บทบรรณาธิการ

EV


หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือบอร์ดอีวี มีมติในที่ประชุม สรุปเร่งรัดผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถไฟฟ้า 100 % ในปี 2578 หรืออีก 14 ปีข้างหน้า ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ในปี 2583 ถึง 5 ปี ขณะที่ปี 2573 จะต้องผลิตรถไฟฟ้าให้ได้ถึง 50 % ของปริมาณการผลิตรถทุกชนิด

แบ่งออกเป็น ผลิตรถไฟฟ้าสะสมในปี 2568 ให้ได้จำนวน 1,055,000 คัน แยกเป็น รถนั่ง และรถกระบะ จำนวน 402,000 คัน รถจักรยานยนต์ 622,000 คัน รถบัส และรถบรรทุก 31,000 คัน

 

และปี 2578 คาดหวังว่าจะผลิตรถไฟฟ้าสะสมกว่า 18,413,000 คัน แบ่งเป็น รถนั่ง และรถกระบะ 8,625,000 คัน รถจักรยานยนต์ 9,330,000 คัน รถบัส และรถบรรทุก 458,000 คัน

 

คีย์เวิร์ดหลักๆ ที่ภาครัฐเร่งส่งสัญญาณออกมาครั้งนี้ สร้างความแปลกใจ และสับสน ทำให้เกิดคำถามต่างๆ มากมายว่า ภาครัฐมองอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะปั้นให้ไทยเป็นฐานการผลิตรถไฟฟ้า หรือ EV เรื่องนี้มองดีๆ มันส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมการผลิตรถในไทย จะกระทบกับฐานการผลิตรถกระบะ รถนั่งหรือเปล่า ? ในแง่การลงทุน และการส่งออก จะมีปัญหาตามมาหรือไม่ ? อุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน จะมีผลกระทบกับภาคแรงงาน และอื่นๆ ในระบบมากน้อยแค่ไหน ? นี่ยังไม่รวมถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน และสิทธิประโยชน์ทางภาษี

 

เห็นได้ชัดว่า แผนนี้น่าจะสร้างความปั่นป่วนให้แก่อุตสาหกรรมการผลิตรถในประเทศอีกหลายปัญหาแน่นอน ระยะเวลาที่กำหนดไว้ว่า 14 ปีข้างหน้า จะต้องเป็นแบบนั้น แบบนี้ เราคาดการณ์ และเตรียมความพร้อมไว้แล้วใช่ไหมครับ ไม่ใช่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมการผลิตรถในไทย ด้วยการเพิ่มศักยภาพยกระดับให้เราเป็นศูนย์การผลิตรถไฟฟ้า แต่เราต้องย้อนมามองตัวเองด้วยว่าเรามีความพร้อมแค่ไหน เชื่อว่านักวิเคราะห์ ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอุตสาหกรรมรถยนต์ของไทย อาจจะมองว่าระยะเวลา 14 ปี มันเร็วไปหรือเปล่า ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ มีการขานรับกันประมาณไหน สถานีอัดประจุไฟฟ้าเรามีมากพอสำหรับความต้องการในอนาคตหรือไม่ ? ตรงนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเราคาดหวังว่ารถไฟฟ้าจะเป็นรถสาธารณะ รถบรรทุก หรือรถกระบะ ทุกคัน ต้องใช้สถานีอัดประจุไฟฟ้าแน่นอน แล้วยิ่งพฤติกรรมของผู้บริโภคคนไทย การเลือกซื้อรถกระบะส่วนใหญ่เขานำมาใช้งานหนัก วิ่งไปชาร์จไป จะไม่ทันกับความต้องการในการขนส่งสินค้า หรือใช้งาน ส่วนตัวผมมองว่ายังไม่พร้อม เพราะยังมีข้อจำกัดอีกหลายเรื่อง

 

ลองย้อนกลับไปดูว่า ในแต่ละปีทั่วโลกผลิตรถยนต์รวมกันกว่า 90 ล้านคัน เท่าที่รู้มีประมาณ 2,000,000 คัน ที่เป็นรถ PHEV และ EV เท่านั้น และไทยยังติด 1 ใน 10 ของประเทศที่มีกำลังการผลิตรถสูงสุดในโลก และเราเป็น 1 ใน 4 ของประเทศที่มียอดการผลิตรถเพื่อส่งออกมากกว่าผลิตรถเพื่อจำหน่ายในประเทศ

 

ภาพดีๆ แบบนี้ ต้องอาศัยเวลานานมาก กว่าที่อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยจะแข็งแกร่งขนาดนี้ วอนภาครัฐอย่าเพิ่งรีบร้อน เราต้องรอจังหวะ รอเวลาในการเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยี ถ้ามีเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย ในราคาที่สมเหตุผล และมีดีมานด์ เชื่อเถอะว่าค่ายรถเขาพร้อมที่จะผลิต และผู้บริโภคพร้อมที่จะซื้อ สิ่งที่ภาครัฐควรทำ คือ ไม่ต้องไปเร่ง รอแค่สนับสนุนเท่านั้นพอครับ



------------------------------
เรื่องโดย : ลิขิต น้าประเสริฐ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2564
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/H6w4U

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน