ระเบียงรถใหม่

SUBARU BRZ ผลงานจากความร่วมมือของยักษ์เล็กกับยักษ์ใหญ่


ต้องรอกันนานหน่อยกว่าจะได้พบเรื่องราวของค่าย “ดาวลูกไก่” ใน “ระเบียงรถใหม่” รถที่เลือกมาในเดือนนี้ คือ SUBARU BRZ (ซูบารุ บีอาร์เซด) เป็นรถรุ่นใหม่ เพิ่งเปิดตัวแบบ WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” ที่รัฐแคลิฟอร์เนียในสหรัฐอเมริกา เมื่อวันพุธที่ 18 พฤศจิกายน 2020 แต่ต้องรอกันนานหน่อย คือ จนถึงฤดูใบไม้ร่วงของปี 2021 นั่นแหละ จึงจะเริ่มการจำหน่ายในเมืองมะกัน ในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2022

 

SUBARU BRZ

 

บริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นซึ่งเพิ่งเปลี่ยนชื่อจาก FUJI HEAVY INDUSTRIES LIMITED (ฟูจิ เฮฟวี อินดัสตรีส์ ลิมิเทด) เป็น SUBARU CORPORATION (ซูบารุ คอร์พอเรชัน) เมื่อปี 2017 เริ่มนำรถสปอร์ทคูเปขนาดเล็กกว่าเล็กกะทัดรัดติดป้ายชื่อ SUBARU BRZ ออกสู่โชว์รูมในเมืองปลาดิบเมื่อเดือนมีนาคม 2012 และให้อรรถาธิบายว่า B มาจาก BOXER ENGINE (บอกเซอร์ เอน-จิน) ซึ่งหมายความว่าเป็นรถติดตั้งเครื่องยนต์สูบนอนยัน ที่นิยมเรียกกันว่า “เครื่องยนต์บอกเซอร์” หรือ “เครื่องยนต์นักมวย” R มาจาก REAR-WHEEL DRIVE (เรียร์-วีล ดไรฟ) เพราะเป็นรถขับล้อหลัง ส่วน Z มาจาก ZENITH (เซนิธ) ซึ่งหมายถึงความสุดยอด

 

รถที่กล่าวข้างต้นเป็นผลงานจากความร่วมมือกับยักษ์ใหญ่ TOYOTA MOTOR CORPORATION (โตโยตา มอเตอร์ คอร์พอเรชัน) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นบางส่วน และเป็นคู่ฝาคู่แฝดกับรถที่ผลิตจากโรงงานเดียวกันมีรูปทรงเหมือนกันหน้าตาคล้ายกัน แต่ติดป้ายชื่อ TOYOTA 86 หรือ TOYOTA GT 86 เป็นรถ 2 ประตูคูเป 2+2 ที่นั่ง ซึ่งมีตัวถังยาว 4.240 ม. กว้าง 1.775 ม. สูง 1.300 ม. และมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.29 เป็นรถขับเคลื่อนล้อหลังด้วยพลังของเครื่องยนต์เบนซิน DOHC 4 สูบนอนยัน 1,998 ซีซี 147 กิโล-วัตต์/200 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ รถรุ่นนี้อยู่ในสายการผลิตของโรงงานซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัด GUNMA (กุนมะ) ในญี่ปุ่นจนปลายปี 2016 แล้วก็ได้รับการปรับปรุงแบบ FACELIFT หรือ “ยกหน้า” มีจุดเปลี่ยนสำคัญ คือ กำลังสูงสุดของเครื่องยนต์เพิ่มขึ้น 5 กิโลวัตต์/7 แรงม้า เมื่อทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา

 

SUBARU BRZ

 

รถรุ่นใหม่ซึ่งเป็นรุ่นที่ 2 นี้ ก็เป็นผลงานจากความร่วมมือกับยักษ์ใหญ่ TOYOTA เช่นกัน ที่เปลี่ยนไป คือ รถที่จะออกจำหน่ายโดยติดโลโก “ดาวลูกไก่” ยังใช้ชื่อเดิม คือ SUBARU BRZ แต่ผลงานของยักษ์ใหญ่ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้เปิดตัวจะเปลี่ยนชื่อเป็น TOYOTA GR 86 ส่วนโครงสร้างของรถทั้ง 2 ชื่อนี้แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยจากรถรุ่นเดิม (ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นรถที่ศูนย์กลางความถ่วงอยู่ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้) คือ เป็นรถ 2 ประตูคูเป 2+2 ที่นั่ง วางเครื่องหน้าและขับเคลื่อนล้อหลัง เฉพาะ SUBARU BRZ ที่เปิดเผยรายละเอียดแล้ว มีขนาดตัวถัง ยาว 4.265 ม. กว้าง 1.775 ม. และสูง 1.310 ม. คือ ยาวกว่ารถรุ่นเดิมเพียง 2.5 ซม. เตี้ยกว่ารถรุ่นเดิมเพียง 0.5 ซม. และกว้างเท่าเดิม

 

SUBARU BRZ

 

ที่ได้รับการปรับปรุงเป็นอย่างมากแต่เห็นไม่ได้ด้วยตา คือ FRONT LATERAL BENDING RIGIDITY หรือความแข็งเกร็งต่อแรงดัดด้านข้างของตัวถังส่วนหน้าที่เพิ่มค่าขึ้นถึงร้อยละ 60 กับ TORSIONAL STIFFNESS หรือความทนทานต่อแรงบิดของตัวถังที่เพิ่มค่าขึ้นร้อยละ 50 คุณสมบัติสำคัญ 2 ประการนี้ ส่งผลเป็นอย่างมากต่อการตอบสนองการทำงานของระบบบังคับเลี้ยว และแรงส่งเมื่อวิ่งในโค้ง นอกจากนั้นการทำชิ้นส่วนหลายชิ้น คือ หลังคา ปีกหน้า และฝา กระโปรงด้วยอลูมิเนียม ก็ส่งผลให้น้ำหนักตัวของรถไม่เพิ่มขึ้นเลย แม้ว่าติดตั้งเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ขึ้น และมีการเพิ่มเติมโครงสร้างตัวถังบางชิ้นเพื่อผลด้านความปลอดภัยกรณีเกิดการชน

 

SUBARU BRZ

 

เครื่องยนต์ที่ใช้ยังคงเป็นเครื่องเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC 4 สูบนอนยัน เหมือนเดิม แต่ขยายขนาดความจุเป็น 2.4 ลิตร ซึ่งผลลัพธ์ คือ ค่ากำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 168 กิโลวัตต์/228 แรงม้า และค่าแรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 15 ส่วนระบบเกียร์เพื่อส่งกำลังเครื่องยนต์สู่ล้อคู่หลังเลือกได้ระหว่างเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ เหมือนเดิม เฉพาะรถที่ติดตั้งระบบเกียร์แบบหลัง มีโหมดการทำงาน SPORT ซึ่งเมื่อรถจับสัญญาณจากผู้ขับได้ว่าต้องการการขับแบบสปอร์ท ก็จะเลือก และรักษาจังหวะเกียร์ให้เหมาะสมได้เองโดยอัตโนมัติ

 

เนื่องจากตลาดเป้าหมายของรถอนุกรมนี้ คือ สหรัฐอเมริกา จึงมีการประกาศไว้ก่อนล่วงหน้าตั้งแต่วันเปิดตัวว่า เฉพาะในเมืองมะกันเมื่อเข้าฤดูใบไม้ร่วงของปี 2021 รถรุ่นใหม่นี้จะเริ่มออกโชว์ในฐานะรถรุ่นปี 2022 ส่วนในเมืองแม่ และเป็นสถานที่ผลิต ไม่มีการยืนยันว่าต้องรอนานแค่ไหน ?

 

SUBARU BRZ

  • รุ่นที่ 2 ของรถสปอร์ทคูเปยอดดัง ผลงานความร่วมมือของ SUBARU และ TOYOTA
  • มิติตัวถัง 4.265×1.775×1.310 ม. น้ำหนักรถพร้อมขับ 1,277-1,307 กก.
  • เครื่องยนต์เบนซินฉีดตรง DOHC 4 สูบนอนยัน 2.4 ลิตร 168 กิโลวัตต์/228 แรงม้า
  • ระบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ-ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ
  • วางเครื่องหน้า/ขับเคลื่อนล้อหลัง


------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2564
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/M9xZt

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน