ขอบสนามแข่ง ฟอร์มูลา 1

2 อันดับแรก แบบม้วนเดียวจบของ แฟร์รารี


ศึก ฟอร์มูลา วัน ผ่านพ้นไป 15 สนาม ของการแข่งขัน 17 สนาม ประจำฤดูกาลปี 2002 ทีม แฟร์รารี ยังคมฟอร์มร้อนแรงอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ อันเป็นผลจากการรวมทีมกันอย่างแข็งแกร่งมาเป็นเวลายาวนาน ทั้งฝ่ายเทคนิคและนักขับประจำทีม ที่มิได้เปลี่ยนแปลง ส่งผลให้แฟร์รารี คว้าแชมพ์โลกประเภททีมผู้ผลิตไปครอง 4 สมัยติดต่อกัน และ มิคาเอล ชูมาเคร์ คว้าแชมพ์โลกประเภทผู้ขับ 3 สมัยซ้อน พร้อมกับการคว้าแชมพ์โลกเป็นสมัยที่ 5 เทียบเท่า ฮูอันมานูเอล ฟันโจ อดีตตำนานนักแข่ง ฟอร์มูลา วัน ชาวอาร์เจนตินา

 

มิคาเอล ชูมาเคร์ กับการสร้างสถิติใหม่มากมายในประวัติศาสตร์ ของการแข่งขัน ฟอร์มูลา วันที่จะคงอยู่ต่อไปอีกยาวนานกว่านักขับคนใดจะมาโค่นลงได้

 

หลังจากเสร็จศึก เบลเยียม กรองด์ปรีซ์ พร้อมกับการคว้าแชมพ์สูงสุดในหนึ่งฤดูกาลนี้รวม 10 สนามด้วยกัน นอกจาก มิคาเอล ลงแข่งขันในปีนี้ผ่านมา 15 สนาม ขึ้นโพเดียมครบทุกสนาม ด้วยการคว้าแชมพ์ 4 สนาม และอันดับ 3 ซึ่งเป็นอันดับต่ำสุดในปีนี้ของ มิคาเอล เพียงสนามเดียวเท่านั้น หลังจากเกิดอุบัติเหตุในช่วงสตาร์ทจนตกไปอยู่ท้ายแถวและไล่แซงคันแล้วคันเล่าจนเข้าเส้นชัยในอันดับ 3 ที่ เซปัง เซอร์กิท

 

เบลเยียม กรองด์ปรีซ์

มิคาเอล ชูมาเคร์ กลับกลายเป็นเจ้าของสถิติใหม่ในประวัติศาสตร์อีกครั้ง เมื่อทะยาน F2002 ผ่านธงตราหมากรุกไปเป็นคันแรก คว้าแชมพ์เป็นสนามที่ 10 ของฤดูกาลมาครองเป็นผลสำเร็จบนสังเวียน สปา ฟรองโกชองส์ เซอร์กิท ในรายการ เบลเยียม กรองด์ปรีซ์ สนามที่ถูกโฉลกกับเขาอีกสนามหนึ่ง โดยการออกสตาร์ทจากโพลโพสิชัน จนกระทั่งคว้าแชมพ์ไปครองแบบม้วนเดียวจบหลังแข่งขันครบ 44 รอบสนาม พร้อมกับโค่นสถิติความเร็วต่อรอบดีที่สุดทั้งในรอบควอลิฟายด้วยเวลา 1 นาที 43.726 วินาที และรอบแข่งขันด้วยเวลา 1 นาที 47.176 วินาที

 

สปา ฟรองโกชองส์ เซอร์กิท มีความยาวต่อรอบสนาม 6.968 กม. แข่งขัน 44 รอบ ระยะทางรวม 306.592 กม. สนามแห่งนี้เริ่มใช้เป็นสนามแข่งขันครั้งแรก เมื่อปี 1924 เป็นสนามที่มีความยาวที่สุดของสนามแข่งขัน ฟอร์มูลา วัน ในประวัติศาสตร์ และสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

 

จิม คลาค อีกหนึ่ง ตำนาน เอฟ 1 เคยคว้าแชมพ์ได้ที่นี่ถึง 4 สมัย ในช่วงปี 1962-1965 ทั้งที่เขาไม่ค่อยชอบเซอร์กิทแห่งนี้เท่าใดนัก ขณะที่อีกด้านหนึ่งของสนามมีแดดออก แต่ฝั่งตรงข้ามกลับมีฝนตก สร้างความยุ่งยากให้ทั้งนักขับ และทีมเซอร์วิศ ในพิทในการเลือกใช้ยางที่เหมาะสมกับสภาพสนาม

 

อาร์ยทัน เซนนา เคยมาคว้าแชมพ์ไปจากเซอร์กิทแห่งนี้ถึง 4 สมัยซ้อนเช่นกัน ในระหว่างปี 1988-1991 หลังจากนั้น มิคาเอล มาคว้าแชมพ์ครั้งแรกในชีวิตการแข่งขัน ฟอร์มูลา วัน ได้ที่นี่เมื่อปี 1992 อีก 2 ปีต่อมา เดมอน ฮิลล์ คว้าแชมพ์ไปครอง 2 สมัยซ้อน ให้กับทีม วิลเลียมส์ จนกระทั่ง มิคาเอล มาทำ “แฮททริค” ได้ในช่วงปี 1995-1997 และคว้าแชมพ์อีก 2 สมัย เมื่อปีที่แล้วและครั้งล่าสุด พร้อมกับสถิติใหม่ล่าสุดด้วยการคว้าแชมพ์สูงสุดเป็นสนามที่ 63 มากที่สุดในประวัติศาสตร์

 

มิคาเอล คว้าแชมพ์ที่ สปา ฟรองโกชองส์ เซอร์กิท นับว่าเป็นแชมพ์รายการ เบลเยียม กรองด์ปรีซ์ ครั้งที่ 6 สถิติสูงสุดของสนามแห่งนี้ในประวัติศาสตร์อีกเช่นกัน เป็นการเพิ่มความทรงจำที่ดีให้ มิคาเอล มากขึ้น ซึ่งเขาลงแข่งขันรายการ ฟอร์มูลา วัน ครั้งแรกในชีวิต ที่รายการนี้เมื่อปี 1991 และคว้าแชมพ์แรกในชีวิตการแข่งขัน เอฟ 1 ได้ที่นี่ในปีต่อมา

 

การคว้าชัยชนะของทีม แฟร์รารี 2 อันดับแรก ในศึก เบลเยียม กรองด์ปรีซ์ เป็นสนามที่ 6 ของปีนี้ และนักขับของทีมแฟร์รารี ได้ขึ้นโพเดียมติดต่อกันเป็นสนามที่ 50 ส่วน มิคาเอล ได้ขึ้นโพเดียมเป็นสนาม 16 ติดต่อกันและเก็บแต้มได้เป็นสนามที่ 19 ติดต่อกันอีกด้วย

 

หลังจบการแข่งขัน มิคาเอล กล่าวว่า “ผมแข่งขันแบบไร้ความกดดันแข่งด้วยความสนุกและผ่อนคลายมาก สนามแห่งนี้เป็นสนามที่พิเศษสำหรับผม จึงไม่จำเป็นต้องต่อสู้มากมายนัก”

 

ส่วนทีม แมคลาเรน สามารถทำเวลาในรอบควอลิฟายได้ดีกว่า ทีม วิลเลียมส์ เป็นครั้งแรกในปีนี้ ในวันแข่ง มนโตยา สามารถเข้าเส้นชัยได้ในอันดับ 3 คุลธาร์ด อันดับ 4 ตามมาด้วย ราล์ฟ ชูมาเคร์ โดยมีรถลงแข่งขัน 20 คัน เนื่องจากทีม แอร์โรว์ ของ ทอม วอลคินชอว์ ยังเคลียร์ปัญหาการซื้อ-ขาย ทีมยังไม่จบและยังหานักขับที่มาแทน ไฮนซ์-ฮารัลด์ ฟเรนท์เซน ไม่ได้

 

ผลการแข่งขัน เบลเยียม กรองด์ปรีซ์

อันดับ ผู้ขับ ทีม เวลารวม
1 มิคาเอล ชูมาเคร์ แฟร์รารี 1 ชั่วโมง 21 นาที 20.634 วินาที
2 รูเบนส์ บาร์ริเชลโล แฟร์รารี + 1.977 วินาที
3 ฮูอัน ปาบโล มนโตยา วิลเลียมส์ +18.445 วินาที
4 เดวิด คุลธาร์ด แมคลาเรน +19.357 วินาที
5 ราล์ฟ ชูมาเคร์ วิลเลียมส์ +56.440 วินาที

 

อิตาลี กรองด์ปรีซ์

รูเบนส์ บาร์ริเชลโล มีโอกาสคว้ารองแชมพ์โลกเข้าไปทุกขณะ หลังจากคว้าแชมพ์ในศึก อิตาลี กรองด์ปรีซ์ ไปครองเป็นผลสำเร็จที่ มนซา เซอร์กิท รังใหญ่ของทีมม้าป่าลำพองสีแดงเพลิง และหาก รูเบนส์ เข้าเส้นชัยอันดับ 3 ในศึก สหรัฐ กรองด์ปรีซ์ ที่สหรัฐอเมริกา สนามที่ 16 จะคว้ารองแชมพ์โลกไปครองทันที

 

ทีม แฟร์รารี ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง หลังจากเรียงแถวเข้าเส้นชัย 2 อันดับแรก ที่ มนซา เซอร์กิท โดย รูเบนส์ บาร์ริเชลโล นักขับมือ 2 ของทีมชาวบราซิเลียน เข้าเส้นชัยไปเป็นคันแรก เป็นการคว้าแชมพ์ ครั้งที่ 4 ในชีวิตการแข่งขัน เอฟ 1 และเป็นแชมพ์สนามที่ 3 ของปีนี้ โดยมิคาเอล ชูมาเคร์ ตามเข้าป้ายเป็นอันดับ 2 ส่วนอันดับ 3 มีเซอร์ไพรส์ให้เห็น “สิงห์เฒ่า” เอดดี เออร์ไวน์ วัย 38 ปี ควบ แจกวาร์ รหัส R3 B เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 3 ได้ขึ้นโพเดียมเป็นครั้งแรกของฤดูกาลนี้แบบพลิกความคาดหมาย

 

ฮูอัน ปาบโล มนโตยา เจ้าของแชมพ์สนามนี้เมื่อปีที่แล้วและเป็นแชมพ์เพียงรายการเดียวในขณะที่ของ มนโตยา ปีนี้คว้าโพลโพสิชันไปครอง ตามมาด้วย ราล์ฟ ชูมาเคร์ เพื่อนร่วมทีมวิลเลียมส์ มิคาเอล อันดับ 3 และบาร์ริเชลโล อันดับ 4

 

การออกสตาร์ทที่อันดับเปลี่ยนแปลงตั้งแต่โค้งแรก ราล์ฟ อยู่ด้านนอกชิงจังหวะตัดโค้งขึ้นไปนำ มนโตยา ส่วนบาร์ริเชลโล แซง มิคาเอล ได้เช่นกัน เพียงรอบที่ 4 รถ วิลเลียมส์ ของ ราล์ฟ มีควันพวยพุ่งออกมาจากเครื่องยนต์ ต้องออกจากการแข่งขันไป และในรอบต่อมา มนโตยา ถูกบาร์ริเชลโล แซงขึ้นไปอยู่หัวแถวแทน ในรอบที่ 34 มนโตยาต้องออกจากการแข่งขันไปเพราะระบบกันสะเทือนมีปัญหาหลังจากออกจากพิท จนกระทั่งในระหว่างรอบที่ 16 ถึงรอบที่ 19 รถของ เด ลา โรซา ทีม แจกวาร์ ต้องออกจากการแข่งขันไปหลังจากเฉี่ยวกับรถของเฟลิเป มัสซา ทีมเซาเบอร์ ที่ลากต่อไปไม่ไหวต้องออกจากการแข่งขันไปเช่นกันในรอบที่ 18 จากนั้นทางเอฟไอเอ ได้นำภาพช้ามาดู ปรากฏว่า มัสซา เจตนาเบียดรถของ เด ลา โรซา ตามกฎใหม่ล่าสุดของ เอฟไอเอกำหนดว่า หากมีเหตุเช่นนี้รถที่เจตนาเบียดหรือเฉี่ยวชนจะถูกทำโทษด้วยการปรับอันดับการออกสตาร์ทในสนามต่อไป ถอยไปอีก 10 อันดับ และมีผลบังคับทันทีในสนามต่อไป มัสซา จึงตกเป็นเหยื่อรายแรกตามกฎใหม่ของ เอฟไอเอ

 

วิธีการของทีม แฟร์รารี ในการผลักดัน บาร์ริเชลโล ขึ้นครองรองแชมพ์โลกในปีนี้ถูกนำมาใช้ที่มนซา เซอร์กิท ด้วยการให้ มิคาเอล เข้าพิทเพียงครั้งเดียว และ บาร์ริเชลโล เข้าพิท 2 ครั้ง การออกจากพิทครั้งที่ 2 ของ บาร์ริเชลโล แม้จะตามหลัง แต่เพียงแค่สุดทางตรงที่ยาวก็สามารถชิงเข้าโค้งไปได้ก่อน และนำจนจบการแข่งขัน

 

ส่วนผลงานอันน่าประทับใจของ เออร์ไวน์ ตั้งแต่รอบควอลิฟาย ทำเวลาติดอันดับ 5 และเข้าเส้นชัยในอันดับ 3 แบบหักปากกาเซียนจน นิคิ เลาดา ออกมากล่าวว่า หาก เออร์ไวน์ คงมาตรฐานนี้ไว้ คะแนนสะสมประเภททีมที่ขึ้นมาอยู่ที่ 6 ขณะนี้มีสิทธิ์เลื่อนขึ้น

 

ผลการแข่งขัน อิตาลี กรองด์ปรีซ์

อันดับ ผู้ขับ ทีม เวลารวม
1 รูเบนส์ บาร์ริเชลโล แฟร์รารี 1 ชั่วโมง 16 นาที 19.982 วินาที
2 มิคาเอล ชูมาเคร์ แฟร์รารี +2.225 วินาที
3 เอดดี เออร์ไวน์ แจกวาร์ +52.579 วินาที
4 ยาร์โน ตรุลลี เรอโนลต์ +58.219 วินาที
5 เจนสัน บัททัน เรอโนลต์ +1 นาที 7.77. วินาที

 

สรุปคะแนนสะสมรวม 15 สนาม 

ประเภทผู้ขับ

อันดับ ผู้ขับ ทีม คะแนนรวม
1 มิคาเอล ชูมาเคร์ แฟร์รารี 128
2 รูเบนส์ บาร์ริเชลโล แฟร์รารี 61
3 ฮูอัน ปาลโล มนโตยา วิลเลียมส์ 44
4 ราล์ฟ ชูมาเคร์ วิลเลียมส์ 42
5 เดวิด คุลธาร์ด แมคลาเรน 37

ประเภททีมผู้ผลิต

อันดับ ทีม คะแนนรวม
1 แฟร์รารี 189
2 วิลเลียมส์ 86
3 แมคลาเรน 57
4 เรอโนลต์ 20
5 เซาเบอร์ 11

 

บริดจ์สโตนในสนามเอฟ-1

มิคาเอล ชูมาเคร์ เพิ่มชัยชนะให้กับตนเองอีกเป็นครั้งที่ 10 ในปีนี้ที่สนาม เบลเยียม นำหน้านักแข่งหนวดหิน ไนเจล แมนเซลล์ ที่ทำสถิติไว้ 9 ครั้ง ในฤดูการแข่งขันเดียว

ถือเป็นชัยชนะที่ติดต่อกันถึง 50 ครั้งของนักแข่งทีม แฟร์รารี ที่สามารถขึ้นโพเดียมติดอันดับ 1 ใน 3 มาโดยตลอด ตั้งแต่สนามแข่ง เซปัง เซอร์กิท มาเลเซีย ปี 1999 โดยยาง บริดจ์สโตน มีส่วนร่วมในความสำเร็จทุกครั้ง และในปีนี้ บาร์ริเชลโล มีโอกาสครองตำแหน่งรองแชมพ์โลกค่อนข้างสูง

เซาเบอร์-เปโตรนาส เป็นอีกทีมที่ใช้ยาง บริดจ์สโตน ปีนี้ได้อันดับที่สี่ 1 ครั้ง อันดับที่ห้า 2 ครั้ง และอันดับหก 1 ครั้ง โดยฝีมือของนักแข่งดาวรุ่ง รวมทั้งนักแข่งที่มีอายุน้อยที่สุดในฤดูกาลนี้ ส่วนทีม จอร์แดน ได้ตำแหน่งที่ห้า 2 ครั้ง ส่วนทีมบาร์ ได้ที่เจ็ด 1 ครั้ง โดยฝีมือ ชากส์ วิลล์เนิฟ

เมื่อมองภาพรวมแล้ว ปี 2002 บริดจ์สโตน กล่าวได้ว่าไม่มีปัญหาด้านเทคนิคหรือการเลือกใช้ยางเลย เราหวังว่าคงจะได้มีส่วนร่วมในความสำเร็จของแต่ละทีมอีกในฤดูกาลหน้า

 

บรรยายภาพ

ไฟท์ SPA BABE RENAULT ทีมงานเรียกความสนใจของ เรอโนลต์

SPA FER เจ้าของสถิติล่าสุด แชมพ์ 10 สนาม ใน 1ฤดูกาล

SPA UPHILL เอกลักษณ์เฉพาะของ สปา ฟรังโกชองพ์ส

SPA MELAREN เดวิด คุลธาร์ด ปีนี้ ไม่คงเส้นคงวา

W RENAULT เรอโนลต์ มีสิทธิ์ติดที่ 4 ตามเป้า

W ITAL CURVE แมคลาเรน ต้องปรับกลยุทธ์ใหม่

W ITAL FER ไม่มีใครมาโค่นม้าป่าลำพองอีก 1 ปี เป็นอย่างน้อย

ITAL PANIS AND GIRL ออลีวีแอร์ ปานีส ควงสาวเข้าสนาม

ITAL PITLARI พิท ของ มนชา เซอร์กิท ก่อนแข่ง

ITAL PWD แชมพ์สนามที่ 4 ในชีวิตของ รูเบนส์ บาร์ริเชลโล

ITAL RAIK AND GIRL คีมี ไรค์โคเนน กับลีลาการถ่ายแบบ

ITAL RAIK AND GIRL ไรค์โคเนน ในมาดนายแบบ

ITAL W BACK ENGIM ราล์ฟ ชูมาเคร์ เครื่องพัง ตั้งแต่เปิดเกม

ITAL BACK FER บั้นท้ายแชมพ์ ทีม 4 สมัยซ้อน

ITAL W JAQ หักปากกาเซียน สิงห์เฒ่า ควบ แจกวาร์ R3B เข้าที่ 3

ITAL W RALF PRT แต่งองค์ทรงเครื่อง BMW ก่อนศึกดวลล้อ

ITAL W RENAULT ปีหน้าแซงหน้า แมคลาเรน…ไม่ยาก

W RUBEN รูเบนส์ บาร์ริเชลโล รองแชมพ์โลก ตามสั่ง

W TOYOTA โตโยตา ยกทีมมือขับทั้งยวง

W WILLIAM วิลเลียมส์ เจอเรื่องร้ายๆ ใน มนซา

ITAL START ราล์ฟ ชูมาเคร์ ตัดโค้งขึ้นไปนำช่วงสตาร์ท

ITAL BABE

BABE 1 ดาวเด่นแบบง่าย ๆ สไตล์ช่างภาพ

BABE 2 สาวเอเชียคมกว่า

BABE 3 ไม่ต้องบรรยาย

BABE 4 เอฟ 1 กีฬาถูกคอสาวอิตาเลียน



------------------------------
เรื่องโดย : ไททาเนียม
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2545
คอลัมน์ : ขอบสนามแข่ง ฟอร์มูลา 1
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/YpfPm

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน