สัมภาษณ์พิเศษ

ฉัตรชัย แก้วผ่องศรี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เกย์ดอน มอเตอร์ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด


“ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์พิเศษ ฉัตรชัย แก้วผ่องศรี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เกย์ดอน มอเตอร์ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ในเครือมาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด หรือ เอมจีซี-เอเชีย ผู้นำเข้า และจำหน่าย ASTON MARTIN รถหรูสัญชาติอังกฤษ

ฟอร์มูลา : ประวัติที่ผ่านมาของคุณ ?

 

ฉัตรชัย : ผมทำงานอยู่ในแวดวงยานยนต์มาเป็นเวลานาน เข้าร่วมงานกับ เอมจีซี-เอเชีย เมื่อปี 2015 ได้ดูแลบแรนด์ MINI (มีนี) และ BMW (บีเอมดับเบิลยู) ปัจจุบันได้รับโอกาสให้ดูแล ASTON MARTIN (แอสตัน มาร์ทิน)

 

ผมรู้สึกภูมิใจที่บริษัทฯ ไว้วางใจให้มาดูแล ASTON MARTIN รถสปอร์ทหรูที่ได้รับความนิยมทั่วโลก และถือเป็นความท้าทาย ที่จะได้พิสูจน์ตัวเองในอีกบทบาทหนึ่ง

 

ฟอร์มูลา : คุณวางทิศทาง และนโยบายการตลาดของ ASTON MARTIN ในประเทศไทย ไว้อย่างไร ?

 

ฉัตรชัย : ASTON MARTIN เป็นบแรนด์ที่มีประวัติยาวนาน มีเอกลักษณ์ และชื่อเสียงที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก รวมถึงมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทย และภูมิภาคนี้ ที่สำคัญ คือ ASTON MARTIN จะเป็นบแรนด์ที่เข้ามาเสริมทัพตระกูลรถหรู พร้อมเติมเต็มธุรกิจของ เอมจีซี-เอเชีย ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยหลังจากที่ เอมจีซี-เอเชีย ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายรถยนต์ ASTON MARTIN ปี 2556 ได้วางแผนการรุกตลาดมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการพัฒนาพนักงาน เพิ่มเติมความรู้ ทักษะ การบริหารจัดการ การดูแลลูกค้า นำเสนอสิ่งที่เป็น ASTON MARTIN ให้ลูกค้าได้สัมผัสในรูปแบบที่หลากหลาย

 

หลังจากนี้ สิ่งที่จะสานต่อ คือ บริการ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ และการดูแลรถมือสองให้ลูกค้าคลายความกังวลเรื่องราคารถมือสอง โดย เอมจีซี-เอเชีย มีธุรกิจรถมือสองรองรับ และสำหรับรถสปอร์ท ซูเพอร์คาร์ที่ เอมจีซี-เอเชีย ได้จัดเตรียมพโรแกรม TIMELESS ซึ่งเป็นแนวทางจากบริษัท แอสตัน มาร์ทิน ลากอนดา จำกัด เพื่อกำหนดมาตรฐานราคารถ ASTON MARTIN ที่ผ่านการครอบครองในประเทศไทย และเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้สนใจ สามารถเข้าถึง ASTON MARTIN ได้ง่ายขึ้น

 

อีกส่วนหนึ่ง คือ การจัดกิจกรรมพิเศษให้แก่ลูกค้า เพื่อสร้างคอมมูนิทีสำหรับลูกค้าให้มีโอกาสรับทราบข่าวสาร และมีพนักงานสามารถตอบคำถามที่ลูกค้าคาดหวังได้ โดยจะจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทั้งปี รวมถึงการเตรียมช่างผู้ชำนาญการที่ผ่านการฝึกอบรมมาจากประเทศอังกฤษดูแลลูกค้าที่นำรถเข้ามาใช้บริการ มีการแชร์ข้อมูล การซ่อมผ่านระบบออนไลน์ และดูแลด้วยเครื่องมือพิเศษจากบริษัทแม่

 

ฟอร์มูลา : คุณมองว่า ปัจจุบัน ASTON MARTIN ประเทศไทย ประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน และจุดใดที่ต้องเร่งปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข ให้ดียิ่งขึ้น ?

 

ฉัตรชัย : ตั้งแต่เริ่มเปิดตัวจนถึงปัจจุบัน ASTON MARTIN ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าในประเทศไทย โดยที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้มีการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ASTON MARTIN DB9 (ดีบี 9), RAPIDE S (ราพีด เอส), VANTAGE (วานเทจ) และ VANQUISH (แวนควิช) ซึ่งนับตั้งแต่ ASTON MARTIN ได้ประกาศฉลองครบรอบ 100 ปี 7 ปี 7 รุ่น โดยเริ่มต้นตั้งแต่ DB11 (ดีบี 11) DBS (ดีบีเอส) DBX (ดีบีเอกซ์) VANQUISH เป็นต้น และต้องติดตามในปีต่อไปว่า จะมีการแนะนำรถรุ่นใดออกสู่ตลาด

 

สำหรับในประเทศไทย ปีที่ผ่านมานับว่าประสบปัญหาอย่างมาก จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ยอดขายทรงตัว และสำหรับปีนี้ก็คาดว่าจะทรงตัวเช่นกัน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าแผนฝึกอบรมพนักงานให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น พร้อมจัดกิจกรรมร่วมกับพาร์ทเนอร์ ในการสร้างประสบการณ์เพิ่มเติมแก่ลูกค้า เพื่อสร้างความสุขให้แก่ลูกค้า ให้มีภาคภูมิใจในบแรนด์

 

ฟอร์มูลา : วางแผนขยายเครือข่ายสร้างความแข็งแกร่งอย่างไร ?

 

ฉัตรชัย : ASTON MARTIN มีโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการแห่งแรกที่ถนนพระราม 3 และเมื่อปี 2563 ได้ลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ปรับโชว์รูมที่สยามพารากอนเป็นบูทิคโชว์รูมใหม่แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ออกแบบภายใต้คอนเซพท์ “BRAVELY SOPHISTICATED” สะท้อนบุคลิกอันปราดเปรียว และสง่างามของ ASTON MARTIN ตกแต่งด้วยวัสดุที่ดูมีมิติ รวมถึงผิวสัมผัส และสีสันหลากหลาย อาทิ พื้น และผนังตู้จัดแสดงเป็นไม้ หรือหินอ่อนที่ตัดด้วยแนวเส้นโลหะ ทำให้ภาพโดยรวมดูอบอุ่นขึ้น และยังมีการนำองค์ประกอบของเส้นเอียงที่สานกัน ซึ่งถูกใช้เพื่อสร้างผิวสัมผัส ผ่านทางแนวเซาะร่องผนัง ที่สอดคล้องกับ SHOPFRONT FACADE และชั้นวางอุปกรณ์ตกแต่ง รวมถึงชุดรับแขก “เลานจ์ซีท” ช่วยเพิ่มความรู้สึกปลอดโปร่ง และร่วมสมัย ผสานบรรยากาศผ่อนคลาย อีกทั้งมีจอ แอลอีดีขนาดใหญ่ และ “ไทม์ไลน์วอลล์” ที่สะท้อนเรื่องราว และประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ได้ชัดเจน ทำให้ลูกค้าสามารถดื่มด่ำกับประสบการณ์ และความงดงามของ ASTON MARTIN ได้นานขึ้น และเป็นเสมือนบ้านหลังที่ 2 ของสมาชิก AMOC (ASTON MARTIN OWNERS CLUB) อีกด้วย

 

ฟอร์มูลา : คุณวางเป้าหมายสำหรับการบริหารจัดการ ASTON MARTIN ไว้อย่างไร ?

 

ฉัตรชัย : ASTON MARTIN เป็นรถในฝันของทุกคน รวมถึงผมด้วย ซึ่งการได้รับโอกาสครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ท้าทายอย่างมาก โดยการบริหารจัดการบแรนด์นี้ ผมตั้งใจที่จะทำให้บแรนด์เติบโต พร้อมกับถ่ายทอดประสบการณ์ที่ดีแก่พนักงาน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ให้แก่ลูกค้ามีความประทับใจ และเข้าถึง ASTON MARTIN นอกจากนี้ จะร่วมงานกับพาร์ทเนอร์เพื่อเติมไลฟ์สไตล์ของลูกค้าให้ได้มากยิ่งขึ้น พร้อมนำเสนอเทคโนโลยี รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดเมืองไทย อีกทั้งวางแผนดูแลการเติมเต็มรถมือสอง เพื่อผลักดันยอดขายให้เติบโตยิ่งขึ้น

 

ASTON MARTIN เป็นรถที่มีดีไซจ์น โดยเลือกใช้วัสดุที่ดีเยี่ยม เน้นความประณีต ประกอบกับการใช้เทคโนโลยีอันล้ำสมัย การออกแบบเป็นอมตะ สวยงาม น่าสะสม เป็นที่รู้จักในฐานะรถยนต์ของ เจมส์ บอนด์ นอกจากนี้ การพัฒนาในด้านต่างๆ ทำให้ ASTON MARTIN เป็นรถยนต์ที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน แต่มีเพอร์ฟอร์มานศ์ เทียบเท่ารถสปอร์ท เรียกพลังแรงม้าได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนรถ

 

กลยุทธ์หลักที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ ASTON MARTIN บริษัทฯ จะเน้นการจัดกิจกรรมสร้างเสริมประสบการณ์ที่เหนือชั้นของรถยนต์ ASTON MARTIN ผ่านการรับรู้ในด้านต่างๆ ให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด เพราะปัจจุบัน พฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปมาก อายุเฉลี่ย 30-45 ปี รวมถึงกลุ่มลูกค้าก็มีการขยายไปยังผู้หญิง ซึ่งเรามีรุ่น DBS ที่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : จินดา ลัยนันท์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2564
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/IMq3s
เพิ่มเพื่อน