สัมภาษณ์พิเศษ

ณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย


GREAT WALL MOTORS ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่มีจำหน่ายมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก บุกตลาดเมืองไทยภายใต้แนวคิด “SAWASDEE THAILAND- EXPERIENCE YOUR NEW XEV WORLD” “ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์พิเศษ ณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย

ฟอร์มูลา : GREAT WALL MOTORS วางนโยบาย และทิศทางการเติบโตในประเทศไทยไว้อย่างไร ?

 

ณรงค์ : GREAT WALL MOTORS (กเรท วอลล์ มอเตอร์ส) มาลงทุนสร้างฐานการผลิตในประเทศไทยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเริ่มจากการเจรจากับ GENERAL MOTORS (เจเนอรัล มอเตอร์ส) เพื่อซื้อศูนย์การผลิต ศูนย์ประกอบรถยนต์ และเครื่องยนต์ที่จังหวัดระยอง โดยตั้งใจให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนในการผลิต และส่งออกรถยนต์พลังงานทางเลือก และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน กำหนดเดินสายการผลิตในช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 หวังจะผลักดัน และพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย และภูมิภาค ผ่านวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่จะก้าวสู่การเป็น “บริษัทฯ ที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก” (GLOBAL MOBILITY TECHNOLOGY COMPANY)

 

สำหรับกลยุทธ์การบุกตลาดประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “SAWASDEE THAILAND- EXPERIENCE YOUR NEW XEV WORLD” ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์ ได้แก่

 

1. การเป็นผู้นำรถพลังงานไฟฟ้า XEV LEADER กับ MISSION “9 IN 3” ที่จะนำรถยนต์รุ่นต่างๆ เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยทั้งหมด 9 รุ่น ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยรถยนต์เกือบทั้งหมดเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่พร้อมจะสร้างนิยามใหม่ของความสนุก และคุ้มค่าในการขับขี่เพื่ออนาคต ปีนี้วางแผนจะแนะนำ 4 รุ่น 2 บแรนด์ HAVAL (ฮาวัล) และ ORA (ออรา) ที่บริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้ดี

 

สำหรับ HAVAL H6 HYBRID SUV (ฮาวัล เอช 6 ไฮบริด เอสยูวี) เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีล้ำสมัย ผสานกับดีไซจ์นโดดเด่น ซึ่งบริษัทฯ มั่นใจว่าลูกค้าจะให้การตอบรับอย่างคึกคัก

 

อีกรุ่นหนึ่ง คือ ORA GOOD CAT (ออรา กูด แคท) รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบทเตอรีรุ่นแรกที่ GREAT WALL MOTORS จะนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย เป็นรถอีก 1 รุ่น กระแสตอบรับที่ดีมาก ทั้งในสื่อต่างๆ และทุกช่องออนไลน์ ORA GOOD CAT จะมาสร้างมาตรฐานใหม่รถยนต์ไฟฟ้า ทั้งด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และดีไซจ์นล้ำสมัยแนวเรทโร ในราคาที่คนไทยเข้าถึงได้

 

2. การรับฟังเสียงของผู้บริโภค CONSUMER VOICE FOCUS GREAT WALL MOTOR ให้ความสำคัญเรื่องการรับฟังเสียงตอบรับของผู้บริโภคชาวไทยมาตั้งแต่เริ่มเข้ามาดำเนินธุรกิจ โดยจัดกิจกรรม GET TO KNOW THAI CONSUMERS นำผู้บริหารไปพูดคุยกับลูกค้าทั้งในกรุงเทพฯ ชลบุรี หาดใหญ่ ขอนแก่น และพิษณุโลก เรื่องความต้องการ และสิ่งที่คาดหวังจากบแรนด์นั้น โดยนำข้อมูลมาประมวลผล กำหนดแนวทางการทำการตลาด และการบริการ เพื่อพัฒนา ปรับปรุง และยกระดับการให้บริการในทุกมิติ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยให้ดีที่สุด

 

3. การสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า NEW USER EXPERIENCE เราไม่ได้รับฟังแค่เสียงของลูกค้า แต่รับฟังเสียงของผู้จำหน่ายด้วย โดยเน้นการซื้อ/ขายแนวใหม่ เริ่มตั้งแต่การค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบรุ่นรถ ทดสอบรถ เลือกซื้อรถ ขอสินเชื่อ ส่งมอบรถ บริการ และการสร้างความสุขตลอดการเป็นเจ้าของรถผ่านกิจกรรมต่างๆ แบบ O2O (ONLINE-TO-OFFLINE)

 

ฟอร์มูลา : ความพร้อมของผลิตภัณฑ์ ?

 

ณรงค์ : GREAT WALL MOTORS วางแผนลงทุนทั้งหมดประมาณ 26,000 ล้านบาท ใน 5 ปีแรก ไม่รวมการซื้อโรงงานของ GENERAL MOTORS โดยการลงทุนจะเน้นเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยี การผลิต การตลาด รวมถึงการสร้างการรับรู้ของบแรนด์

 

ด้านผลิตภัณฑ์ของ GREAT WALL MOTORS มีความพร้อมอย่างยิ่ง โดยการจัดตั้งโรงงานแบบ “12+5″ คือ โรงงานผลิตเต็มรูปแบบ เราไม่เพียงแต่มุ่งมั่นที่จะผลิต และส่งมอบรถยนต์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค แต่ยังใส่ใจในการสร้างสรรค์เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านยานยนต์ไฟฟ้าอันล้ำสมัย เพื่อเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมยานยนต์ให้พร้อมขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืน และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้คนทั่วโลกผ่านทางนวัตกรรม อาทิ การพัฒนาเทคโนโลยี 5G การขับขี่อัตโนมัติ และ V2X ที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้แก่ผู้บริโภค

 

GREAT WALL MOTORS มีเทคโนโลยีเกี่ยวกับรถไฟฟ้า ที่ผ่านมา GREAT WALL MOTOR ประสบความสำเร็จในการพัฒนาแบทเตอรีที่ปราศจากโคบอลท์เป็นรายแรกของโลก จากการริเริ่มคิดค้นพัฒนาการผลิตแบทเตอรีปริซึมเคลือบลามิเนทความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องจนประสบความสำเร็จ โดยได้มีการเปิดตัวแบทเตอรีที่ปราศจากโคบอลท์ NMX (เอนเอมเอกซ์) อย่างเป็นทางการ นับเป็นการตอกย้ำความเป็นเลิศด้านงานวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ควบคู่ไปกับความยึดมั่นของบริษัทฯ ที่จะรับผิดชอบต่อสังคม ลดการปล่อยแกสคาร์บอน และพัฒนาระบบนิเวศของโลกอย่างยั่งยืน

 

พร้อมกันนี้ โรงงานของ GREAT WALL MOTOR ยังได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ทั้งเรื่องการผลิตรถยนต์เครื่องยนต์เบนซิน, ดีเซล และรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงชิ้นส่วนของรถยนต์ไฟฟ้า และแบทเตอรีรถยนต์ไฟฟ้า

 

อีกทั้ง GREAT WALL MOTORS ยังมีการวางแผนที่ดีสำหรับการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพราะถึงแม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้ายังไม่เป็นที่นิยมแพร่หลาย แต่เราก็มั่นใจด้วยเทคโนโลยีและความพร้อมด้านรถยนต์ไฟฟ้า จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยรถยนต์ไฟฟ้าของ GREAT WALL MOTORS วิ่งได้ในระยะทาง 400-500 กม. ดังนั้น จึงไม่จำเป็นที่จะต้องชาร์จทุกวัน ซึ่งก็เหมือนการเติมน้ำมัน อย่างไรก็ตาม GREAT WALL MOTORS ยังเตรียมความพร้อมเรื่องสถานีชาร์จ โดยจะสร้างสถานีชาร์จนำร่องปีนี้ไว้ 3 แห่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือ ภาครัฐบาล เอกชน และพาร์ทเนอร์ต่างๆ ว่าจะออกมาในรูปแบบใด

 

ฟอร์มูลา : ความพร้อมในด้านต่างๆ จะเห็นผลเมื่อไร ?

 

ณรงค์ : การที่ GREAT WALL MOTORS เข้ามาลงทุนในประเทศไทยครั้งนี้ ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้หลายด้าน ซึ่งจากการสำรวจ ปัจจุบันลูกค้าให้การตอบรับบแรนด์รถยนต์จากจีน รวมถึงจากผลสำรวจของ NIDA ให้การตอบรับรถยนต์ไฟฟ้า ทั้งเรื่องเทคโนโลยี และราคา ทำให้การเข้ามาของ GREAT WALL MOTORS ในครั้งนี้ มีหลายฝ่ายรอคอยถึงกลยุทธ์หลักของเรา เรื่องผลิตภัณฑ์มีความพร้อมเรียบร้อยแล้ว ส่วนพาร์ทเนอร์ ที่วางแผนว่าจะร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจเรื่องของการส่งมอบรถ จุดทดสอบ รวมถึงสโตร์ เราวางแผนว่าในปีนี้จะมีโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ 30 แห่ง สำหรับบริการลูกค้า และทุกอย่างจะพร้อมประกาศอย่างเป็นทางการไม่เกินไตรมาส 2 ของปีนี้

 

ฟอร์มูลา : ระบบตัวแทนจำหน่ายกับพาร์ทเนอร์แตกต่างกันอย่างไร ?

 

ณรงค์ : แตกต่างกันด้วยเรื่องเทคโนโลยี รูปแบบที่จะเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น การซื้อรถ การทดลองรถ ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนโชว์รูมรถยนต์สูงสุดเทียบกับยอดขายติดอันดับโลก การแข่งขันจะเน้นเรื่องการตัดราคา สู้กันจนทำให้ธุรกิจไม่น่าสนใจ ทำให้ไม่สามารถสร้างกำไรได้ และหากเป็นการกู้เงินมาทำธุรกิจ ทำให้ประสบความสำเร็จ แต่สำหรับระบบพาร์ทเนอร์ จะเน้นไปที่รูปแบบฟแรนไชส์ที่มีระบบมากขึ้น มีเครื่องมือในส่วนของออนไลน์มาร์เกทิง แอพพลิเคชัน เข้ามาใช้ แต่ก็ไม่ใช่เป็นระบบออนไลน์เพียงอย่างเดียว ออฟไลน์ก็จำเป็นเพราะประเทศไทยต้องการความเชื่อมั่น ได้เห็นรถคันจริง ได้คุยกับคนในพื้นที่ โดย GREAT WALL MOTOR ที่จะตั้งในแต่ละพื้นที่ ไม่จำเป็นต้องมีถึง 400-500 แห่ง เพราะการบริการไม่จำเป็นต้องแข่งขันกันเอง และมีจำนวนมาก

 

ปัจจุบัน ได้มีการแต่งตั้งดีเลอร์ทั้ง 17 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ แบ่งเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล 8 แห่ง, ชลบุรี 3 แห่ง, ระยอง, เชียงใหม่, ขอนแก่น, นครราชสีมา, สงขลา, ภูเก็ต และจะมีการเปิด GWM STORE ซึ่งเป็นโชว์รูมของ GREAT WALL MOTOR รวมทั้งสิ้นกว่า 30 แห่ง ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อช่วยเพิ่มช่องทางให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ และบริการของ GREAT WALL MOTOR ได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

 

ฟอร์มูลา : วางเป้าหมายของคุณ และ GREAT WALL MOTOR ไว้อย่างไร ?

 

ณรงค์ : ผมตั้งใจอยากเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของบแรนด์ GREAT WALL MOTORS ซึ่งเป็นบแรนด์ที่มีจุดยืนที่ชัดเจน มีความสำเร็จในระดับโลก การเข้ามาลงทุนในประเทศไทยด้วยการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่น จริงจัง และจริงใจในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ รวมถึงการบริการที่ดีที่สุดให้แก่คนไทย สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างมีศักยภาพ โดยเปลี่ยนวิธีการทำธุรกิจไปจากเดิม มองทุกอย่างเป็น THE FIRST ทำทุกอย่างเป็นจุดเริ่มต้น

 

การสร้างบแรนด์ใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยรูปแบบธุรกิจใหม่ และการยอมรับจากผู้บริโภค ทำให้เป้าหมายแรกของเรา คือ การสร้างการรับรู้ของบแรนด์ ไม่ได้เน้นที่ยอดขาย แต่ต้องการสร้างแนวทางการทำตลาดแบบใหม่ โดยใช้เวลาสักระยะหนึ่งเพื่อวัดผลในรูปแบบทัศนคติ ส่วนเป้าหมายในระยะยาว GREAT WALL MOTORS จะต้องเป็นบแรนด์ที่อยู่ในใจลูกค้าทุกเซกเมนท์ ไม่ว่าจะเป็นรถ เอสยูวี พีพีวี รถพิคอัพ และรถยนต์ไฟฟ้า โดย GREAT WALL MOTOR จะเร่งเผยแพร่ 3 กลยุทธ์หลักให้ผู้บริโภคได้รับรู้เร็วที่สุด



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : จินดา ลัยนันท์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2564
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/3pjtI

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน