วิถีตลาดรถยนต์

สรุปว่าติดลบไป 21.4 %


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์สะสม มกราคม-ธันวาคม 2020/2019

ตลาดโดยรวม -21.4 %
รถยนต์นั่ง -31.0 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) -2.2 %
กระบะ 1 ตัน  -19.5 %
รถเพื่อการพาณิชย์ และรถประเภทอื่นๆ +12.3 %

 

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ เดือนธันวาคม 2020/2019

TOTAL VEHICLE/ตลาดโดยรวม +16.6%
SUV/รถกิจกรรมกลางแจ้ง +37.7%
กระบะ 1 ตัน +14.4%
รถเพื่อการพาณิชย์ และรถประเภทอื่นๆ +5.4%

 

รูดม่านปิดฉากการซื้อการขายรถยนต์ใหม่ป้ายแดงประจำปี 2563 แต่เจ้าไวรัสร้ายก็กลับมาแผลงฤทธิ์สร้างความหวั่นไหวให้แก่การใช้ชีวิต หวังว่าสุดท้ายแล้วเราจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีโดยมีการสูญเสียน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

เดือนธันวาคม 2563 เป็นเดือนหนึ่งที่ตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ทะลุผ่านหลักแสนคัน โดยมีตัวเลขยอดจำหน่ายรวมกันทั้งสิ้น 104,089 คันเทียบกับเดือนธันวาคมปี 2562 แล้วมีการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นถึง 16.6 % มี TOYOTA เป็นผู้นำตลาดจำหน่ายได้ 33,119 คัน เพิ่มขึ้น 12.5 % คิดเป็นเปอร์เซนต์ส่วนแบ่งการตลาดเท่ากับ 31.8 % ตามด้วย ISUZU จำหน่ายได้รวม 22,917 คัน เพิ่มขึ้นถึง 45.3 % ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 22.0 % ต่อด้วย HONDA จำหน่ายได้ 10,075 คัน เพิ่มขึ้น 5.6 % ส่วนแบ่งการตลาดที่ 9.7 % รถยนต์ MITSUBISHI จำหน่ายได้ 6,023 คัน ลดลง 18.1 % ส่วนแบ่งการตลาด 5.8 % และรถยนต์ MAZDA จำหน่ายได้ 5,253 คัน เพิ่มขึ้น 13.5 % ส่วนแบ่งการตลาด 5.0 %

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อนำตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ใน 11 เดือนที่ผ่านมา บวกรวมกับยอดจำหน่ายของเดือนธันวาคม ปรากฏว่าตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่รวมทั้งปีของปี 2563 มีการปรับตัวลดลงกว่าตัวเลขยอดจำหน่ายของปี 2562 โดยปรับตัวลดลง 21.4 % จำหน่ายได้รวมกันทั้งสิ้น 792,146 คัน แชมพ์ยอดจำหน่ายรถยนต์รวมสูงสุดเป็นของ TOYOTA เหมือนเช่นทุกปี ในปี 2563 รถยนต์ TOYOTA ทุกโมเดลรุ่นจำหน่ายรวมกันได้ 243,673 คัน ลดลง 26.6 % เมื่อเทียบกับตัวเลขยอดจำหน่ายของปี 2562 มีส่วนแบ่งการตลาดที่ 30.8 % รองลงมาเป็น ISUZU จำหน่ายได้รวมทั้งสิ้น 181,194 คัน เพิ่มขึ้น 7.7 % ส่วนแบ่งการตลาด 22.9 % อันดับ 3 H0NDA จำหน่ายได้รวม 93,041 คัน ลดลง 26.1 % ส่วนแบ่งการตลาด 11.7 % อันดับ 4 MITSUBISHI จำหน่ายได้รวม 57,409 คัน ลดลง 34.9 % ส่วนแบ่งการตลาด 7.2 % และอันดับ 5 NISSAN จำหน่ายได้รวม 44,558 คัน ลดลง 30.8 % ส่วนแบ่งการตลาด 5.6 %

mart4wh202104

ในประเภทรถพิคอัพ 1 ตัน เดือนธันวาคมมียอดจำหน่ายรวมกันทั้งสิ้น 51,516 คัน เพิ่มขึ้น 14.4 % เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคมปี 2562 โดยที่ ISUZU ทิ้งท้ายด้วยการคว้าแชมพ์ยอดจำหน่ายรายเดือนสูงสุดไปได้อีก 1 เดือน จำหน่ายไปได้ทั้งสิ้น 21,566 คัน เพิ่มขึ้น 46.9 % เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2562 ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 41.9 % ตามด้วย TOYOTA จำหน่ายได้รวม 20,123 คัน เพิ่มขึ้น 17.5 % ส่วนแบ่งการตลาด 39.1 % พิคอัพของ FORD (ฟอร์ด) จำหน่ายได้ 4,595 คัน ไม่เพิ่มไม่ลดเมื่อเทียบกับเดือนธันวาคมปี 2562 ส่วนแบ่งการตลาด 8.9 % ต่อด้วยพิคอัพ MITSUBISHI จำหน่ายได้ 3,505 คัน ลดลง 24.2 % ส่วนแบ่งการตลาด 6.8 % ปิดท้ายด้วย NISSAN จำหน่ายได้ 982 คัน ลดลง 53.7 % ส่วนแบ่งการตลาด 1.9 %

 

สรุปปี 2563 รถยนต์เพื่อการใช้งานประเภทรถพิคอัพ 1 ตัน จำหน่ายได้รวมกันทั้งสิ้น 396,115 คัน ลดลง 19.5 % เมื่อเทียบกับยอดจำหน่ายของปี 2562 แชมพ์ยอดจำหน่ายสูงสุดเป็นของ ISUZU ต่อเนื่องอีก 1 ปี จากยอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 167,021 คัน เป็นยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 9.0 % เมื่อเทียบกับปี 2562 ได้ส่วนแบ่งการตลาดไป 42.2 % รองแชมพ์อันดับ 1 TOYOTA จำหน่ายได้รวมทั้งสิ้น 141,939 คัน ลดลง 25.9 % เมื่อเทียบกับปี 2562 ส่วนแบ่งการตลาดปี 2563 อยู่ที่ 35.8 % รองแชมพ์อันดับ 2 MITSUBISHI จำหน่ายได้รวม 32,433 คัน ลดลง 34.3 % ถือครองส่วนแบ่งการตลาด 8.2 % รองแชมพ์อันดับ 3 FORD จำหน่ายได้รวม 28,420 คัน ลดลง 43.0 % ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 7.2 % และรองแชมพ์อันดับ 4 NISSAN จำหน่ายได้รวม 14,719 คัน ลดลง 45.1 % ส่วนแบ่งการตลาดได้ไป 3.7 %

 

สำหรับรถเอสยูวี หรือรถยนต์กิจกรรมกลางแจ้ง ที่แทบจะกลายเป็นรถยนต์คันที่ 2 ในบ้านของผู้มีอันจะกิน หรือรถยนต์คันแรกสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์เพื่อใช้งานในชีวิตประจำวัน และเพิ่มเติมอรรถรสในการใช้ชีวิตกับรูปแบบการเดินทางที่แตกต่างไปจากเส้นทางปกติ เดือนธันวาคมตลาดนี้มียอดจำหน่ายรวมกันทั้งสิ้น 9,915 คัน เพิ่มขึ้นถึง 37.7 % เมื่อเทียบกับยอดจำหน่ายของเดือนธันวาคม 2562 TOYOTA ยึดหัวแถวอีก 1 เดือน ด้วยยอดจำหน่าย 3,188 คัน เพิ่มขึ้นถึง 288.8 % เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2562 คว้าส่วนแบ่งการตลาดไป 32.2 % ตามด้วยรถเอสยูวีของ MG จำหน่ายไป 2,519 คัน เพิ่มขึ้น 15.8 % ส่วนแบ่งการตลาดได้ไป 25.4 % ต่อด้วย MAZDA จำหน่ายได้ 1,777 คัน เพิ่มขึ้น 97.7 % ส่วนแบ่งการตลาด 17.9 % เอสยูวีของ HONDA อยู่ในอันดับ 4 จำหน่ายได้ 1,697 คัน ลดลง 37.0 % ส่วนแบ่งการตลาดที่ 17.1 % และอันดับ 5 SUBARU (ซูบารุ) จำหน่ายได้ 457 คัน เพิ่มขึ้น 45.5 % ส่วนแบ่งการตลาด 4.6 %

 

สรุปรถเอสยูวี ปี 2563 มียอดจำหน่ายรวมกันทั้งสิ้น 68,705 คัน ลดลง 2.2 % เมื่อเทียบกับตัวเลขยอดจำหน่ายปี 2562 แชมพ์ยอดจำหน่ายสูงสุดของกลุ่มรถยนต์ประเภทนี้เป็นของค่าย MG ปี 2563 จำหน่ายได้รวมทั้งสิ้น 17,819 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 คิดเป็นเปอร์เซนต์เท่ากับ 3.7 % ได้ส่วนแบ่งการตลาดไป 25.9 % รองแชมพ์อันดับ 1 เอสยูวีของ TOYOTA จำหน่ายได้รวม 16,395 คัน เพิ่มขึ้น 39.1 % ส่วนแบ่งการตลาด 23.9 % รองอันดับ 2 HONDA จำหน่ายได้ 15,622 คัน ลดลง 47.4 % ส่วนแบ่งการตลาด 22.7 % รองอันดับ 3 MAZDA จำหน่ายได้รวม 11,716 คัน เพิ่มขึ้นถึง 104.3 % ส่วนแบ่งการตลาด 17.1 % และรองอันดับ 4 CHEVROLET (เชฟโรเลต์) จำหน่ายได้ 2,588 คัน เพิ่มขึ้น 388.3 % ส่วนแบ่งการตลาด 3.8 %

 

ทั้งนี้ในเดือนธันวาคม 2563 มีผู้นำรถยนต์ทั้งประเภทพิคอัพ 1 ตัน และเอสยูวี ไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกรวมทั้งสิ้น 31,174 คัน เพิ่มขึ้น 27.3 % จากเดือนธันวาคม 2562

 

สำหรับรถยนต์ประเภทอื่นๆ ยกเว้นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล เดือนธันวาคม 2563 มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 4,528 คัน เพิ่มขึ้น 5.4 % รวมทั้งปี 2563 จำหน่ายรวมทั้งสิ้น 52,537 คัน เพิ่มขึ้น 12.3 %



------------------------------
เรื่องโดย : ขุนสัญจร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน เมษายน ปี 2564
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/FbirG
เพิ่มเพื่อน