รู้ทันเทคนิค

เทคนิคเลือกรถพลังงานทางเลือกให้คุ้มค่า


ปฏิเสธไม่ได้ว่ารถยนต์พลังงานทางเลือก ที่ใช้ไฟฟ้า และมอเตอร์ขับเคลื่อน เข้ามามีบทบาทในชีวิตเราเร็วกว่าที่คิด ถ้าดูจากช่วงปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน จะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

รถไฟฟ้ามาเร็วกว่าที่คิด

ค่ายรถยนต์เองเริ่มเปิดตัวรถยนต์พลังงานทางเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์ในกลุ่มประเภทเสียบปลั๊กชาร์จ ส่วนสถานีชาร์จไฟก็มีมากขึ้น ทั้งส่วนของค่ายรถยนต์เอกชน รวมถึงหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เริ่มตั้งสถานี และประกาศแผนการขยายสถานีชาร์จไฟฟ้าให้ครอบคลุมเส้นทางหลักทั่วประเทศ ในช่วงเริ่มต้น และภายในสิ้นปีนี้ เราอาจเห็นสถานีชาร์จไฟผุดขึ้นอีกมากมาย ซึ่งสอดรับกับการเปิดตัวรถยนต์พลังงานทางเลือก และรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่กำลังจ่อคิวอีกหลายรุ่น แล้วสิ่งสำคัญ คือ เลือกรถยนต์แบบไหนจะเหมาะกับลักษณะการ ใช้งานของเรา ลองมาดูเทคนิคการเลือกรถเหล่านี้ ให้เหมาะกับตัวคุณ

 

รถยนต์ไฮบริด HEV

รถประเภท HEV (HYBRID ELECTRIC VEHICLE) เป็นเทคโนโลยีที่เราคุ้นเคยกันมานาน รูปแบบของรถยนต์ HYBRID วันนี้มีการพัฒนาไปไกลกว่ารถยนต์ประเภทเดียวกันในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งมอเตอร์ที่มีแรงม้า และแรงบิดสูงขึ้น แบทเตอรีมีความจุมากขึ้น ในการขับเคลื่อนจะใช้มอเตอร์ ขับเคลื่อนเป็นหลัก และใช้เครื่องยนต์ให้น้อยที่สุด ซึ่งมีรูปแบบการขับเคลื่อนแยกย่อยไปอีก

 

พอจะสรุปให้เข้าใจสั้นๆ ง่ายๆ คือ รถยนต์ HYBRID วันนี้มี 2 รูปแบบด้วยกัน แบบแรก คือ เครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนร่วมกัน เป็นแบบที่เราคุ้นเคยกันมานาน แบบที่ 2 คือ เครื่องยนต์มีหน้าที่ปั่นไฟอย่างเดียว จะไม่มีเกียร์เข้ามาขับเคลื่อน เครื่องยนต์มีหน้าที่ปั่นไฟเพียงอย่างเดียวเพื่อส่งไปเก็บไว้ที่แบทเตอรี หรือส่งตรงไปที่มอเตอร์ไฟฟ้าในจังหวะเวลาต้องการแรงบิด สูงสุด เช่น NISSAN KICKS E-POWER (นิสสัน คิคส์ อี-เพาเวอร์) รถยนต์ประเภท HYBRID เหมาะสำหรับการใช้งานในรูปแบบที่ไม่ตายตัว แต่ละวันเดินทางมากน้อยแตกต่างกัน มีการเดินทางไกลบ่อย สิ่งสำคัญ คือ ไม่ต้องหาที่ชาร์จไฟ โดยเฉพาะท่านที่อยู่คอนโด หรืออพาร์ทเมนท์ เป็นต้น

 

รถยนต์พลัก-อิน ไฮบริด PHEV

 

72.2

 

รถประเภท PHEV (PLUG-IN HYBRID ELECTRIC VEHICLE) เกิดจากลักษณะการใช้งานของผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะคนเมือง จากการสำรวจพบว่ากลุ่มนี้ ในแต่ละวันเดินทางเฉลี่ยประมาณ 20-50 กม. รถยนต์ PHEV จึงถูกพัฒนามาเพื่อลักษณะการใช้งานแบบนี้ เพื่อให้แต่ละวันสามารถขับขี่โดยไม่ต้องใช้น้ำมัน หรือใช้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ รถยนต์กลุ่มนี้ปัจจุบันเมื่อชาร์จไฟเต็มสามารถขับด้วยโหมดไฟฟ้า หรือ EV ได้ประมาณ 50-100 กม. ซึ่งเพียงพอกับการใช้งานในแต่ละวัน ถ้าแบทเตอรีหมด ก็สามารถขับขี่ในแบบรถยนต์ HYBRID ต่อได้ แต่ความประหยัดอาจน้อยกว่า เมื่อถึงบ้านก็สามารถชาร์จให้แบทเตอรีเต็มในเวลาไม่นาน สำหรับการชาร์จปกติใช้เวลาประมาณ 4-6 ชม. ในบางรุ่นสามารถชาร์จเร็วได้นั้นจากความจุแบทเตอรี 0-80 % ใช้เวลาประมาณ 20-40 นาที รถยนต์ประเภทนี้เหมาะสำหรับท่าน ที่อยู่บ้าน หรือมีที่จอดประจำ เพราะต้องมีการติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จส่วนตัว สามารถลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้มากกว่าครึ่ง

 

รถไฟฟ้า BEV

 

72.3

 

รถประเภท BEV (BATTERY ELECTRIC VEHICLE) หรือรถไฟฟ้าล้วน 100 % เป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยใช้พลังงานจากแบทเตอรีเป็นหลัก เป็นรถยนต์ไร้มลพิษในการขับเคลื่อน

 

รถยนต์ BEV ในปัจจุบัน สามารถวิ่งได้ระยะทางตั้งแต่ 300-500 กม. เพียงพอกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน การใช้งานในเมือง หรือในสภาพการจราจรติดขัดสลับหยุดนิ่ง แบบนี้จะได้ระยะการเดินทางใกล้เคียงสเปคที่ระบุไว้ การใช้ความเร็วสูงต่อเนื่องระยะทางยาวๆ แบทเตอรีจะลดต่ำเร็วมาก ซึ่งเป็นปกติของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอยู่แล้ว

 

การชาร์จไฟแบบ AC HOME CHARGER ใช้เวลาประมาณ 5-8 ชม. ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ชาร์จ และระบบไฟฟ้าที่บ้าน ตามปกติแล้วหลังการใช้งาน ส่วนใหญ่เมื่อถึงบ้าน จะเหลือแบทเตอรีประมาณ 30-50 % การชาร์จก็จะใช้เวลาน้อยลง รุ่งขึ้นก็พร้อมออกเดินทางเต็ม 100 % ถ้าใช้ DC CHARGE หรือการชาร์จเร็ว สามารถชาร์จแบทเตอรีจาก 0-80 % ได้ในเวลาประมาณ 30-50 นาที แต่ต้องชาร์จตามจุดชาร์จสาธารณะ

 

รถยนต์ประเภท BEV เหมาะกับผู้ที่อยู่บ้าน หรือมีสำนักงานส่วนตัว เพราะจำเป็นต้องติดตั้ง AC HOME CHARGER แบบปกติ ถ้าต้องการชาร์จเร็วขึ้นสำหรับบ้านต้องขอไฟฟ้าแบบ 3 เฟส เพื่อรองรับอุปกรณ์ชาร์จที่มีกำลังไฟมากขึ้น ส่วนสำนักงานที่มักเป็นไฟฟ้าแบบ 3 เฟสอยู่แล้วก็ยิ่งง่าย ในช่วงเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีการเลือกใช้รถยนต์ BEV อาจมีอุปสรรคในการเดินทางไกล เพราะจุดชาร์จแบบ DC CHARGE ยังน้อยอยู่ ซึ่งจะเริ่มมีมากขึ้นในช่วงสิ้นปีนี้ และปีถัดๆ ไป ถ้าเลือกไว้เป็นรถสำหรับการใช้งานในเมืองเป็นหลักยิ่งเหมาะมาก การเดินทางไกลก็ทำได้เพียงแค่ต้องวางแผนการเดินทางให้ดีเท่านั้น



------------------------------
เรื่องโดย : พหลฯ 30
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2564
คอลัมน์ : รู้ทันเทคนิค
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/VPIy7

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน