รู้ทันเทคนิค

จะเป็นอย่างไร เมื่อ ELECTRIC DIFF LOCK ยุคใหม่ ไม่ง้อเฟือง !


เป็นเรื่องปกติที่ “สายลุย” มักจะไม่คุยให้เสียเวลา รถยนต์คันโปรดจึงต้องมีความพร้อมสำหรับการเดินทาง โดยเฉพาะรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีข้อดี คือ มีแรงบิดลงสู่พื้นทุกล้อ แต่ไม่ได้เป็นสิ่งที่การันตีว่าจะสามารถผ่านอุปสรรคได้เสมอไป

ลิมิเทด สลิพ/แอร์ลอคเคอร์ ตัวช่วยรถขับ 4

 

66.2

 

รถขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบเน้นการใช้งานในสภาพเส้นทางทุรกันดาร จำเป็นต้องมีโหมดการขับเคลื่อนที่เหมาะสม ตามแต่สภาพเส้นทางที่แตกต่างกันไป โหมดขับเคลื่อนแบบ 4H จะเหมาะสำหรับการขับขี่บนเส้นทางที่หลากหลาย และใช้ความเร็วได้ ส่วนโหมดขับเคลื่อน 4L เป็นการขับเคลื่อนบนเส้นทางทุรกันดารมาก เช่น โคลน หินใหญ่ หรือร่องลึก แต่โหมดการขับเคลื่อนอย่างเดียวมันไม่พอสำหรับการลุย เพราะยังมีอุปสรรคอีกมากมายที่ต้องเจอ

 

ในขณะที่ล้อข้างใดข้างหนึ่งหมุนฟรี หรือไม่มีแรงยึดเกาะกับพื้นผิว รถจะไม่สามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้ พูดง่ายๆ ภาษาบ้านๆ คือ “ติดหล่ม” นั่นเอง แล้วทำอย่างไรเราถึงจะผ่านพ้นไปได้ แน่นอนว่ามันต้องมีตัวช่วย ! ตัวช่วยที่ชาวโฟร์วีลดไรฟรู้จักกันดียุคก่อน คือ “ลิมิเทด สลิพ” (LIMITED SLIP)

 

หน้าที่ของเจ้าลิมิเทด สลิพ คือ “ถ่ายกำลังจากล้อข้างที่หมุนฟรีไปยังล้ออีกด้านหนึ่ง” เพื่อให้มีแรงบิดที่จะพาตัวรถออกจากอุปสรรคไปได้ “ลิมิเทด สลิพ” มีชุดคลัทช์ และเฟืองทั้งหมดนี้ จะประกอบอยู่ในชุดเฟืองท้าย อุปกรณ์ตัวนี้มีหลายลักษณะและประสิทธิภาพแตกต่างกันไป แต่มันก็ยังมีข้อจำกัดในการใช้งานอยู่บ้างเวลาที่ต้องลุยในเส้นทางโหดๆ ทำให้อุปกรณ์ตัวต่อมาเป็นที่รู้จักสำหรับสายโหด นั่นก็คือ “แอร์ลอคเคอร์” AIR LOCKER

 

เจ้าแอร์ลอคเคอร์ คือ การลอคให้ล้อทั้ง 2 ข้างหมุนเท่ากันตลอดเวลา ซึ่ง ลิมิเทด สลิพ นั้น จะมีเปอร์เซนต์การส่งกำลังระหว่างล้อทำให้การลุยมีประสิทธิภาพเป็นรองเจ้าแอร์ลอคเคอร์

 

แต่การใช้งานเจ้าแอร์ลอคเคอร์นั้นมันมีอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องค่อนข้างเยอะ นับตั้งแต่ปั๊มลม, ชุดท่อทางเดินลม รวมถึงอุปกรณ์จับยึดต่างๆ เวลาใช้งานจริงหลายครั้งก็จะมีปัญหา เช่น ท่อทางหลุด หรือฉีกขาด ปั๊มสร้างแรงดันไม่พอ ฯลฯ

66.3

66.4

ในเส้นทางโหดๆ อย่างการลุยโคลน หรือดินเหลวๆ ลึกๆ ในเส้นทางธรรมชาติมักจะมีหิน, ก้อนดิน หรือแม้แต่กิ่งไม้อยู่ด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ มักก่อให้เกิดความเสียหายต่อชิ้นส่วนของระบบแอร์ลอคเคอร์ อุปกรณ์ที่พัฒนาต่อเนื่อง คือ “ดิฟฟ์ลอค” (DIFF LOCK) ใช้ระบบไฟฟ้ามาทำการลอค โดยใช้ “ACTUATOR” เป็นตัวลอคเจ้าตัวนี้จะเป็นอุปกรณ์ที่เหนี่ยวนำด้วยขดลวดกับแม่เหล็กซึ่งจะติดตั้งอยู่ในชุดเฟืองท้าย การใช้ระบบไฟฟ้าทำให้การติดตั้งอุปกรณ์ทำได้ง่ายขึ้น ลดชิ้นส่วน และสามารถเลือกใช้อุปกรณ์ที่กันน้ำ กันความชื้น มีประสิทธิภาพ มีความทนทาน ปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

 

ELECTRONIC DIFFERENTIAL LOCK ระบบลอคเฟืองยุคใหม่

ระบบลอคเฟืองด้วยระบบอีเลคทรอนิคส์ (ELECTRONIC DIFFERENTIAL LOCK) แล้วมันทำงานอย่างไร ? ก่อนอื่นต้องเท้าความกลับไปถึง “ระบบช่วยรักษาเสถียรภาพ” หรือระบบช่วยการทรงตัวก่อน เพราะระบบช่วยการทรงตัวนี้แต่ละค่ายจะเรียกแตกต่างกันออกไป แต่ความหมายเดียวกันนั่นคือ ระบบช่วยรักษาเสถียรภาพนั่นเอง การทำงานของระบบดังกล่าวจะทำงานร่วมกับระบบเบรค ABS ซึ่งสามารถสั่งจ่ายแรงดันเบรคในแต่ละล้อให้มีแรงกดจานเบรคแตกต่างกันตามความเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ ซึ่งจะทำงานร่วมกับระบบอื่นๆ เช่น ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว ระบบรักษาสมดุลแรงเบรค ขณะใช้เบรคในทางโค้ง ระบบเสริมแรงเบรค ฯลฯ ระบบที่กล่าวถึงมาทั้งหมดใช้เซนเซอร์ชุดเดียวกัน แต่นำผลที่ได้มาวิเคราะห์แล้วสั่งการทำงานแตกต่างกันไป ตามอาการของตัวรถที่เกิดขึ้นเวลานั้นๆ เพื่อช่วยให้ตัวรถกลับมาอยู่ในการควบคุม ในเมื่อการทำงานของระบบต่างๆ ที่กล่าวมาจะเป็นการควบคุมระบบเบรคเป็นหลัก ดังนั้นระบบ ELECTRONIC DIFFERENTIAL LOCK ก็ใช้หลักการควบคุมที่ระบบเบรคเช่นเดียวกัน

 

 

ทุกตัวช่วย ใช้แนวคิดเดียวกัน

ที่กล่าวมาตั้งแต่ต้นว่าหลักการทำงานของลิมิเทด สลิพ, แอร์ลอคเคอร์ รวมถึง ดิฟฟ์ลอค ใช้แนวคิดเดียวกัน คือ ทำให้ล้อทั้ง 2 ข้างหมุนใกล้เคียงกัน หรือหมุนเท่ากันเมื่อติดหล่ม เมื่อลดการหมุนฟรีของล้อข้างที่ติดหล่มได้จะทำให้มีแรงบิดส่งไปยังล้อฝั่งตรงข้าม ด้วยการสั่งให้เบรคจับล้อข้างนั้นไว้ ลักษณะจะคล้ายๆ กับการทำงานของระบบทแรคชันคอนทโรล คือ จับล้อที่เริ่มหมุนฟรีโดยจะเป็นการจับปล่อยๆ ด้วยความถี่ระดับหนึ่ง แต่ระบบนี้จะทำการสั่งให้เบรคจับตัวแน่น และนานกว่า เพื่อให้มีแรงบิดส่งไปด้านตรงข้าม แล้วประสิทธิภาพจะเทียบเท่าดิฟฟ์ลอคแบบเดิมไหม ? ตอบได้เลยว่าไม่เท่า เพราะการสั่งให้เบรคจับตัวแน่นมันมีข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความร้อนระหว่างผิวสัมผัส หรือแรงดันน้ำมันเบรคที่มาจากตัว ACTUATOR มีจำกัด ท้ายที่สุดแล้วระบบจะมีการคลายตัวเมื่อถึงข้อจำกัดนั้น แต่มันเหมาะสำหรับการใช้งานในรถลุยหรูๆ ที่ไม่ได้เน้นการลุยทางวิบากแบบสุดโต่ง แต่เหมาะที่จะเอาไว้ใช้เอาตัวรอดในบางสถานการณ์มากกว่ารถที่มีระบบช่วยรักษาเสถียรภาพการทรงตัวอยู่แล้วปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เล็กน้อย และมีซอฟท์แวร์ใหม่สำหรับการใช้งานโหมดนี้เพิ่มขึ้นมาแล้ว ปกติเราจะเห็นระบบ ELECTRONIC DIFFERENTIAL LOCK ในรถเอสยูวีหรูๆ เพื่อเพิ่มความสามารถในการขับขี่ให้มากขึ้น วันนี้เราได้เห็นในกลุ่มของรถพีพีวี อย่าง TOYOTA FORTUNER (โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์) ใหม่ ได้นำระบบนี้มาใช้แทนระบบดิฟฟ์ลอคแบบเดิม แน่นอนว่าลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อรถรุ่นนี้ไปใช้อาจจะไม่ได้เอาไปลุยจริงจังมาก แต่ก็อาจจะมีลูกค้ากลุ่มเล็กๆ ที่รู้สึกเสียดายเพราะการทำงานแบบเดิมนั้นมันลุยได้ถึงใจกว่ากันเยอะ



------------------------------
เรื่องโดย : พหลฯ 30
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2563
คอลัมน์ : รู้ทันเทคนิค
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/bTnLv
อัพเดทล่าสุด
28 Nov 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
2.6-3.8 ล้าน
2.
11.5-15.8 ล้าน
3.
3.4 ล้าน
4.
5.9-7.4 แสน
5.
5.7-8.3 แสน
6.
6.0-6.4 แสน
7.
1.9-2.1 ล้าน
8.
4.4-4.9 ล้าน
9.
2.3 ล้าน
10.
2.0-2.3 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ
เพิ่มเพื่อน