ระเบียงรถใหม่

MINI ELECTRIC รถไร้เครื่องยนต์สายเลือดผู้ดีปรับเปลี่ยนหน้าตา ต้อนรับปีวัว


มีรถสายพันธุ์อังกฤษสอดแทรกมาแบบเดียว และเป็นรถพลังไฟฟ้าล้วนๆ ขนาดเล็กที่สุดที่ปรากฏตัวใน “ระเบียงรถใหม่” เดือนนี้ คือ รถเก๋งแฮทช์แบคขนาดซูเพอร์มีนี ซึ่งเดิมเมื่อจำหน่ายในบางประเทศจะใช้ชื่อ MINI ELECTRIC (มีนี อีเลคทริค) และเมื่อจำหน่ายในอีกหลายประเทศกลับเปลี่ยนไปติดป้ายชื่อ MINI COOPER SE (มีนี คูเพอร์ เอสอี) แต่ขณะนี้เปลี่ยนกลับไปใช้ชื่อ MINI ELECTRIC (มีนี อี เลคทริค) ในทุกตลาดแล้ว

MINI ELECTRIC

 

รถ MINI ในตัวถัง 3 ประตูแฮทช์แบค ซึ่งมีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า MINI 3-DOOR HATCH (มีนี 3-ประตู แฮทช์) รุ่นที่จำหน่ายในตลาดทั่วโลกขณะนี้ นับเป็นรถ NEW-GENERATION MINI หรือรถมีนียุคใหม่ รุ่นที่ 3 เปิดตัว “ครั้งแรกในโลก” ในเวลาใกล้เคียงกันทั้งที่งานมหกรรมยานยนต์โตเกียวในญี่ปุ่น และงานมหกรรมยานยนต์ลอสแองเจลิสในสหรัฐอเมริกาเมื่อปลายปี 2013 และไม่นานหลังจากนั้นก็เริ่มต้นการจำหน่าย หลังจากอยู่ในตลาดยาวนานกว่า 7 ปี เมื่อปลายเดือนมกราคมของปีวัวทอง 2021 นี่เอง รถรุ่นนี้ก็ได้รับการปรับปรุงขนานใหญ่ อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงที่ว่านี้แทบไม่มีการแตะต้องใดๆ เลยกับเครื่องยนต์กลไก ส่วนใหญ่เป็นการกระทำกับตัวถัง และยกระดับอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งส่งผลให้มิติของตัวถังเปลี่ยนแปลงไปบ้างเล็กน้อย คือ ความยาวเพิ่มจาก 3.824-3.874 ม. เป็น 3.850-3.876 ม. แต่ความกว้าง และความสูงยังคงเดิม คือ 1.727 ม. และ 1.414-1.432 ม.

 

MINI ELECTRIC

 

ในอังกฤษ รถที่เพิ่งผ่านการปรับปรุงนี้เริ่มการจำหน่ายแล้วเมื่อเดือนมีนาคมที่เพิ่งผ่านพ้นไป มีรถติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินให้เลือก 4 โมเดลหลักคือ MINI 3-DOOR HATCH ONE (1,499 ซีซี 75 กิโลวัตต์/102 แรงม้า) MINI 3-DOOR HATCH COOPER (1,499 ซีซี 100 กิโลวัตต์/136 แรงม้า) MINI 3-DOOR HATCH COOPER S (1,998 ซีซี 131 กิโลวัตต์/178 แรงม้า) และ MINI 3-DOOR JOHN COOPER WORKS (1,998 ซีซี 170 กิโลวัตต์/231 แรงม้า ) ส่วนระบบเกียร์มี 2 แบบ คือ เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ STEPTRONIC ค่าตัวรวมภาษี มูลค่าเพิ่มร้อยละ 20 เริ่มต้นที่ 13,370 ปอนด์อังกฤษ หรือประมาณ 535,000 บาทไทย

 

MINI ELECTRIC

 

กับมีรถโมเดลพิเศษให้เลือกอีก 1 โมเดล คือ MINI ELECTRIC ซึ่งกำลังอวดตัวอยู่นี้ รถโมเดลนี้รุ่นดั้งเดิมเริ่มการจำหน่ายหลังรถโมเดลอื่น คือ เพิ่งออกตลาดในเมืองผู้ดีเมื่อเดือนมีนาคม 2020 แต่ครั้งนี้ก็ได้รับการปรับปรุงในลักษณะเดียวกันกับรถโมเดลอื่นๆ ที่กล่าวไปแล้วข้างต้น เป็นการปรับปรุงที่ทำให้ความยาวตัวถังเพิ่มจาก 3.845 ม.เป็น 3.850 ม. คือ ยาวขึ้นเพียง 0.5 ซม. ส่วนความกว้างยังเท่าเดิม คือ 1.727 ม. และความสูงก็คงเดิม คือ 1.432 ม.

 

มีรถให้เลือกใช้รวม 4 โมเดลย่อย คือ MINI ELECTRIC LEVEL 1 (ค่าตัวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 20 และหักเงินสนับสนุนของรัฐออกแล้วเริ่มต้นที่ 25,500 ปอนด์ หรือประมาณ 1.02 ล้านบาทไทย) MINI ELECTRIC LEVEL 2 (27,500 ปอนด์/ประมาณ 1.10 ล้านบาทไทย) MINI ELECTRIC LEVEL 3 (31,500 ปอนด์/ประมาณ 1.26 ล้านบาทไทย) และ MINI ELECTRIC COLLECTION (34,000 ปอนด์/ประมาณ 1.36 ล้านบาทไทย)

 

ทุกโมเดลเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 135 กิโลวัตต์/184 แรงม้า ซึ่งได้พลังไฟฟ้าจากแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน ขนาดความจุ 32.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 150 กม./ชม. กรณีวัดตามมาตรฐานใหม่ คือ WLTP จะมีอัตราสิ้นเปลืองพลังไฟฟ้าเฉลี่ยระหว่าง 0.152-0.158 กิโลวัตต์ชั่วโมง/กม. และชาร์จไฟเต็มแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกลระหว่าง 237-245 กม. ขึ้นอยู่กับเป็นรถโมเดลไหน ?

 

MINI ELECTRIC

  • รถเก๋งแฮทช์แบคขนาดซูเพอร์มีนี ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ
  • มิติตัวถัง 3.850×1.727×1.928 ม. ห้องโดยสาร 4 ที่นั่ง
  • มอเตอร์ไฟฟ้า 135 กิโลวัตต์/184 แรงม้า แบทเตอรี 32.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 150 กม./ชม. (จำกัด)
  • ราคารวมภาษี และหักเงินสนับสนุนในอังกฤษ เริ่มต้นที่ 25,500 ปอนด์


------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2564
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/8fu3K

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน