สัมภาษณ์พิเศษ

โรลันด์ โฟลเกร์ ประธาน บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด


MERCEDES-BENZ (เมร์เซเดส-เบนซ์) รถหรูยอดนิยมที่บริษัทแม่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2541 จนถึงปัจจุบัน ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง “ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์พิเศษ โรลันด์ โฟลเกร์ ประธาน บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

ฟอร์มูลา : คุณมองว่าสถานการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2563 หลังวิกฤต COVID-19 จะเป็นอย่างไร ?

 

โฟลเกร์ : ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป ทุกส่วนได้รับผลกระทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี หรืออุตสาหกรรม สำหรับ MERCEDES-BENZ ได้รับผลกระทบทั่วโลก ประเทศไทย และเวียดนาม อาจได้รับผลกระทบน้อยกว่า เพราะทั้ง 2 ประเทศควบคุมสถานการณ์ได้ดีกว่า แต่สุดท้ายคงต้องรอดูกันไปก่อน เพราะขณะนี้ผู้บริโภคยังมีความลังเลเนื่องจากยังไม่รู้ว่าโรคระบาดจะไปสิ้นสุดตอนไหน

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการแพร่ระบาดของ โรค COVID-19 จะเริ่มคลี่คลายแล้วก็ตาม แต่ MERCEDES-BENZ ก็ยังมุ่งเน้นถึงเรื่องความปลอดภัยแก่ทุกฝ่าย ที่เข้ามาใช้บริการภายในโชว์รูม พร้อมศูนย์บริการที่ได้เตรียมความพร้อมเรื่องการป้องกันในทุกด้าน เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ผู้มาติดต่อกับ MERCEDES-BENZ ที่มีทั้ง ตัวแทนจำหน่าย เจ้าหน้าที่ พนักงานขาย และรวมถึงลูกค้า

 

วิกฤตในครั้งนี้ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ครึ่งปีแรกมีความยากลำบาก ต้องลอคดาวน์ทุกอย่าง ไม่มีการเดินทางระหว่างประเทศ และในประเทศ ถึงแม้ว่าช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มคลี่คลาย และเริ่มปลดลอคบ้าง แต่ยังคงต้องระมัดระวังเพื่อความปลอดภัย เพราะยังไม่มีวัคซีน ทำให้เกิดความเสี่ยงได้ทุกเมื่อ อย่างไรก็ตาม MERCEDES-BENZ ก็ยังคงทำกิจกรรมการตลาด รวมถึงการกระตุ้นตลาดให้เติบโต

 

นอกจากนี้ เรายังเน้นการทำการตลาดร่วมกันกับตัวแทนจำหน่ายในรูปแบบดิจิทอล ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ การจัดทำข้อมูลเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของ MERCEDES-BENZ ได้ง่ายขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครบถ้วน รวมถึงช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เฟศบุค และยูทูบ ที่ให้ข้อมูลลูกค้าได้อย่างครบถ้วน

 

อีกทั้ง MERCEDES-BENZ ยังได้เริ่มช่องทางการจองรถยนต์ออนไลน์ สำหรับการเปิดตัว MERCEDES-BENZ GLB (เมร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลบี) รถ เอสยูวี ขนาด 7 ที่นั่ง ที่ถือว่าประสบความสำเร็จมาก ได้รับเสียงตอบรับทั้งจากตัวแทนจำหน่าย และลูกค้า ที่ถือเป็นการลดขั้นตอนการซื้อขายได้อย่างดี เป็นความสะดวก รวดเร็ว และลูกค้าสามารถเลือกรถตามความต้องการได้ง่าย โดยไม่ต้องเดินทาง ถือว่าการเปิดตัว MERCEDES-BENZ GLB ในรูปแบบดิจิทอล ประสบความสำเร็จอย่างมาก ซึ่งหากมีรถยนต์รุ่นใหม่ที่จะเปิดตัว MERCEDES-BENZ มองว่าหากรุ่นไหนที่มีความเหมาะสมที่จะเปิดจองในรูปแบบออนไลน์ ก็คงจะใช้โมเดลนี้ในการทำตลาด แต่ก็คงจะไม่ทำในรูปแบบออนไลน์กับรถทุกรุ่น โดยปีนี้คาดว่าจะมีรถรุ่นใหม่แนะนำออกสู่ตลาดอีกอย่างแน่นอน

 

ฟอร์มูลา : คุณมองว่าในประเทศไทย รถยนต์ประเภทใดจะได้รับความนิยมมากที่สุด ?

 

โฟลเกร์ : MERCEDES-BENZ อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมากว่า 60 ปี และยังถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากโดยเป็นผู้นำอันดับ 1 ในรถยนต์ระดับพรีเมียมมากกว่า 19 ปี ตลาดมีความเปลี่ยนแปลงมาก แต่เดิมลูกค้าจะให้ความสนใจรถยนต์ที่หรูหรา นั่นคือ MERCEDES-BENZ C-CLASS (เมร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาสส์) และ MERCEDES-BENZ S-CLASS (เมร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสส์) แต่ปัจจุบันหันมาให้ความสนใจรถยนต์ประเภท เอสยูวี มากขึ้น ซึ่ง MERCEDES-BENZ ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ด้วยรถ เอสยูวี แต่ถึงอย่างไร C-CLASS และ S-CLASS ก็ยังเป็นรถที่มีกลุ่มลูกค้าต้องการอยู่ เพียงแต่ปัจจุบันรถยนต์ เอสยูวี ได้รับความสนใจ และโดดเด่นมากขึ้น

 

ฟอร์มูลา : เพราะเหตุใด MERCEDES-BENZ จึงเป็นผู้นำในรถระดับพรีเมียมกว่า 19 ปี ?

 

โฟลเกร์ : มองย้อนกลับไปเมื่อกว่า 130 ปี ที่รถยนต์ MERCEDES-BENZ คันแรกเกิดขึ้นมาพร้อมรากฐานของงานดีไซจ์นเป็นที่ยอมรับของลูกค้ามีความพึงพอใจในตัวรถยนต์ ทั้งด้านคุณค่า ความปลอดภัยที่มาพร้อมกับการออกแบบและดีไซจ์นที่มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ ที่ MERCEDES-BENZ ถือเป็นความตั้งใจอย่างแท้จริง ดังจะเห็นได้จากรถยนต์ทุกรุ่นของ MERCEDES-BENZ จะมีภาพลักษณ์ที่บ่งบอกได้ถึงความเป็น MERCEDES-BENZ ที่หรูหรา และโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ MERCEDES-BENZ ประสบความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบัน

 

นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง มีบแรนด์ใหม่ออกมาไม่ว่าจะเป็น MERCEDES-AMG (เมร์เซเดส-เอเอมจี) รถสปอร์ทคุณภาพสูง และ MAYBACH (มายบัค) สุดยอดวิศวกรรมยานยนต์ที่หรูหรา งดงาม จึงทำให้ MERCEDES-BENZ ตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกกลุ่ม

 

ฟอร์มูลา : จากอดีตถึงปัจจุบัน กลุ่มลูกค้าของ MERCEDES-BENZ มีความเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเพียงใด ?

 

โฟลเกร์ : ในอดีตกลุ่มลูกค้า MERCEDES-BENZ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งจะมองหารถที่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่การงาน นั่นคือ MERCEDES-BENZ C-CLASS/ MERCEDES-BENZ E-CLASS และ MERCEDES-BENZ S-CLASS แต่หลังจากที่มีผลิตภัณฑ์กลุ่มใหม่เกิดขึ้นในตลาด ทำให้รถใหม่ของ MERCEDES-BENZ โดนใจกลุ่มลูกค้าผู้หญิงมากขึ้น เป็นสาเหตุที่ MERCEDES-BENZ ทำโครงการ SHE MERCEDES-BENZ ซึ่งเป็นโครงการที่ MERCEDES-BENZ ทำขึ้นเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ ทำให้ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าของ MERCEDES-BENZ มีอายุต่ำกว่า 40 ปี และมีหลากหลายกลุ่ม ทำให้ MERCEDES-BENZ มีฐานลูกค้าที่กว้างขวางขึ้น

 

ฟอร์มูลา : ใน 3-5 ปี มีแผนลงทุนเพิ่มขึ้นหรือไม่ ?

 

โฟลเกร์ : บริษัทฯ จะเน้นการลงทุนด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งที่ผ่านมา MERCEDES-BENZ ได้สร้างโรงงานผลิตแบทเตอรีรถยนต์ไฟฟ้าที่ประเทศไทย เพราะ MERCEDES-BENZ เชื่อว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้า คือ อนาคต โดยปัจจุบัน MERCEDES-BENZ เป็นผู้นำตลาดรถยนต์ระบบ พลัก-อิน ไฮบริด มีส่วนแบ่งการตลาดเกิน 50 % ซึ่งตลาดโดยรวมของรถยนต์ พลัก-อิน ไฮบริด มีอยู่ประมาณ 30,000 คัน จำนวนนั้นเป็นของ MERCEDES-BENZ อยู่ประมาณ 16,000 คัน

 

รถยนต์ พลัก-อิน ไฮบริด จริงๆ แล้ว คือรถไฟฟ้า ที่พัฒนาต่อยอดมาจากรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด มีการทำงานผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์และไฟฟ้า บริษัทฯ จึงได้เปิดโครงการ “CHARGE TO CHANGE” เพื่อชวนผู้ใช้รถยนต์ พลัก-อิน ไฮบริด ที่สามารถใช้พลังงานไฟฟ้าร่วมกันกับพลังงานน้ำมันหันมา “ชาร์จเพื่อเปลี่ยนโลก” โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานมาชาร์จพลังงานไฟฟ้าให้บ่อยขึ้น เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดปัญหา PM 2.5 สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น พร้อมทั้งสร้างสุขภาวะที่ดีขึ้นให้แก่คนไทย

 

อีกอย่างหนึ่ง บริษัทฯ มองว่าหากลูกค้ามีความต้องการที่จะใช้รถยนต์ไฟฟ้า แต่มีสถานีชาร์จเพียงแค่ 500-800 แห่ง คงไม่เพียงพอกับความต้องการ แต่ถ้ารณรงค์ให้คนใช้สถานีชาร์จบ่อยขึ้น ให้เกิดความเคยชิน แล้วมาใช้ที่ชาร์จสาธารณะ และมีผู้ประกอบการลงทุนเรื่องสถานีชาร์จ ก็จะทำให้มีผู้สนใจใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น

 

สิ่งที่ต้องย้ำ และไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดกันมากขึ้น MERCEDES-BENZ ยืนยันว่าจะเดินหน้าเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพราะโรงงานประกอบแบทเตอรีที่ลงทุนในประเทศไทยพร้อมเดินเครื่องผลิตแบทเตอรีสำหรับในประเทศ และส่งออก อีกทั้งรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้มีเพียงแค่รถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังมีรถพลัก-อิน ไฮบริด และรถในตระกูล EQ (อีคิว) อีกด้วย



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : เกรียงศักดิ์ ปันสม
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2563
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/8VSo4
เพิ่มเพื่อน