วิถีตลาดรถยนต์

ผู้ใหญ่ใจดีจัดให้จนได้


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์สะสม มกราคม-กรกฎาคม 2020/2019

ตลาดโดยรวม -35.9 %
รถยนต์นั่ง -42.2 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) -29.1 %
กระบะ 1 ตัน -33.0 %
รถเพื่อการพาณิชย์ และรถประเภทอื่นๆ -20.7 %

 

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ เดือนกรกฎาคม 2020/2019

TOTAL VEHICLE/ตลาดโดยรวม -26.8%
SUV/รถกิจกรรมกลางแจ้ง -7.9%
กระบะ 1 ตัน -15.9%
รถเพื่อการพาณิชย์ และรถประเภทอื่นๆ -20.6%

 

เดือนแรกของฤดูกาลค้าขายรถยนต์ใหม่ในครึ่งปีหลังของปี 2563 มีการซื้อขายรถยนต์ใหม่ป้ายแดงทุกรุ่นทุกยี่ห้อตามที่มีการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมกันทั้งสิ้น 59,335 คัน เมื่อเทียบกับยอดจำหน่ายที่ทำได้ในเดือนกรกฎาคมปี 2562 ที่ผ่านมาปรากฏว่าเป็นตัวเลขยอดจำหน่ายที่ปรับตัวลดลง 26.8 % โดยรถยนต์ที่มีผู้เลือกซื้อเป็นเจ้าของมากที่สุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย TOYOTA (โตโยตา) จำหน่ายได้รวมทั้งสิ้น 17,508 คัน เทียบกับเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมาเป็นยอดจำหน่ายที่ลดน้อยลง 31.9 % ได้ส่วนแบ่งการตลาด 29.5 % อันดับ 2 ISUZU (อีซูซุ) จำหน่ายได้รวม 15,477 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคมปีก่อน 11.9 % ส่วนแบ่งการตลาด 26.1% อันดับ 3 HONDA (ฮอนดา) 6,034 คัน ลดลง 45.3 % ส่วนแบ่งการตลาด 10.2 % อันดับ 4 MITSUBISHI (มิตซูบิชิ) จำหน่ายได้รวม 4,920 คัน ลดลง 31.1 % ส่วนแบ่งการตลาด 8.3 % และอันดับ 5 NISSAN (นิสสัน) จำหน่ายได้รวม 4,000 คัน ลดลง 20.1 % ส่วนแบ่งการตลาด 6.7 %

 

ยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนกรกฎาคม มีรวมกันทั้งสิ้น 387,939 คัน เป็นตัวเลขยอดจำหน่ายที่ลดลง 35.9 % เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2562 โดยรถยนต์ที่มียอดจำหน่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย รถยนต์ TOYOTA 111,544 คัน เป็นยอดจำหน่ายที่ลดลง 43.4 % เมื่อเทียบกับห้วงเวลาเดียวกันของปี 2562 ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 28.8 % อันดับ 2 ISUZU 7 เดือนผ่านไปจำหน่ายแล้วรวมทั้งสิ้น 91,531 คัน ลดลง 11.1 % มีส่วนแบ่งการตลาด 23.6 % อันดับ 3 HONDA 47,360 คัน ลดลง 37.5 % ส่วนแบ่งการตลาด 12.2 % อันดับ 4 MITSUBISHI 30,682 คัน ลดลง 41.5 % ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 7.9 % และอันดับ 5 NISSAN จำหน่ายไปแล้วรวม 25,502 คัน ลดลง 35.6 % ส่วนแบ่งการตลาด 6.6 %

 

ในหมวดหมู่ของรถพิคอัพ 1 ตัน เป็นอีกเดือนหนึ่งที่ ISUZU กวาดยอดจำหน่ายได้มากที่สุด ทำให้ตัวเลขยอดจำหน่ายสะสมรวม 7 เดือนแรกของปีนี้ ขยับหนีห่างคู่แข่งสำคัญ TOYOTA ออกไปจนน่าจะเรียกเป็นว่าที่แชมพ์ยอดจำหน่ายสูงสุดประจำปีได้แล้ว โดยตัวเลขยอดจำหน่ายรถพิคอัพ 1 ตันของทั้งตลาด เดือนกรกฎาคมนี้อยู่ที่ 32,707 คัน เป็นตัวเลขยอดจำหน่ายที่ลดลงจากเดือนกรกฎาคม ปีที่ผ่านมา 15.9 % ISUZU จำหน่ายได้ 14,317 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม ปีที่ผ่านมา 15.1 % ได้ส่วนแบ่งการตลาดไป 43.8 % อันดับรองลงมาเป็น TOYOTA จำหน่ายได้ 10,423 คัน ลดลง 30.3 % ส่วนแบ่งการตลาด 31.9 % อันดับ 3 MITSUBISHI 3,100 คัน ลดลง 21.7 % ส่วนแบ่งการตลาด 9.5 % อันดับ 4 FORD (ฟอร์ด) จำหน่ายได้ 2,316 คัน ลดลง 42.5 % ส่วนแบ่งการตลาด 7.1 % และอันดับ 5 NISSAN จำหน่ายได้ 1,581 คัน ลดลง 25.7 % ส่วนแบ่งการตลาด 4.8 %

 

7 เดือนแรกของปี 2563 ผ่านไป รถพิคอัพ 1 ตัน ไม่ว่าระบบขับเคลื่อนจะเป็นแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ หรือ 4 ล้อ จะยกสูง หรือโหลดต่ำ มีตัวเลขยอดจำหน่ายรวมกันทั้งสิ้น 199,116 คัน เทียบกับห้วงเวลาเดียวกันของปี 2562 แล้วเป็นตัวเลขยอดจำหน่ายที่ลดน้อยลง 33.0 % ผู้นำตลาดในเวลานี้ และคาดว่าจะเป็นผู้นำตลาดปี 2563 นี้ด้วย ได้แก่ ISUZU มีตัวเลขยอดจำหน่ายรวม 7 เดือนอยู่ที่ 84,890 คัน เทียบกับ 7 เดือนแรกของปี 2562 แล้วเป็นตัวเลขยอดจำหน่ายที่ลดลง 10.1 % มีส่วนแบ่งการตลาด 42.6 % TOYOTA ตามมาเป็นอันดับ 2 จำหน่ายไปแล้วรวมทั้งสิ้น 66,688 คัน ลดลง 41.6 % ส่วนแบ่งการตลาด 33.5 % ต่อด้วย MITSUBISHI 18,516 คัน ลดลง 36.3 % ส่วนแบ่งการตลาด 9.3 % FORD อยู่ในอันดับ 4 ด้วยตัวเลขยอดจำหน่ายรวม 13,834 คัน ลดลง 55.2 % ส่วนแบ่งการตลาด 6.9 % และปิดท้ายอันดับ 5 NISSAN 9,386 คัน ลดลง 39.5 % ส่วนแบ่งการตลาด 4.7 %

 

รถเอสยูวีทั้งเล็ก และใหญ่ แบบติดหรู และธรรมดาใช้งานทั่วไป เดือนกรกฎาคม 2563 มียอดจำหน่ายรวมกันทั้งสิ้น 5,049 คัน เทียบกับเดือนกรกฎาคมปี 2562 แล้วยอดจำหน่ายหดหายไป 7.9 % เดือนนี้ TOYOTA ได้น้องใหม่มาแรง COROLLA CROSS (โคโรลลา ครอสส์) มาอัพเลเวลยอดจำหน่ายรวม ทำให้กระโดดกลับขึ้นมาอยู่หัวแถวอีกครั้งหนึ่ง โดยจำหน่ายรถเอสยูวีทุกรุ่นทุกโมเดลได้รวมทั้งสิ้น 1,507 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคมปี 2562 ถึง 50.1 % คว้าส่วนแบ่งการตลาดไปครอง 29.8 % อันดับ 2 เป็นของหัวแถวในหลายเดือนที่ผ่านมา ค่าย MG (เอมจี) เดือนนี้จำหน่ายได้ 1,309 คัน เพิ่มขึ้น 12.2 % ส่วนแบ่งการตลาด 25.9 % อันดับ 3 MAZDA จำหน่ายไปได้รวม 1,053 คัน เพิ่มขึ้นถึง 171.4 % ส่วนแบ่งการตลาด 20.9 % อันดับ 4 HONDA 817 คัน ลดลง 65.8 % ส่วนแบ่งการตลาด 16.2 % และอันดับ 5 NISSAN ได้ยาใหม่มาช่วยกระตุ้นยอดจำหน่ายเหมือนกัน จำหน่ายได้ไป 264 คัน เพิ่มขึ้น 193.3 % ส่วนแบ่งการตลาด 5.2 %

 

รวม 7 เดือนแรกปี 2563 รถเอสยูวีมียอดจำหน่ายรวมทั้งตลาดอยู่ที่ 29,530 คัน เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 แล้วยอดจำหน่ายหดหายไป 29.1 % ถึงแม้เดือนกรกฎาคมนี้ MG จะหล่นจากหัวแถว แต่เมื่อรวม 7 เดือนยอดจำหน่ายที่มีอยู่ก็พอเพียงที่จะใช้คำว่าผู้นำตลาดได้ต่อไป โดยจำหน่ายไปแล้วรวม 8,434 คัน ลดลง 7.4 % เมื่อเทียบกับ 7 เดือนแรกของปี 2562 ถือส่วนแบ่งการตลาด 28.6 % จำหน่ายแล้วมากสุดอันดับ 2 เป็น HONDA 7,625 คัน ลดลง 58.1 % ส่วนแบ่งการตลาด 25.8 % อันดับ 3 MAZDA จำหน่ายแล้ว 5,059 คัน เพิ่มขึ้น 51.8 % ส่วนแบ่งการตลาด 17.1 % อันดับ 4 TOYOTA 3,863 คัน ลดลง 52.1 % ส่วนแบ่งการตลาด 13.1 % และอันดับ 5 CHEVROLET (เชฟโรเลต์) จำหน่ายแล้วรวม 2,585 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 8.8 %

 

สำหรับรถยนต์เพื่อการพาณิชย์อื่นๆ เดือนกรกฎาคม 2563 มียอดจำหน่ายรวม 3,079 คัน ลดลง 20.6 % รวม 7 เดือนผ่านไป มียอดจำหน่าย 21,077 คัน ลดลง 20.7 %



------------------------------
เรื่องโดย : ขุนสัญจร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2563
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/BYR9r
อัพเดทล่าสุด
28 Nov 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
2.6-3.8 ล้าน
2.
11.5-15.8 ล้าน
3.
3.4 ล้าน
4.
5.9-7.4 แสน
5.
5.7-8.3 แสน
6.
6.0-6.4 แสน
7.
1.9-2.1 ล้าน
8.
4.4-4.9 ล้าน
9.
2.3 ล้าน
10.
2.0-2.3 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ
เพิ่มเพื่อน