บทความ

ทางด่วน


บรรยากาศของเมืองไทยในช่วงก่อนจะสิ้นปี 2545 ช่างตลบอบอวลไปด้วยมลพิษอันเป็นมหันตภัยของชาติ

มลพิษที่ว่ามีต้นตอสาเหตุมาจากขบวนการและพฤติกรรมการทุจริตคอร์รัพชันในแวดวงราชการอย่างกว้างขวางโดยฝีมือของคนในระดับข้าราชการประจำและนักการเมืองระดับชาติ

ในสายตาของคนต่างชาติต่างภาษา ต่างก็มีความเห็นตรงกันว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการคอร์รัพชันกันมากที่สุดอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก สถานะเช่นนี้เป็นมาช้านานแล้วและก็เป็นการยากที่จะลบล้างคำกล่าวหานี้ให้หมดสิ้นไปโดยง่ายตราบใดที่พฤติกรรมการคอร์รัพชันยังคงปรากฏให้เห็นกันอยู่วันแล้ววันเล่าโดยไร้ซึ่งเจตนารมณ์อย่างจริงใจที่จะคิดอ่านแก้ไขขจัดให้หมดสิ้นไปมิหนำซ้ำยังมีแนวโน้มให้เห็นกันว่ามีการปกป้องและคุ้มครองการคอร์รัพชันนั้นเป็นความชอบธรรมอีกด้วย

เอาเฉพาะเรื่องที่ฉาวโฉ่เป็นข่าวคราวปรากฏแก่สาธารณชนในรอบปี 2545 มาเตือนความจำกันหน่อย

การเลหลังโล๊ะสตอคยางดิบปริมาณ 1.3 แสนตันให้กับ 3 บริษัทในสิงคโปร์โดยมีรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกิจการเป็นเจ้ากี้เจ้าการออกมาประกันความโปร่งใสในการเปิดประมูลทำสัญญาหาผู้ซื้อเอาเข้าจริงมีการซื้อขายยางจำนวนนี้ไปเพียงแค่ประมาณไม่กี่หมื่นตันที่เหลืออีกบานเบอะคนซื้อเบี้ยวไม่ยอมมาซื้อเสียเฉยๆ งานนี้เลยคาราคาซังหาคนที่จะมารับผิดชอบไม่ได้จนบัดนี้

การทุจริตนมโรงเรียนเกิดเรื่องอื้อฉาวขึ้นในภาคอีสานเมื่อนมที่จัดส่งให้เด็กนักเรียนดื่มนั้นกลายเป็นนมขาดคุณภาพและเกิดการเน่าบูดจนเด็กที่ดื่มกินเข้าไปมีอันเป็นต้องเข้าไปนอนโรงพยาบาลกันเป็นแถวกรณีนี้ดูเหมือนว่าจะมีการโยงใยความไม่ชอบมาพากลไปถึงนักการเมืองด้วยแต่ในที่สุดเรื่องก็ทำท่าว่าจะเงียบหายไป เมื่อมีเรื่องอื่นที่สนุกตื่นเต้นกว่าเกิดเป็นข่าวขึ้นมากลบข่าวเดิมเสียสิ้น

การทุจริตจัดหาปุ๋ยอินทรีย์เพื่อแจกจ่ายให้กับเกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วมทั่วประเทศในปีนี้ในวงเงินหลายร้อยล้านบาท มีการตรวจพบกันว่าปุ๋ยอินทรีย์ที่จะนำไปแจกจ่ายให้คนที่กำลังเดือดร้อนแสนสาหัสนั้นกลายเป็นดินธรรมดาๆผสมขี้เถ้าหรือแกลบอีกนิดหน่อยไม่มีความเป็นปุ๋ยอินทรีย์แต่อย่างใด งานนี้ฝ่ายการเมืองออกมาบอกหน้าตาเฉยยังไม่มีการทุจริตเพราะยังไม่มีการส่งมอบ และยังไม่ได้จ่ายเงินจ่ายทองให้กับผู้ผลิตปุ๋ยรับแต่เพียงว่าถ้าการส่งมอบปุ๋ยดินนี้ครบถ้วนวงจรกระบวนการแล้วเท่านั้น จึงจะมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแต่อย่างไรก็ตาม เรื่องปุ๋ยปลอมนี้ก็ส่งผลให้ข้าราชการระดับอธิบดีและนักการเมืองที่เชื่อกันว่ามีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นมีอันเป็นต้องหลุดวงโคจรไปโดยไม่สู้จะเต็มใจเท่าไรนัก

ถัดจากเรื่องปุ๋ยปลอมก็มาถึงกรณีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกจากชาวนาในภาคกลาง มีนักการเมืองในระดับ สส.คนหนึ่งออกมาเปิดโปงความไม่โปร่งใสขึ้นมาและชี้ให้เห็นว่า น่าจะมีการทุจริตในโครงการนี้เกิดขึ้นแต่ในที่สุดนักการเมืองคนนั้นก็ถูกพรรคการเมืองที่ตัวเองสังกัดอยู่และเป็นพรรคที่เป็นรัฐบาลชุดนี้หาทางปิดปากและระงับข่าวฉาวเสียได้อย่างสนิท กรณีนี้เลยไม่มีอะไรในกอไผ่

ข่าวเรื่องโครงการธนาคารโคกระบืออันเป็นโครงการในพระราชดำริเหม็นเน่าขึ้นมาเมื่อมีการจัดซื้อจัดหาโคกระบือเพื่อเอาไปแจกจ่ายให้เกษตรกร ปรากฏว่าการจัดซื้อจัดหามีความไม่ชอบมาพากลคนที่เอาโคกระบือมาขายให้กับโครงการและคนที่ได้รับแจกโคกระบือกลายเป็นบริษัทของนักการเมืองเป็นน้องสาวของนักการเมืองและคนที่ได้รับแจกล้วนแล้วแต่เป็นคนใกล้ชิดนักการเมือง และไม่เข้าเกณฑ์คนยากคนจนแต่อย่างใดงานนี้หมุนเวียนกันครบวงจรกันเลยและก็ส่งผลให้นักการเมืองในระดับเลขานุการรัฐมนตรีคนหนึ่งจำใจต้องลาออกจากตำแหน่งไปในที่สุด

โครงการรับจำนำลำไยอบแห้งในภาคเหนือกลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาเมื่อมีการตั้งข้อสงสัยว่าจะทุจริตแสวงหาผลประโยชน์กันสนุก รวมทั้งมีการตรวจพบด้วยว่าลำไยอบแห้งที่รัฐรับจำนำเอาไว้นั้นเป็นลำไยที่ไม่อยู่ในมาตรฐานและกฎเกณฑ์รวมทั้งปริมาณลำไยที่รับจำนำเอาไว้นั้น เกิดขาดหายล่องหนไปจากโกดังที่เก็บจำนวนหลายร้อยตันตอนนี้กำลังขุดคุ้ยหาคนที่เป็นตัวการการทุจริตกันอยู่สนุกพอสมควร

และเรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องการทุจริตที่ติดอันดับของกินเนสส์บุค ออฟ เรคอร์ด กันเลยก็คือเรื่องการทุจริตยักยอกโกงการเก็บเงินค่าทางด่วนที่เรียกว่า “มอเตอร์เวย์” เส้นทางกรุงเทพ ฯ – ชลบุรี ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงแผ่นดิน

ทางด่วนในบ้านเมืองเรามีอยู่ 3 เจ้าของด้วยกัน เป็นของบริษัททางด่วนกรุงเทพ ฯ ของเอกชนเป็นของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย หน่วยงานของทางราชการ และเป็นของกรมทางหลวงแผ่นดิน

ที่ไหนจะมีการโกงกินหรือไม่ยังไม่ปรากฏเป็นข่าว แต่ที่พบแล้วคือทางด่วน “มอเตอร์เวย์”

มีคนโกงคนทุจริตเฉพาะที่ “มอเตอร์เวย์” มีจำนวนที่สามารถชี้ชัดลงไปแล้วถึง 114 คนมีตั้งแต่ระดับพนักงานเก็บเงินไปจนถึงเจ้าหน้าที่ควบคุมประจำด่านเก็บเงินและอาจจะมีในระดับที่สูงกว่านี้อีกก็ได้ถ้ามีการสอบสวนสาวความจริงต่อไปอีก

นอกจากการทุจริตคราวนี้จะมีผู้ร่วมขบวนการกระทำผิดสูงถึงระดับที่ต้องบันทึกเอาไว้เป็นสถิติโลกแล้วยังมีความจริงที่น่าทึ่งปรากฏอยู่ด้วย ในจำนวนพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่เก็บเงินจำนวนทั้งหมด 42 คนมีคนเข้าข่ายปฏิบัติทุจริตอยู่ถึง 40 คน มีเพียงแค่ 2 คนเท่านั้นที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่กับเขาด้วย

วงเงินที่คาดหมายกันว่าจะมีการทุจริตยักยอกว่ากันว่า น่าจะตกในราววันละไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาทซึ่งเท่ากับว่าเป็นจำนวนที่โกงกันในปริมาณครึ่งหนึ่งของค่าผ่านทางที่ควรจะเก็บได้ในแต่ละวันทีเดียว

การทุจริตส่วนนี้ตามข่าวบอกด้วยว่ากระทำกันมานานเป็นปีๆ แล้วคิดเอาก็แล้วกันว่าในแต่ละปีรัฐต้องสูญเสียเงินเข้ากระเป๋าให้กับคนโกงจำนวนมหาศาลแค่ไหน

โกงกันสนุกมือแบบนี้ มีผลกระทบต่อประชาชนคนไทยผู้เสียภาษีให้รัฐเป็นอย่างยิ่งอุตส่าห์อุดหนุนรัฐด้วยการใช้ทางด่วน เสียภาษีให้รัฐเอามาสร้างทางด่วนยังจะต้องมาเจอกับพฤติกรรมวัดครึ่งกรรมการครึ่งอย่างนี้เข้าอีก ไม่รู้จะเซ้งกันยังไงแล้ว



------------------------------
เรื่องโดย : "หลวงเลียบเมือง"
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2546
คอลัมน์ : บทความ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/DAzbM
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
18 Aug 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
609,000
2.
469,000
3.
469,000
5.
1,239,000
6.
1,399,000
7.
640,000
8.
3,090,000
9.
2,160,000
10.
2,120,000
11.
2,269,000
12.
2,980,000
13.
2,318,000
14.
6,899,000
15.
4,299,000
16.
3,629,000
17.
3,429,000
18.
2,229,000
19.
12,399,000
20.
8,399,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th