สัมภาษณ์พิเศษ

ดร. อดิศักดิ์ แจ้งกมลกุลชัย ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)


“ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์พิเศษ ดร. อดิศักดิ์ แจ้งกมลกุลชัย ผู้บริหารชาวไทยคนแรกที่ได้รับตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับแต่งตั้งตำแหน่งนี้

ฟอร์มูลา : ประวัติการศึกษา และการทำงาน ?

 

ดร. อดิศักดิ์ : จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากภาควิชาเคมีเทคนิค คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทวิศวกรรมศาสตร์ ปริญญาเอก วิศวกรรมเคมี จากมหาวิทยาลัยทัลสา (UNIVERSITY OF TULSA) สหรัฐอเมริกา เริ่มทำงานกับ ESSO (เอสโซ) เมื่อปี 2535 ในตำแหน่งวิศวกรอาวุโส ในโครงการขยายโรงกลั่นน้ำมัน ESSO ศรีราชา จ. ชลบุรี ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ที่สุดของโรงกลั่นในประเทศไทยขณะนั้น จากการที่โรงกลั่น ESSO ได้รับการอนุมัติให้ขยายกำลังการผลิตจาก 63,000 บาร์เรล/วัน เป็น 185,000 บาร์เรล/วัน ซึ่งโครงการขยายนี้เสร็จสมบูรณ์ในปี 2538 และได้มีโอกาสทำงานหลายตำแหน่งและหลายประเทศ จนถึงปัจจุบันได้รับแต่งตั้งเป็น ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ ยังเป็นประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กซอนโมบิล จำกัด และผู้จัดการใหญ่ บริษัทในเครือ EXXONMOBIL (เอกซอนโมบิล) ในประเทศไทยอีกด้วย

 

ฟอร์มูลา : รู้สึกอย่างไรกับการเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับตำแหน่ง ?

 

ดร. อดิศักดิ์ : ผมภูมิใจ และเกิดเป็นความท้าทายใหม่กับการเข้ารับตำแหน่ง เพราะได้พบกับสถานการณ์ท้าทายที่ถาโถมเข้ามา ทั้งเรื่องเศรษฐกิจถดถอย และการแพร่ระบาดของ COVID-19 แต่เราสามารถฝ่าฟันมาได้อย่างปลอดภัย และไม่มีข้อผิดพลาด ด้วยความร่วมมือร่วมใจของพนักงานทุกคน

 

การดำเนินธุรกิจ เราให้ความสำคัญในเรื่องของการทำงานที่มีความคล่องตัวแบบ AGILE และ RESILIENCE ที่สามารถปรับตัวเพื่อพลิกฟื้นสถานการณ์ และดำเนินงานในเชิงรุกมากขึ้น รวมถึงการปรับแผนการผลิตของโรงกลั่นให้ทันเหตุการณ์ การให้บริการรูปแบบใหม่ๆ ในสถานีบริการ ESSO การปรับปรุงการบริการจัดจำหน่ายน้ำมันเครื่อง MOBIL (โมบิล) และนำเทคโนโลยีดิจิทอลมาใช้ในการบริการการขาย รวมถึงการป้องกัน และดูแลพนักงานในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้อย่างปลอดภัยทุกคน การดูแลลูกค้า อีกทั้ง ได้มีส่วนช่วยเหลือสังคมในการป้องกัน และบรรเทาภัย COVID-19 เช่น มอบอุปกรณ์ป้องกันแก่ทีมแพทย์ พยาบาล และถุงยังชีพแก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ

 

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และจุดเด่นต่างๆ นำมาสู่วิสัยทัศน์ เติมเต็มพลังชีวิต ด้วยประสบการณ์พลังงานที่เหนือกว่า เพื่อก้าวต่อไป พร้อมทั้งเสริมความแข็งแกร่งในตลาดด้วยกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสม นำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง และสามารถจัดหาผลิตภัณฑ์มาจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่อง

 

ฟอร์มูลา : ผลิตภัณฑ์ใหม่มีอะไรบ้าง ?

 

ดร. อดิศักดิ์ : เมื่อปีที่แล้ว ESSO ได้เปิดตัว น้ำมัน ESSO SYNERGY (เอสโซ ซีเนอร์จี) ซึ่งเป็นนวัตกรรมล่าสุดที่พัฒนาโดย EXXONMOBIL RESEARCH AND ENGINEERING COMPANY ที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกับรถแข่ง ฟอร์มูลา วัน และขณะนี้ มากกว่าร้อยละ 80 ของเครือข่ายสถานีบริการได้ปรับภาพลักษณ์เป็นรูปแบบ ซีเนอร์จี (SYNERGY) พร้อมนำเสนอสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการด้วย

 

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเพิ่มจำนวนประเภทผลิตภัณฑ์หล่อลื่นคุณภาพสูง เพื่อขยายการตลาดให้ครอบคลุมทั่วถึง เสริมสร้างศักยภาพช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์หล่อลื่น และตอบสนองผู้ที่ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์หล่อลื่นที่มีสมรรถนะดีเยี่ยม โดยได้แนะนำน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ PREMIUM MOBIL 1 (พรีเมียมโมบิล 1), น้ำมันไฮดรอลิค DTE 20 ULTRA (ดีทีอี 20 อุลทรา) ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น MOBIL SUPER MOTO (โมบิล ซูเพอร์ โมโท), น้ำมันหล่อลื่น MOBIL RACING 4 T (โมบิล เรซิง 4 ที) สำหรับผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์

 

พร้อมกันนี้ได้เพิ่มร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ MOBIL กว่า 1,640 แห่ง เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั่วประเทศ ซึ่งการขายผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น MOBIL ในประเทศไทย เป็นธุรกิจที่ทำรายได้ดีที่สุดแห่งหนึ่งของ EXXONMOBIL ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคใต้ด้วย

 

อีกส่วนหนึ่ง คือ การขายผ่านธุรกิจพาณิชยกรรม ซึ่งเป็นช่องทางการขายที่สร้างรายได้ดีเช่นกัน เพราะเป็นการขายให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม การค้าส่ง การเดินเรือ และการบิน รวมถึงการขายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น จีน ลาว เมียนมาร์ และกัมพูชา ด้วยความร่วมมือและการบริหารจัดการอุปสงค์ อุปทาน ระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่ดีภายในบริษัทฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถเพิ่มยอดขายร้อยละ 4 จากกลุ่มลูกค้าที่สำคัญ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม และกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน

 

นอกจากนี้ ยังทำรายได้เป็นอันดับ 1 ของ EXXONMOBIL ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค โดยเน้นผลิตภัณฑ์ HI-GRADE เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ รวมทั้งได้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ น้ำมันเตาสำหรับเรือเดินสมุทร “EMF.5” ที่มีกำมะถันต่ำเพียงร้อยละ 0.50 ซึ่งช่วยในเรื่องสิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐาน INTERNATIONAL MARITIME ORGANIZATION

 

ด้านโรงกลั่นน้ำมัน ESSO ศรีราชา และโรงงานปิโตรเคมี ได้ทำงานร่วมกันเพื่อผลิตน้ำมันสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์เคมีที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทฯ และต้นทุนที่มีศักยภาพในการแข่งขัน พร้อมทั้งมองหาโอกาสอย่างต่อเนื่องในการเพิ่มผลกำไร และลดการใช้ต้นทุนการผลิต ด้วยโครงการพัฒนาการดำเนินงานหลายด้าน เช่น การใช้เครื่องมือและหน่วยผลิตที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด การเลือกใช้น้ำมันดิบ และวัตถุดิบ ตั้งต้นจากแหล่งใหม่ๆ เพื่อลดต้นทุนในการผลิต และโครงการการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในช่วงการแพร่ระบาด COVID-19 โรงกลั่นได้ปรับแผนการกลั่นน้ำมันให้เหมาะสมต่อความต้องการใช้ในช่วงนั้นด้วย

 

ฟอร์มูลา : วางแผนขยายเครือข่ายสถานีบริการไว้อย่างไร ?

 

ดร. อดิศักดิ์ : ปีนี้ บริษัทฯ เตรียมลงทุน 1,200-1,500 ล้านบาท เพื่อขยายสถานีบริการน้ำมันให้ครอบคลุมมากขึ้น จากปัจจุบันมี 676 แห่ง จะเพิ่มถึง 690 แห่งในสิ้นปีนี้ ส่วนปีหน้าคาดว่าจะเพิ่มเป็นมากกว่า 700 แห่ง อีกทั้งยังได้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทอลมาให้บริการแก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น เช่น การจ่ายเงินด้วย QR CODE เพื่อลดการสัมผัส รวมถึงในเรื่องการสะสมแต้ม และการแลกส่วนลดต่างๆ เป็นต้น

 

นอกจากนี้ ยังสร้างรายได้อื่นผ่านพันธมิตรธุรกิจ โดยเพิ่มร้านค้าและบริการในสถานีบริการน้ำมันอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย เบอร์เกอร์คิง, แมคโดนัลด์, เคเอฟซี, เธอะ พิซซา คัมพานี, เทสโก โลตัส เอกซ์เพรสส์, แฟมิลีมาร์ท, มีนีบิกซี, ลอว์สัน 108 ชอพ, สตาร์บัคส์, ร้านกาแฟราบิกา, ร้านคาเฟดิโอโร, ร้านกาแฟคอฟฟีบอย, บีควิค, โบช, วิซาร์ด, เอสซีจี ควิวอช, เบทาโกร, เคอร์รีเอกซ์เพรสส์, ร้านยาง 51 และล่าสุด ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับกลุ่มไมเนอร์ฟูด เปิดร้านกาแฟใหม่ COFFEE JOURNEY ซึ่งเปิดสาขาแรกที่สถานีบริการน้ำมัน ESSO สาขารามอินทรา กม. 6.5 โดย COFFEE JOURNEY จะมีเฉพาะที่สถานีบริการ ESSO เท่านั้น และมีแผนขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง การมีพันธมิตรที่เข้มแข็งเหล่านี้ ช่วยเสริมรายได้ให้กับสถานีบริการน้ำมัน และยังเพิ่มคุณภาพการให้บริการที่ครบวงจรสำหรับลูกค้า

 

การดำเนินงานต่อจากนี้ ยังต้องผลักดันการดำเนินธุรกิจให้เติบโตต่อไปข้างหน้า และตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจให้ทันท่วงที ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าว จะเสริมด้วยภารกิจ 3 ด้าน ประกอบด้วย OUR GROWTH ที่จะพัฒนาศักยภาพของบุคลากรสู่ระดับสากลเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต

 

OUR WIN ต่อยอดความชำนาญเฉพาะด้านที่หลากหลาย เพื่อคิดค้นผลิตภัณฑ์และบริการที่โดดเด่นพร้อมคุณภาพให้แก่ลูกค้า OUR PRIDE คือ สร้างความเข้าใจและความประทับใจในบแรนด์ เพื่อให้อยู่ในใจของทุกคน ซึ่งทั้ง 3 ภารกิจนี้ จะผูกประสานกัน นำสู่วิสัยทัศน์ในการ เติมเต็มพลังชีวิต ด้วยประสบการณ์พลังงานที่เหนือกว่า “POWER LIFE WITH PREMIER ENERGY EXPERIENCE”



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : สายชล อรรถาเวช
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2563
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/xjQzZ
เพิ่มเพื่อน