ข่าวรอบโลก

NISSAN NOTE E-POWER รุ่นล่าสุดของรถไฟฟ้าสไตล์ยักษ์รองเมืองปลาดิบ


ญี่ปุ่น-เปิดตัวแล้วเมื่อวันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2020 และมีกำหนดเริ่มจำหน่ายในวันพุธที่ 23 ธันวาคม ปีเดียวกัน คือ รถเก๋งแฮทช์แบคขนาดเล็กกว่าเล็กกะทัดรัด ติดป้ายชื่อ NISSAN NOTE (นิสสัน โนท) รุ่นใหม่ ทายาทสายตรงของรถยอดนิยมที่ขายไปแล้วมากกว่า 1.46 ล้านคัน ในช่วงเวลา 15 ปี หรือเฉลี่ยปีละเกือบ 100,000 คัน

34.3

 

นับเป็นรถรุ่นที่ 3 ถัดจากรถ NISSAN NOTE รุ่นแรกซึ่งเริ่มจำหน่ายในเมืองซากุระเมื่อเดือนมกราคม 2005 NISSAN NOTE รุ่นที่ 2 ซึ่งเริ่มจำหน่ายเมื่อเดือนกันยายน 2012 และตามมาด้วยรถ NISSAN NOTE E-POWER ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรถรุ่นที่ 2 ในเดือนพฤศจิกายน 2016 เป็นรถรุ่นใหม่ที่ออกแบบ และพัฒนาตามแนวความคิด “รถเก๋งขนาดกะทัดรัดที่บรรจุไว้ซึ่งความสะดวกสบาย และความสนุกสนานของการขับขี่ เหนือกว่าที่พึงพบได้ในรถขนาดกะทัดรัดทั่วๆ ไป” ตัวถังซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกันมากกับรถรุ่นเดิม คือ ยาว 4.045 ม. กว้าง 1.695 ม. และสูง 1.505-1.520 ม. (รุ่นเดิม ยาว 4.100-4.140 ม. กว้าง 1.695 ม. สูง 1.525-1.540 ม.) มีรูปทรงองค์เอวที่ก็ดูคล้ายคลึงกันมากกับรถรุ่นเดิม จุดที่เปลี่ยนไปมาก และเห็นได้ชัด คือ แผงกระจังหน้า และดวงโคมไฟหน้าที่ดูโดดเด่นสะดุดตากว่ารุ่นเดิม

 

มีรถให้เลือก 3 โมเดล คือ NISSAN NOTE F ซึ่งค่าตัวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 10 เริ่มต้นที่ 2.055 ล้านเยน หรือประมาณ 0.616 ล้านบาทไทย NISSAN NOTE S (2.030 ล้านเยน หรือประมาณ 0.609 ล้านบาทไทย) และ NISSAN NOTE X (2.187 ล้านเยน หรือประมาณ 0.656 ล้านบาทไทย) ทุกโมเดลติดตั้งระบบขับด้วยพลังไฟฟ้า E-POWER (อี-เพาเวอร์) ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 85 กิโล-วัตต์/116 แรงม้า (รหัส EM47) ทำงานร่วมกันกับเครื่องยนต์เบนซิน DOHC 4 สูบเรียง 1,198 ซีซี 60 กิโลวัตต์/82 แรงม้า (รหัส HR12DE) ทุกโมเดลเป็นรถ 5 ที่นั่ง มีน้ำหนักรถเปล่า 1,190-1,220 กก. และมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 28.4-29.5 กม./ลิตร เมื่อวัดตามมาตรฐาน WLTC (WORLDWIDE HARMONISED LIGHT VEHICLES TEST PROCEDURE)



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2564
คอลัมน์ : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/KAdCn

Follow autoinfo.co.th