บทความ

ไทยแลนด์ แกรนด์ ทัวริง คาร์ แชมเพียนชิพ 2002 สนามที่ 4


ทีจีทีซี สนามที่ 4 ยังคงจัดขึ้นที่สนามบิน บน. 2 ลพบุรี เป็นครั้งสุดท้ายในปีนี้ ก่อนจะกลับมาปิด ท้ายรายการกันที่ สนามแข่ง พีระฯ พัทยา ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน การแข่งขันยังคงมี 4 รุ่นเช่นเคย คือ สปอร์ท ชาลเลนจ์/สปอร์ท แกรนด์ แชมเพียน/กรุพ เอน เอ-บี/กรุพ เอน ซี

 

สปอร์ท ชาลเลนจ์

มีรถเข้าแข่ง 9 คัน แข่งกันทั้งสิ้น 15 รอบ มล. อภิมงคล โสณกุล นักแข่งดาวรุ่งที่มาแรงในปีนี้ยังคงสตาร์ทในตำแหน่งหัวแถวเช่นเคย แต่เมื่อออกสตาร์ทเพียงรอบแรก กิติพงศ์ กิตติพงษ์พัฒนา แชมพ์สนามที่แล้วแซงขึ้นมานำ ตามด้วย ณรงค์ชัย และไชยวุฒิ ส่วน มล. อภิมงคล หล่นไปอยู่ที่ 6 แต่ก็สามารถไล่แซงชิงตำแหน่งกลับมาเป็นที่ 2 ได้ในช่วง 3 รอบสุดท้าย ทำให้ ณรงค์ชัย ตกลงมาอยู่ที่ 3 กิติพงศ์ ครองแชมพ์ที่ ลพบุรี อีกครั้ง คงต้องไปวัดกันที่สนามพีระ ฯ พัทยาว่าใครจะได้แชมพ์รุ่นนี้

 

กรุพ เอน-ซี

มีรถเข้ากริดสตาร์ท 18 คัน นักแข่งล้วนแต่เป็นมือใหม่ที่เข้าแข่งได้ไม่นาน โดย ณัฐพงษ์ เลิศล้ำประเสริฐกุล ควอลิฟายได้ที่ 1 นำตั้งแต่ออกสตาร์ทแบบม้วนเดียวจบ ส่วนที่ 2ได้แก่ สัชฌุ สุรวุฒิวงษ์ แม้ว่าจะเป็นผู้ที่ทำเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุดในรุ่นนี้ แต่รักษาตำแหน่งที่ 2 ได้เพียงแค่ 6 รอบ ถูก ทวีกุล รัตนโกเศศ ผู้มีลีลาการขับที่ดุเดือด แซงคืนมาเป็นที่ 2 ไปจนจบการแข่งขัน ส่วนตำแหน่งที่ 3 ได้แก่ ศุภชัย วีระบวรพงษ์

ระหว่างการแข่งขัน มีการกระทบกระทั่ง รถเสียหลักหมุนให้เห็นกันเป็นระยะ ตามประสานักแข่งมือใหม่ที่กำลังสร้างสมประสบการณ์

หลังจากพักเที่ยง ซึ่งมีกิจกรรม “พิทวอร์ค” ที่สร้างสีสันและเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ใกล้ชิดนักแข่งที่ตนชื่นชอบ แถมด้วยการรับแจกของที่ระลึกจากทีมแข่งต่างๆ จบลง การแข่งขัน กรุพ เอน เอ-บี ก็เริ่มต้นขึ้นในช่วงบ่ายซึ่งฝนเริ่มลงเม็ดหนาขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้สตาร์ทต้องล่าช้าไปเล็กน้อย

 

กรุพ เอน เอ-บี

ช่วงเริ่มต้นการแข่งขัน ได้เพิ่มรอบในช่วงวอร์ม-อัพ แลพ จากเดิมวิ่งแค่เพียงรอบเดียวเป็น 3 รอบ ก่อนจะกลับมาที่กริดสตาร์ทกันอีกครั้ง เพื่อให้นักแข่งได้ปรับตัวในการขับบนแทรคที่เปียกท่ามกลางสายฝนที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก

ในรุ่นนี้มีนักแข่งฝีมือดีเข้าร่วมการแข่งมากถึง 17 คัน โดย อาภาธร กรรณสูตร ทำเวลาในรอบคัดเลือกดีที่สุด ออกสตาร์ทนำไปในช่วง 3 รอบแรกก่อนจะถูก ณัฐวุฒิ ทีม โตโยตา ซึ่งออกสตาร์ทในตำแหน่งที่ 11 จากน้ำหนักไม่ผ่านในการตรวจสภาพ ใช้ชั้นเชิงและประสบการณ์ที่แข่งรถมาหลากหลายรูปแบบ ค่อยๆแซงเก็บขึ้นมาทีละคัน เช่นเดียวกับ สุพจน์ กสิกรรม ที่กันชนหลุดหลังจากชนกองยางในรอบควอลิฟายทำให้น้ำหนักขาดไป ต้องสตาร์ทต่อท้ายในตำแหน่งที่ 16 แต่เพียงแค่ 4 รอบ ก็สามารถแซงขึ้นมาอยู่ที่ 4 โตโยตา อัลทิส สีฟ้าทั้ง 2 คัน โชว์ลีลาการแซงผ่านคู่แข่งได้อย่างงดงาม ณัฐวุฒิ ถูกทำโทษต้องวิ่งเข้ามาจอดในพิทเป็นเวลา 10 วินาที เนื่องจากกระแทก อาภาธร เสียหลัก หลุดออกไปแล้ว ณัฐวุฒิ แซงขึ้นมานำ เมื่อออกจากพิท ณัฐวุฒิ ใจร้อนไล่แซงจนพลาดไปชนกองยางจนหน้ารถเยิน สปอยเลอร์แตกต้องออกจากการแข่งขันไป

ส่วน สุพจน์ กสิกรรม เพื่อนร่วมทีมยังคงแซงคู่แข่งอย่างเมามัน ไม่ผ่อนคันเร่งแม้จะเป็นคันนำทิ้งที่ 2 ขาดแล้วก็ตาม ส่วนอันดับ 2-3-4 ยังคงไล่กันแบบหายใจรดต้นคอ ระหว่าง พีท ทองเจือ /กรัณฑ์ ศุภพงษ์ และ อาภาธร กรรณสูตร

พีท พลาดท่าในรอบสุดท้าย เสียหลักในขณะเข้าโค้งถูก กรัณฑ์ แซงเบียดออกทางด้านขวา อาภาธร อาศัยจังหวะเสียบซ้ายแซงขึ้นมาทั้ง 2 คัน เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 โดยมี กรัณฑ์ และ พีท เข้าที่ 3 และ 4

 

สปอร์ท แกรนด์ แชมเพียน

มีรถเข้าแข่ง 17 คัน ประกอบด้วยนักแข่งชั้นนำมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์/แมน มานิตย์/สุพจน์ กสิกรรม และชัชธรรม พรหมนอก ฯลฯ ในช่วงจะเริ่มแข่งขันฝนตกหนักจนต้องยกเลิกกฎที่ให้รถแข่งทุกคันเข้ามาเปลี่ยนยางในพิทหลังรอบที่ 11 โดยให้นักแข่งตัดสินใจเองว่าจะเลือกใช้ยางฝนหรือยางสลิค

สุพจน์ กสิกรรม ควอลิฟายออกสตาร์ทในอันดับแรก แต่นำอยู่ได้เพียงรอบเดียวก็ถูก ขจรศักดิ์ และ ชญานิน เทพาคำ แซงขึ้นมา สุพจน์ อันดับตกลงมาอยู่ที่ 15 เนื่องจากระบบเกียร์มีปัญหาต้องเข้ามาซ่อมในพิทหลายครั้ง ผลสุดท้ายต้องออกจากการแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย ส่วน ขจรศักดิ์ ขับนำพยายามหนีคู่แข่งที่ไล่ตามมาอย่างสุดชีวิตจนพลาดท่าหมุนไปในรอบที่ 7 หลังจากนั้นรถแข่งมีปัญหาต้องเข้าพิทเสียเวลาไปพอสมควรจบการแข่งขันในอันดับ 8 ม้ามืด แมนมานิตย์ ออกสตาร์ทจากอันดับ 9 วัดดวงและฝีมือด้วยการใช้ยางสลิควิ่งในขณะที่พื้นทางวิ่งยังเปียกหมาดๆ โดยคาดเดาว่าฝนจะไม่ตกลงมาอีกในช่วงแข่งขัน แมน อาศัยความเก๋าไล่แซงเก็บขึ้นมาทีละคันจนขึ้นเป็นคันนำในรอบที่ 11 ตามมาด้วย ปิติ และธนาวุฒิ ภิรมย์ภักดี ทีมสิงห์ ฮาโวลีน วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ เมื่อแข่งครบ 25 รอบ แมน มานิตย์ เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ขึ้นโพเดียมสูงสุดเป็นครั้งแรกในปีนี้ คะแนนสะสมในรุ่น จีซี ปิติ ภิรมย์ภักดี มีคะแนนนำหน้าอันดับ 2 คือวุฒิกร เพียงแค่ 3 แต้ม คงต้องวัดที่พัทยากันนาทีสุดท้ายจนกว่าธงตราหมากรุกพลิ้วไหวอย่างแน่นอน

 

“ทีจีทีซี” สนามสุดท้ายในฤดูกาลนี้จะแข่งกันที่สนามพีระ ฯ พัทยา ในวันที่ 23-24 พฤศจิกายน ถ้าพลาดชมต้องรอไปจนถึงปีหน้าจึงจะได้พบกับการแข่งขันที่เร้าใจ และได้มาตรฐานเช่นนี้อีก



------------------------------
เรื่องโดย : อัฐฒา นายเรือ
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2545
คอลัมน์ : บทความ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/xz8nC

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน