 ประการ ดังนี้

1. สิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้อง และเพียงพอ เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ได้แก่สิทธิที่จะได้รับการโฆษณาหรือการแสดงฉลากตามความเป็นจริง และปราศจากพิษภัยแก่ผู้บริโภครวมตลอดถึงสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ อย่างถูกต้องและเพียงพอที่จะไม่หลงผิดในการซื้อสินค้าหรือรับบริการโดยไม่เป็นธรรม

2. สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะเลือกซื้อสินค้าหรือรับบริการโดยความสมัครใจของผู้บริโภค และปราศจากการชักจูงใจอันไม่เป็นธรรม

3. สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับสินค้าหรือบริการที่ปลอดภัยมีสภาพและคุณภาพได้มาตรฐานเหมาะสมแก่การใช้ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สินในกรณีใช้ตามคำแนะนำหรือระมัดระวังตามสภาพของสินค้าหรือบริการนั้นแล้ว

4. สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา ได้แก่สิทธิที่จะได้รับข้อสัญญาโดยไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบธุรกิจ

5. สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองและชดใช้ค่าเสียหายเมื่อมีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคตามข้อ 1, 2, 3 และ 4 ดังกล่าว

แถมด้วยกรณีตัวอย่างเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคด้านโฆษณา ที่มีการร้องเรียนและสรุปกันไปแล้วด้วยคำโฆษณาที่ว่า “เจ้าแห่งสถิติประหยัดน้ำมัน 37.47/34.92 กม./ลิตร รุ่น 2,800 เทอร์โบ/รุ่น 2,500 เทอร์โบ” คงไม่ต้องบอกว่ายี่ห้อไหนนะครับ

คณะกรรมการวินิจฉัยสรุปว่า เป็นการใช้ข้อความโฆษณาที่เป็นเท็จตามมาตรา 22 วรรคสอง (2) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พศ. 2522

โดยมีผลการดำเนินงาน คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาใช้อำนาจตามมาตรา 27(2) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พศ. 2522 มีคำสั่งห้ามบริษัท ฯ ใช้ข้อความโฆษณาว่า “…เจ้าแห่งสถิติประหยัดน้ำมัน” หรือข้อความอื่นใดที่มีความหมายทำนองเดียวกันในการโฆษณาครั้งต่อไปในทุกสื่อโฆษณา

ก็แค่เป็นเรื่องเล่าสู่กันฟังเท่านั้น ส่วนขบวนที่แวะมาเยี่ยมที่เมืองทองธานีนั้น กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการแล้วเสร็จหรือได้ข่าวเมื่อไร จะเอามาเล่าสู่กันฟังตามปกติ

จั่วหัวเอาไว้ว่าเศรษฐกิจไทย ฟื้นตัวสูงปรี๊ด เลยมีข้อมูลมาฝากอีกเรื่อง

เศรษฐกิจไทยในช่วงเก้าเดือนแรกที่ผ่านมา ข้อมูลจากคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม ระบุว่าขยายตัวถึง 4.9 % ซึ่งเป็นการฟื้นตัวที่ชัดเจน และเป็นการขยายตัวที่ดีขึ้นต่อเนื่อง จากร้อยละ 3.9 ในไตรมาสแรกเพิ่มเป็นร้อยละ 5.1 และ 5.8 ในไตรมาสที่สอง และไตรมาสที่สามตามลำดับ

เครื่องชี้ด้านเสถียรภาพแสดงถึงการลงทุนภาคเอกชนและปริมาณการส่งออก เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ ค่าเงินมีเสถียรภาพ และเงินสำรองทางการเพิ่มขึ้นคิดเป็นเกือบสามเท่าตัวของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น การจ้างงานดีขึ้น มีอัตราการว่างงานที่ต่ำลง

ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี แม้จะมีความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตรจากน้ำท่วมบ้าง แต่เป็นเพียงเล็กน้อยเครื่องชี้เศรษฐกิจในเดือนตุลาคม ชี้ว่า การจับจ่ายใช้สอยเพื่อซื้อสินค้าคงทน และการลงทุนภาคเอกชนยังตอบสนองต่อภาวะดอกเบี้ยต่ำ รวมทั้งแนวโน้มปัญหาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิรักจะยังไม่ลุกลามถึงขั้นโจมตีทางทหารภายในปีนี้

คาดว่าในไตรมาสสุดท้ายของปี เศรษฐกิจไทยจะยังขยายตัวได้ในระดับดี ประมาณร้อยละ 4.9โดยมีอัตราเงินเฟ้อประมาณร้อยละ 0.5

เรื่องสุดท้ายที่ยังไงก็หลีกไม่พ้น เพราะเกี่ยวเนื่องใกล้ตัวเหลือเกิน แต่ว่าเริ่มต้นกันมาตั้งนานแล้วไม่ค่อยมีใครยกขึ้นมาพูดจากัน เป็นเรื่องที่องค์การสหประชาชาติได้จัดประชุมว่าด้วยเรื่องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา (THE UNITED NATIONS CONFERENCE ON ENVIRONMENT AND DEVELOPMENT) หรือที่เรียกว่า “EARTH SUMMIT” ณ กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล โดยมีผู้นำระดับโลกเข้าร่วมประชุม รวม 179 ประเทศ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2535 โน่น

ในการประชุมครั้งนั้นได้มีการลงนามและรับรองเอกสารที่สำคัญ 5 ฉบับ หนึ่งในนั้นคือ แผนปฏิบัติการ 21 (AGENDA 21) ซึ่งถือเป็นแผนแม่บทของโลกสำหรับการดำเนินงานที่จะทำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมโดยประเทศไทยในฐานะสมาชิกขององค์การสหประชาชาติได้ให้การรับรอง ต่อแผนฯ นี้ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2535มีผลให้ประเทศไทยต้องมีการจัดทำ “แผนปฏิบัติการ 21 สำหรับประเทศไทย” ขึ้น

คณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2535 แต่งตั้ง “คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ”รับผิดชอบการดำเนินงานตาม พันธะกรณี โดยจัดทำ แผนปฏิบัติการ 21 คือทำแผนพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นแนวความคิดที่พยายามเสนอว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจสามารถดำเนินต่อไปได้โดยปราศจากการทำลายสิ่งแวดล้อมหรือระบบธรรมชาติ และวิธีชีวิตของชุนชน เป็นการพัฒนาที่ทำให้สิ่งมีชีวิตสามารถดำรงอยู่ได้อย่างปกติสุข และมีคุณค่า

การพัฒนาอย่างยั่งยืนจะเกิดได้ จะต้องมีวิธีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นอย่างเหมาะสมโดยเกื้อกูลต่อวิถีชีวิตของชุมชน รวมทั้งกระจายผลประโยชน์ที่ได้รับจากการพัฒนาอย่างเป็นธรรมทั้งในปัจจุบันและอนาคต

ด้านของรถยนต์ คงมีผลกระทบไม่ค่อยมากเท่าใดนักเพราะโรงงานประกอบรถยนต์ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเฉพาะทางอยู่แล้ว ทั้งที่แหลมฉบัง กับมาบตาพุด มีการจัดการกับทรัพยากร หรือสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างดีอยู่แล้ว คงไม่ค่อยวุ่นวายเท่าใดนัก

แต่ที่เก็บมาฝากเพราะทราบดีว่า ท่านผู้ใช้รถทั้งหลายก็เป็นผู้ที่มีภาระหน้าที่ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นของตนเอง ก็ได้แต่หวังว่าทุกท่านคงทราบภาระหน้าที่นี้ดีเพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวเหลือเกิน เป็นเรื่องในชุมชนของท่านเองอยู่แล้ว

เสียแต่ชุมชนเมืองนี้ หลังคาบ้านแทบจะเกยกันแต่ไม่รู้จักกันก็มี

ท่านอยู่ในประเภทนี้หรือเปล่า ?



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2546
คอลัมน์ : โค้งอันตราย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/fxXAc
อัพเดทล่าสุด
12 Feb 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,190,000
3.
2,190,000
4.
5,939,000
5.
6,139,000
6.
2,290,000
7.
2,387,000
8.
2,649,000
9.
2,299,000
10.
4,999,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

Motor Expo Photo Album