มาตรวัดตลาดรถ

มาตรฐานใหม่ NEW NORMAL


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์สะสม มกราคม-กันยายน 2020/2019

ตลาดโดยรวม  -29.8 %
รถยนต์นั่ง -38.3 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) -15.9 %
กระบะ 1 ตัน -26.8 %
รถเพื่อการพาณิชย์ และรถประเภทอื่นๆ -7.7 %

 

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ เดือนกันยายน 2020/2019

ตลาดโดยรวม +2.2 %
รถยนต์นั่ง -12.2 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) +43.1 %
กระบะ 1 ตัน +0.2 %
รถเพื่อการพาณิชย์ และรถประเภทอื่นๆ +94.9 %

 

รายงานข่าวจาก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF: INTERNATIONAL MONETARY FUND) คาดการณ์ ณ เดือนมิถุนายน 2020 ว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2020 จะหดตัวมากถึง -4.9 % จากที่ขยายตัว 2.9 % ในปีก่อน สำหรับเศรษฐกิจไทย ในเดือนมิถุนายน 2020 ธนาคารแห่งประเทศไทย คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะหดตัว 8.1 % นับว่ารุนแรงเมื่อเทียบกับวิกฤตต้มยำกุ้ง หรือวิกฤตซับไพรม์ ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวเศรษฐกิจไทยหดตัวถึง 6.9 % และ 2.5 % ตามลำดับ

การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ปั่นป่วนความเป็นอยู่ของผู้คนอย่างสิ้นเชิง โดยที่มาตรการด้านสาธารณสุขโดยเฉพาะการลอคดาวน์ ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน และธุรกิจในวงกว้าง การแพร่กระจาย ของโรคบังคับให้ทุกคนต้องปรับตัว เพื่อหลีกเลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้อื่น คนจำนวนไม่น้อยต้องกักตัวทำงานที่บ้าน บ้างต้องดิ้นรนหาวิธีสร้างรายได้ช่องทางอื่น บางคนต้องเปลี่ยนอาชีพ ต้องประหยัดอดออม และใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น มีมาตรฐานใหม่ในการดำเนินชีวิต เช่น การใส่หน้ากากอนามัย การพกเจลแอลกอฮอลเพื่อทำความสะอาดมือ หลายคนจำเป็นต้องหันมาเรียนรู้ และพึ่งพาช่องทางออนไลน์ในการใช้ชีวิต สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยเกิดมาก่อน

 

เศรษฐกิจมีการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้จะยังต้องรักษาระยะห่างทางสังคม และควบคุมการเดินทางระหว่างประเทศอยู่ ซึ่งภาวะฟื้นฟูนี้จะดำเนินต่อไปจนกระทั่งทั่วโลกสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้โดยเด็ดขาด และประสบความสำเร็จในการคิดค้นและผลิตวัคซีน เมื่อนั้นการดำเนินชีวิตของผู้คนจึงจะกลับมาเป็นปกติ

for112-115.indd

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครสามารถตอบได้อย่างชัดเจนว่าเราจะเข้าสู่ภาวะปกติใหม่เมื่อใด และก่อนหน้านั้นสถานการณ์จะรุนแรงเพียงใด เพราะแม้กระทั่งประเทศที่ดูเหมือนจะควบคุมสถานการณ์การระบาดได้แล้วและเริ่มเปิดให้กิจกรรมต่างๆ กลับมาดำเนินการได้ เช่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ยังพบผู้ติดเชื้อใหม่ได้อีกระลอก ดังนั้น ความเร็วในการเข้าสู่ภาวะ NEW NORMAL จึงขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ 3 ประการ คือ

 

การให้ความร่วมมือของประชาชนในการยับยั้งการระบาดของโรค โดยประเทศหรือเมืองใดมีความสามารถจัดการได้ดี ก็จะสามารถกลับมาประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้เร็ว

 

ความสำเร็จในการผลิตวัคซีนเพื่อป้องกันโรค ซึ่งขึ้นอยู่กับศักยภาพ และความร่วมมือของการวิจัย การทดสอบ และความสามารถในการผลิตวัคซีนในจำนวนที่มากพอสำหรับประชากรโลก

 

การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรนา โดยหากเชื้อโรคกลายพันธุ์ไปมากจนทำให้วัคซีนที่คิดค้นขึ้นมาไม่สามารถป้องกันได้ ก็อาจจะส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดระลอกใหม่ และนานาประเทศจะกลับมาใช้มาตรการห้ามเดินทาง และปิดเมืองอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้วิกฤตยืดเยื้อยาวนาน และรุนแรงขึ้น

 

วิกฤตการระบาดของโรค COVID-19 ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นปรากฏการณ์เดียวที่จะสร้างภาวะปกติใหม่ แต่ได้เข้ามาเป็นตัวเร่งกระแสต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว โดยที่เด่นชัดที่สุด คือ การเร่งให้เกิดการใช้เทคโนโลยีโดยเฉพาะช่องทางออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค และอาหารสำเร็จรูป ชำระเงิน ติดต่อเพื่อนฝูง และเสพสื่อบันเทิง จากเดิมที่เทคโนโลยีหลายอย่างเป็นเพียง “ทางเลือก” สำหรับหลายคน แต่ปัจจุบันได้กลายมาเป็น “ความจำเป็น” ที่ช่วยปลดลอคข้อจำกัดต่างๆ เมื่อคนใช้เทคโนโลยีบ่อยขึ้นจนเกิดความคุ้นเคยก็มักจะเปิดใจยอมรับเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งการใช้เทคโนโลยีนี้สอดคล้องกับหนึ่งใน MEGATRENDS ที่สำคัญ จึงสามารถคาดการณ์ได้ว่ากระแสการใช้เทคโนโลยีนี้จะมีผลต่อเนื่องในระยะยาว และกลายเป็นภาวะปกติใหม่ในที่สุด และจะช่วยลดแรงต้านต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี หรือการออกกฎเกณฑ์ควบคุมเทคโนโลยีในอนาคตอีกด้วย

 

นั่นเป็นสิ่งช่วยให้ผู้คนในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ หันกลับมามองแนวทางการทำงานในลักษณะของ วิถีชีวิตใหม่ หรือ NEW NORMAL เพิ่มขึ้น เราก็ได้แต่หวังว่า ค่ายรถยนต์ต่างๆ จะสามารถนำเอาแนวคิดของการทำงานลักษณะใหม่ๆ เข้ามาใช้ เพื่อปรับปรุงการทำงานให้สามารถเข้ากับการทำงานในรูปแบบใหม่ เพื่อความก้าวหน้าในอนาคต



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2563
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/TZPBb
เพิ่มเพื่อน