รายงาน

MAZDA MOTOR CORPORATION 100 YEARS ศตวรรษแห่งสุนทรียะ และนวัตกรรมยานยนต์


“SUSTAINABLE ZOOM-ZOOM” MAZDA (มาซดา) บแรนด์รถยนต์ที่มีความเป็นมายาวนาน และมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ประเทศญี่ปุ่น จากจุดเริ่มต้นด้วยการเป็นบริษัทผลิตจุกไม้คอร์คในปี 1920 ตลอดระยะเวลา 1 ศตวรรษ พวกเขาผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย และมีการพัฒนาอย่างเหลือเชื่อ ก่อนจะกลายเป็นบริษัทผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลกในปัจจุบัน

ก้าวแรกในยุคสงครามโลก

1920

 

1920_toyo-cork-co-ltd copy

 

จุดเริ่มต้นของ MAZDA เกิดจาก บริษัท โตโย คอร์ค โคเกียว จำกัด (TOYO CORK KOGYO CO., LTD.) ซึ่งตั้งอยู่ ณ เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ผลิตจุกไม้คอร์คสำหรับปิดขวด

 

 

1927

บริษัทฯ ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น โตโย โคเกียว (TOYO KOGYO) โดยเน้นการผลิตเครื่องมือของเครื่องจักรที่ใช้ในอุตสาหกรรมหนัก เช่น เครื่องเจาะหิน ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวโรงงานอุตสาหกรรมญี่ปุ่นต่างมีความทะเยอทะยานในการเอาชนะเทคโนโลยีของชาติตะวันตก ซึ่ง โตโย โคเกียว ก็เป็นหนึ่งในนั้น

 

 

1930-1931

1931 Mazda three-wheel truck copy

MAZDA ผลิตรถจักรยานยนต์ที่ชนะการแข่งขัน AUTO RACE ของ HIROSHIMA’S SHOKON-SAI ในปีถัดมาจึงได้เบนเข็มมาผลิตรถบรรทุก 3 ล้อ เครื่องยนต์ 500 ซีซี ออกจำหน่ายในปี 1931 โดยใช้ชื่อว่า MAZDA-GO (มาซดา-โก)

 

 

1945

ช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 โรงงานได้รับความเสียหายอย่างหนัก ก่อนที่จะมีการฟื้นฟูกิจการ และก่อสร้างใหม่ จนกระทั่ง บริษัทฯ สามารถผลิตยานยนต์ออกขายได้อีกครั้ง

 

 

1950

 

1950-Mazda-Type-CA-1-1 copy

 

ครบรอบ 30 ปี บริษัท โตโย โคเกียว กิจการผลิตรถยนต์ของ MAZDA หลากหลายรุ่น รวมถึงผลิตรถยนต์ 4 ล้อ ออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก

 

 

1960

1959 Mazda K360 tree-wheel truck copy

MAZDA เริ่มเข้ามาจำหน่ายในประเทศ ไทย และรถ MAZDA รุ่นแรกที่จำหน่ายในประเทศไทยเป็นรถกระบะ 3 ล้อที่นำเข้าโดยตรงจากเมือง ฮิโรชิมา จากนั้นอีก 9 ปีต่อมาก็ได้แนะนำรถ MAZDA R360 COUPE (มาซดา อาร์ 360 คูเป) ขนาด 360 ซีซี 2 สูบ ซึ่งทำให้ชื่อเสียงของ MAZDA เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ

 

 

การออกแบบ และผลิตรถยนต์

 

ddfadaf2a3e6e350776da2030893da1e copy

Mazda-Motor-Company.-Centenary-3-500x350 copy

6d20u4vuca0pqnurf9bii6fc0 copy

 

