สารคดี

เวียงแหง เมืองลับแล แห่งเชียงใหม่


“เวียงแหง” อำเภอเล็กๆ ที่เงียบสงบ ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาสุดชายแดนไทย-เมียนมาร์ ด้านทิศตะวันตกของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นดินแดนที่ต้องตั้งใจมาเท่านั้น จนถูกขนานนามว่าเป็น เมืองลับแลแห่งเชียงใหม่ “ฟอร์มูลา” ขอพาแฟนๆ สายธรรมชาติ ไปสัมผัสความหลากหลายของชาติพันธุ์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของที่นี่

ควบ XPANDER CROSS สู่ดินแดนลับแล

 

DCIM/100MEDIA/DJI_1273.JPG

 

น้อยคนนักที่เคยไปเวียงแหง เนื่องจากไม่ใช่เป็นเมืองทางผ่าน การจะไปได้ต้องตั้งใจไปเท่านั้น เพราะทางเข้าทางออกมีทางเดียว และต้องขับรถข้ามเขาสูงชันที่อันตราย

 

เราออกเดินทางสู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเชียงใหม่ กับพาหนะคู่ใจ MITSUBISHI XPANDER CROSS (มิตซูบิชิ เอกซ์แพนเดอร์ ครอสส์) ขุมพลัง 1.5 ลิตร 150 แรงม้า แม้มีระยะทางเพียง 150 กม. แต่กลับใช้เวลาเดินทางนานกว่า 3 ชม. ที่เป็นเช่นนี้เพราะต้องข้ามเขาหลายลูกที่คดเคี้ยว และสูงชัน แต่สำหรับ XPANDER CROSS แล้ว ก็ถือว่าสอบผ่านสบายๆ เพราะเครื่องยนต์ถูกปรับเซทให้ไต่ทางลาดชันได้ดีในเกียร์ 1 ทำให้ขับผ่านเขาสูงชันมาได้แบบไม่ต้องลุ้นมากนัก

 

 

เมืองแหง แหล่งเดินทัพที่สำคัญ

อำเภอเวียงแหงแห่งนี้ มีชื่อเดิมว่า “เมืองแหง” เคยเป็นเมืองหน้าด่านตามเส้นทางเดินทัพ และการค้าระหว่างเมืองเชียงใหม่ (อาณาจักรล้านนา) กับเมืองนาย (ปัจจุบันอยู่ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมาร์)

 

เมืองแหง เป็นเมืองกึ่งกลางเส้นทางตามลำน้ำ แม่แตง มีพื้นที่ราบที่กว้างใหญ่ เหมาะแก่การเพาะปลูกและสะสมเสบียงให้กับกองทัพในยุคนั้น ที่นี่จึงมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นมากมาย อาทิ

 

• เคยเป็นเส้นทางเดินทัพของพระเจ้าบุเรงนอง ที่ทรงกรีธาทัพทหาร 90,000 นาย มายึดเมืองเชียงใหม่เมื่อปี 2101

 

• จากตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ช่วงสุดท้าย ที่ว่าพระองค์เดินทัพผ่านเมืองแหง เพื่อไปตีกรุงอังวะแต่ทรงพระประชวร และสิ้นพระชนม์ที่เมืองหาง (ปัจจุบันอยู่ในรัฐฉาน) บางตำนานก็ว่าสิ้นพระชนม์ที่เมืองแหง (เวียงแหง)

 

• เป็นเส้นทางเดินทัพของ 19 เจ้าฟ้าไทใหญ่ ทหาร 60,000 นาย ที่พระเจ้าบุเรงนองส่งมาช่วยเมืองพิษณุโลก ตามคำขอของขุนพิเรนทรเทพ เนื่องจากทางล้านช้างยกทัพมาประชิดเมืองพิษณุโลกในปี 2108

 

• เป็นเส้นทางเดินทัพสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ทรงยกทัพทหาร 100,000 นาย มุ่งไปยึดเมืองนายกลับคืน และตรงไปทำลายพระเจ้ากรุงอังวะในปี 2148

 

• เป็นเส้นทางหลบหนีของเนเมียวสีหบดี ขุนศึกพม่าผู้พิชิต 3 อาณาจักร คือ ล้านนา ล้านช้าง และอยุธยา หลังจากถูกกองทัพพระเจ้าตากขับไล่ออกจากเมืองเชียงใหม่ในปี 2317

 

• เป็นเส้นทางรับเจ้าเมียนมาร์ มาเมืองเชียงใหม่ ในสมัยพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 6 (ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) ปี 2408

 

 

สักการะข่วงอนุสรณ์ สมเด็จพระนเรศวร

 

74.7

 

74.8

 

74.17

 

หลังลงจากเขาก่อนถึงตัวเมืองเวียงแหง เราจะพบกับข่วงอนุสรณ์สถานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ควรแวะสักการะเป็นที่แรก เนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ขนาด 1 เท่าครึ่ง ขององค์จริง ในท่าทรงนั่งหลั่งน้ำทักษิโณทกประกาศอิสรภาพ โดยที่มือซ้ายทรงพระแสงดาบ สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ที่พระองค์ทรงเสียสละกอบกู้เอกราชให้เราเป็นไทยมาจนทุกวันนี้ชาวเมืองเวียงแหงเชื่อว่า การสักการะท่านจะทำให้การเดินทางราบรื่นปลอดภัย

 

 

พระธาตุแสนไห กับตำนานศักดิ์สิทธิ์

 

74.11

 

เวียงแหง มีวัดเก่าแก่อีกแห่ง เป็นที่เคารพสักการะของชาวเวียงแหง ชาวบ้านเชื่อกันว่า ในปี 2148 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชมาพักทัพบริเวณนี้ และได้บูรณะพระธาตุ ร่วมกันกับชาวบ้าน ก่อนจะยกทัพไปตีเมืองอังวะ

 

74.12

 

ตามตำนานเล่าว่า ในอดีตพระพุทธเจ้า และพระอานนท์ได้เดินทางมาพักแรม ณ บริเวณนี้ โดยมีชาวกะเหรี่ยงนำอาหารมาถวายกับแตงโม พระอานนท์ได้นำแตงโมไปถวายพระพุทธเจ้า โดยทิ้งเปลือกลงในแม่น้ำ ต่อมาแม่น้ำแห่งนี้ ได้ชื่อว่า “แม่น้ำแตง” ซึ่งเรียกขานกันมาจนถึงทุกวันนี้ ขณะที่พระพุทธเจ้าเสวยแตงโม ฟันได้กะเทาะออก และกะเทาะภาษาเหนือ เรียกว่า “แหง” พระพุทธเจ้าจึงได้มอบพระทนต์ให้แก่ชาวกะเหรี่ยงเพื่อเป็นทาน ต่อมาเมืองแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า “เมืองแหง” จากนั้นจึงได้นำพระทนต์บรรจุ และสร้างสถูปครอบไว้ จนเป็นพระธาตุแสนไหในปัจจุบัน

 

 

บ้านเปียงหลวง ความหลากหลายชาติพันธุ์

 

DCIM/100MEDIA/DJI_1352.JPG

 

หากเราขับรถมุ่งหน้าสู่ชายแดนไทย-เมียนมาร์ บ้านเปียงหลวงจะเป็นหมู่บ้านสุดท้าย

 

ที่นี่อากาศจะเย็นสลับฝนตลอดทั้งปี เนื่อง จากมีภูเขา ป่าไม้ค่อนข้างมากและสมบูรณ์ และที่นี่เองยังติดเขตชายแดนบ้านหลักแต่ง ติดกับรัฐฉาน ประเทศเมียนมาร์ ซึ่งในอนาคตที่นี่อาจเปิดการค้าเสรีเชื่อมทั้ง 2 ชาติ ครอบคลุมในหลายๆ ด้าน ทั้งเศรษฐกิจ และการคมนาคม

 

74.9

 

บ้านเปียงหลวงเป็นเมืองที่มีความเจริญ และเงียบสงบในเวลาเดียวกัน เป็นเมืองของคนหลากหลายชาติพันธุ์ แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ แม้คนส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาพุทธ แต่การมาเยือนที่นี่เมืองเดียวคล้ายกับเยือนหลายประเทศ สังเกตได้จากวัดของที่นี่เป็นศิลปะแบบเมียนมาร์ โบสถ์ของวัดจะเป็นลักษณะคล้ายบ้านไม้ยกสูง ส่วนบ้านเรือนก็คล้ายลักษณะบ้านของชาวจีนยูนนาน เป็นต้น

 

 

วัดฟ้าเวียงอินทร์ สุดเขตประเทศไทย

 

74.19

 

74.13

 

เราเดินทางต่อไป “วัดฟ้าเวียงอินทร์” ที่อยู่สุดเขตประเทศไทย วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 2400 เป็นวัดที่มีเอกลักษณ์พิเศษ คือ เป็นวัดเดียว แต่มี 2 แผ่นดิน ครึ่งหนึ่งอยู่ไทย อีกครึ่งหนึ่งอยู่ในเมียนมาร์ โดยมีเจดีย์อยู่ฝั่งไทย แต่โบสถ์อยู่ฝั่งเมียนมาร์ เราสามารถมองเห็นได้จากบริเวณจุดชมวิวด้านบน นอกจากนั้นด้านหน้าของจุดชมวิว ยังเป็นสุสานของนายพลโมเฮง อดีตผู้นำชาวไทใหญ่ ผู้ที่ยอมเสียสละแขนของตัวเองเพื่ออุดมการณ์

 

74.11

 

สถาปัตยกรรมของที่นี่จะเป็นแบบไทใหญ่ ด้านหลังของเจดีย์จะมีศาลของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชตั้งอยู่ ซึ่งชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นทั้งฝั่งไทย หรือฝั่งเมียนมาร์ก็ให้ความเคารพนับถือกันมาก

 

 

ดื่มด่ำธรรมชาติ ที่น้ำตกแม่หาด

 

74.20

 

ในอำเภอเวียงแหง ยังมีน้ำตกแม่หาด เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่อุดมสมบูรณ์ ให้เราได้เล่นน้ำเพื่อคลายความร้อนกันอีกด้วย น้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ ณ บ้านแม่หาด อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง มีทั้งหมด 4 ชั้น ความสูงประมาณ 40-50 ม.

 

น้ำตกแม่หาด ปัจจุบันมีการทำถนนคอนกรีท รถยนต์สามารถเดินทางได้อย่างสะดวก ถ้าใครพอมีเวลา สามารถเข้ามาเที่ยวชมธรรมชาติที่นี่ได้ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาด อีกแห่งหนึ่งของอำเภอเวียงแหง โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน จะได้รับความนิยมเป็นพิเศษ

 

 

ขอขอบคุณ

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ที่เอื้อเฟื้อพาหนะในการเดินทาง



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
ภาพโดย : สายชล อรรถาเวช
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2563
คอลัมน์ : สารคดี
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/gFfIo
เพิ่มเพื่อน