วิถีตลาดรถยนต์

ลางดีมีมาให้เห็นบ้างแล้ว


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์สะสม มกราคม-กันยายน 2020/2019

ตลาดโดยรวม -29.8 %
รถยนต์นั่ง -38.3 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) -15.9 %
กระบะ 1 ตัน -26.8 %
รถเพื่อการพาณิชย์ และรถประเภทอื่นๆ -7.7 %

 

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ เดือนกันยายน 2020/2019

TOTAL VEHICLE/ตลาดโดยรวม +2.2 %
SUV/รถกิจกรรมกลางแจ้ง +43.1 %
กระบะ 1 ตัน +0.2 %
รถเพื่อการพาณิชย์ และรถประเภทอื่นๆ +94.9 %

 

ยอดจำหน่ายรถยนต์ของเดือนกันยายน 2563 อยู่ที่ 77,907 คัน เพิ่มขึ้น 2.2 % เมื่อเทียบกับเดือนกันยายนปี 2562 ยอดจำหน่ายสูงสุดมี BMW (บีเอมดับเบิลยู) เข้ามาติด TOP 5 เป็นครั้งแรก เบียด NISSAN (นิสสัน) หลุดออกไป โดยยอดจำหน่ายมากสุดอันดับ 1 ยังเป็น TOYOTA (โตโยตา) ที่จำหน่ายได้ 23,709 คัน ลดลง 3.6 % เมื่อเทียบกับเดือนกันยายนปีก่อน ส่วนแบ่งการตลาด 30.4 % อันดับ 2 ISUZU (อีซูซุ) จำหน่ายได้ 15,438 คัน เพิ่มขึ้น 44.8 % ส่วนแบ่งการตลาด 19.8 % อันดับ 3 HONDA (ฮอนดา) จำหน่ายได้ 9,077 คัน ลดลง 12.4 % ส่วนแบ่งการตลาด 11.7 % อันดับ 4 MITSUBISHI (มิตซูบิชิ) จำหน่ายได้ 4,861 คัน ลดลง 35.9 % ส่วนแบ่งการตลาด 6.2 % และอันดับที่ 5 ของ BMW จากยอดจำหน่าย 4,026 คัน ซึ่งเมื่อเทียบกับตัวเลขยอดจำหน่ายของเดือนกันยายนปีก่อน เพิ่มมากขึ้นถึง 205.7 % ส่วนแบ่งการตลาด 5.2 %

 

เมื่อรวมตัวเลขยอดจำหน่ายสะสม 9 เดือนตัวเลขยอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 534,729 คัน เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2562 เป็นตัวเลขยอดจำหน่ายที่ปรับตัวลดลง 29.8 % และในบรรดารถยนต์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุด 5 อันดับแรก ซึ่งก็ไม่แตกต่างไปจากทุกปีที่ผ่านมา ยังไม่มีรถยนต์ยี่ห้อใดมีตัวเลขยอดจำหน่ายที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่าที่เคยทำได้ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน ค่ายที่จำหน่ายได้มากสุดยังเป็น TOYOTA รวม 156,807 คัน ลดลง 36.9 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 29.3 % ตามด้วย ISUZU จำหน่ายไปแล้วรวม 123,526 คัน ลดลง 1.9 % อันดับ 3 HONDA จำหน่ายแล้วรวม 65,047 คัน ลดลง 33.4 % ส่วนแบ่งการตลาด 12.2 % อันดับ 4 MITSUBISHI จำหน่ายแล้วรวม 40,522 คัน ลดลง 39.9 % ส่วนแบ่งการตลาด 7.6 % และอันดับ 5 NISSAN จำหน่ายแล้วรวม 33,047 คัน ลดลง 33.5 % ส่วนแบ่งการตลาด 6.2 %

 

เมื่อแตกย่อยออกมาเป็นแต่ละตลาด (ยกเว้นรถยนต์นั่ง) ในประเภทของรถพิคอัพ 1 ตัน เดือนกันยายนนี้ตัวเลขยอดจำหน่ายรวมของทั้งตลาดดีดตัวขึ้นไปอยู่ในแดนสีน้ำเงิน หรือมียอดจำหน่ายเป็นบวก เมื่อเทียบกับตัวเลขยอดจำหน่ายของเดือนกันยายนปีที่ผ่านมาได้เป็นครั้งแรก โดยจำหน่ายได้รวมกันทั้งสิ้น 34,293 คัน ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น 0.2 % โดยพิคอัพที่มียอดจำหน่ายสูงสุดประจำเดือน ยังคงเป็น D-MAX (ดี-แมกซ์) ของ ISUZU ยอดจำหน่ายอยู่ที่ 13,875 คัน เพิ่มขึ้น 48.5 % คว้าส่วนแบ่งการตลาดไป 40.5 % ตามด้วยพิคอัพตระกูล HILUX VIGO (ไฮลักซ์ วีโก) ของ TOYOTA จำหน่ายได้รวม 13,185 คัน ลดลง 2.0 % ส่วนแบ่งการตลาด 38.4 % ต่อด้วยพิคอัพตระกูลแกร่งของ FORD (ฟอร์ด) จำหน่ายได้ 2,331 คัน ลดลง 32.7 % ส่วนแบ่งการตลาด 6.8 % พิคอัพสายพันธุ์ TRITON (ทไรทัน) ของ MITSUBISHI จำหน่ายได้ในอันดับ 4 ด้วยยอด 2,165 คัน ลดลง 46.3 % ส่วนแบ่งการตลาด 6.3 % และอันดับที่ 5 เป็นตระกูล NAVARA (นาวารา) ของ NISSAN 874 คัน ลดลง 62.7 % ส่วนแบ่งการตลาด 2.5 %

mart4wh202101

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ตัวเลขยอดจำหน่ายของเดือนกันยายนจะเติบโตขึ้นแต่เมื่อนำตัวเลขยอดจำหน่ายไตรมาสที่ 1, 2 และ 3 มารวมกัน ตลาดรถพิคอัพก็ยังคงปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับ 3 ไตรมาสของปี 2562 โดย 3 ไตรมาสของปี 2563 มีตัวเลขยอดจำหน่ายรถพิคอัพรวมกัน 270,444 คัน ลดลง 26.8 % บิกไฟว์ของตลาดนี้มีผลประกอบการเมื่อผ่านไตรมาสที่ 3 ดังนี้ อันดับ 1 ISUZU 114,045 คัน ลดลง 0.4 % ส่วนแบ่งการตลาด 42.2 % อันดับ 2 TOYOTA 93,438 คัน ลดลง 34.8 % ส่วนแบ่งการตลาด 34.5 % อันดับ 3 MITSUBISHI 23,870 คัน ลดลง 36.0 % ส่วนแบ่งการตลาด 8.8 % อันดับ 4 FORD 18,787 คัน ลดลง 50.8 % ส่วนแบ่งการตลาด 6.9 % และอันดับ 5 NISSAN 11,631 คัน ลดลง 42.6 % ส่วนแบ่งการตลาด 4.3 %

 

สำหรับรถเอสยูวี เดือนกันยายนมีตัวเลขยอดจำหน่ายที่ปรับตัวสูงขึ้นเกือบครึ่งเท่าตัว เมื่อเทียบกับเดือนกันยายนปี 2562 โดยมียอดจำหน่ายรวมกันทั้งสิ้น 6,951 คัน ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นถึง 43.1 % โดยยี่ห้อที่มียอดจำหน่ายสูงสุด 5 อันดับแรก มียอดจำหน่ายที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าที่เคยทำไว้ในเดือนกันยายนปีที่ผ่านมาแทบทั้งสิ้น ประกอบด้วย TOYOTA 2,419 คัน เพิ่มขึ้น 233.7 % รับส่วนแบ่งการตลาดไป 34.8 % อันดับ 2 MG (เอมจี) จำหน่ายได้ 1,504 คัน เพิ่มขึ้น 15.1 % ได้ส่วนแบ่งการตลาด 21.6 % อันดับ 3 HONDA จำหน่ายได้ 1,479 คัน ลดลง 28.4 % ส่วนแบ่งการตลาดได้ไป 21.3 % อันดับ 4 MAZDA (มาซดา) จำหน่ายไป 1,082 คัน เพิ่มขึ้นถึง 360.4 % ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 15.6 % และอันดับ 5 NISSAN จำหน่ายได้ 300 คัน เพิ่มขึ้น 334.8 % ส่วนแบ่งการตลาด 4.3 %

 

8 เดือนผ่านไป มกราคมถึงกันยายน 2563 ตัวเลขยอดจำหน่ายรถเอสยูวี มีรวมกันทั้งสิ้น 43,868 คัน ลดลง 15.9 % เมื่อเทียบกับมกราคมถึงกันยายน 2562 ใครจะเข้าวินคว้าแชมพ์ยอดจำหน่ายรถเอสยูวีมากที่สุดของปี 2563 ยังคงต้องลุ้นกันต่อไป ว่าจะเป็น MG หรือ HONDA แต่ถ้านับถึงเดือนกันยายนนี้ อันดับ 1 ของตลาดยังคงเป็น MG จากยอดจำหน่ายรวม 11,502 คัน เป็นยอดจำหน่ายที่ลดลง 1.1 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 ส่วนแบ่งการตลาดเมื่อผ่านไตรมาสที่ 3 อยู่ที่ 26.2 % อันดับ 2 HONDA จำหน่ายไปแล้วรวม 10,615 คัน ลดลง 53.7 % ส่วนแบ่งการตลาด 24.2 % อันดับ 3 TOTOTA จำหน่ายแล้วรวม 8,589 คัน ลดลง 11.6 % ส่วนแบ่งการตลาด 19.6 % อันดับ 4 MAZDA 7,653 คัน เพิ่มขึ้น 96.6 % ส่วนแบ่งการตลาด 17.4 % และอันดับ 5 CHEVROLET (เชฟโรเลต์) 2,588 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 5.9 %

 

เดือนกันยายน 2563 มีการจดทะเบียนใช้งานรถยนต์ประเภทพิคอัพ 1 ตัน และรถเอสยูวีทั้งสิ้น 40,900 คัน ลดลง 11.2 % เมื่อเทียบกับเดือนกันยายน 2562 สำหรับรถยนต์เพื่อการพาณิชย์อื่นๆ เดือนกันยายน 2563 จำหน่ายได้รวม 7,454 คัน เพิ่มขึ้นถึง 94.9 % รวม 8 เดือนจำหน่ายแล้ว 31,692 คัน ลดลง 7.7 %



------------------------------
เรื่องโดย : ขุนสัญจร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มกราคม ปี 2564
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ABtjj

Follow autoinfo.co.th