บแรนด์ MAZDA มาจากชื่อผู้ก่อตั้ง “จูจิโร มัทสึดะ“ (JUJIRO MATSUDA) ที่ออกเสียงสอดคล้องกับชื่อของเทพเจ้า อฮูรา มาซดา (AHURA MAZDA) เทพเจ้าแห่งความสามัคคี สติปัญญา และภูมิปัญญาของชาวเอเชียตะวันตก เป็นผู้ที่มุ่งมั่นและมีความตั้งใจแน่วแน่ อุทิศตนอย่างจริงจังเพื่ออุตสาหกรรมเครื่องจักร โดยใช้ความเชี่ยวชาญ และความถนัดในด้านอุตสาหกรรมเครื่องจักร ทุ่มเท วิจัยพัฒนาเกี่ยวกับวิศวกรจนสามารถผลิตรถบรรทุก 3 ล้อ เพื่อเป็นประโยชน์ และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คน จนพัฒนาประเทศได้ในที่สุด

 

 

รุกตลาดรถยนต์เต็มตัว

1960

200313-mazda-r360-1 copy

MAZDA เริ่มรุกตลาดรถยนต์นั่งอย่างจริงจัง โดยมี MAZDA R360 รถขนาดกะทัดรัดเป็นรุ่นแรก

 

 

1963

 

1963-Mazda-Familia-800-Van copy

 

มียอดผลิตสะสมรวม 1 ล้านคัน และเริ่มจำหน่ายรถ MAZDA FAMILIA (มาซดา แฟมิเลีย) ขนาด 800 ซีซี เป็นรถครอบครัวรุ่นแรกๆ ของ MAZDA

 

 

1966

 

1905e6564326871bb4c7cc3ead546cdd copy

 

เปิดตัวรถซีดานขนาดกลางดีไซจ์น อิตาลี ภายใต้ชื่อ MAZDA LUCE (มาซดา ลูเซ) ซึ่งเป็นรถที่หลายคนประทับใจ และต้องเหลียวมองด้วยดีไซจ์นที่โดดเด่นในสมัยนั้น และเป็นปีเดียวกับที่โรงงานผลิตรถยนต์นั่งแห่งแรกใน UJINA เมืองฮิโรชิมาก่อสร้างเสร็จสิ้น

 

 

1967

dummy desc.

ปิดท้ายยุค 60 อย่างยิ่งใหญ่ด้วย MAZDA COSMO SPORT (มาซดา คอสโม สปอร์ท) รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์โรตารี “เครื่องยนต์ในฝัน” คันแรกของโลก รูปทรงสปอร์ท พร้อมด้วยเบาะแบบ 2 ที่นั่ง

 

 

1974

โรงงานประกอบรถยนต์ MAZDA แห่งแรกในประเทศไทย เริ่มเดินสายการผลิตในปี 1974 ในนามของ บริษัท สุโกศลมาสด้า อุตสาหกรรมรถยนต์ จำกัด

 

 

เปิดตำนาน “เครื่องยนต์โรตารี”

 

9e696a43c54929bcb03c9d408e740e24-700 copy

 

หากพูดถึงเครื่องยนต์โรตารี (ROTARY ENGINE) เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่กล่าวถึง MAZDA ผู้ปลุกปั้นพัฒนาเครื่องยนต์สูบหมุนจนกระทั่งมีชื่อเสียง และได้รับการยอมรับไปทั่วโลก ซึ่งเครื่องยนต์โรตารี ถูกคิดค้นโดย เฟลิกซ์ วังเคล (FELIX WANKEL) วิศวกรชาวเยอรมันที่ทำงานอยู่กับค่าย NSU MOTOR ตั้งแต่ปี 1957 และด้วยเหตุนี้ เครื่องยนต์โรตารีจึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า วังเคล เอนจิน (WANKEL ENGINE) โดยแรกเริ่ม เขาคิดค้นเครื่องยนต์โรตารีขึ้นมา เพราะต้องการสร้างเครื่องยนต์ที่มีการสั่นน้อยกว่าเครื่องยนต์แบบลูกสูบ แต่ปัจจุบัน นอกจากเครื่องยนต์โรตารีจะมีการสั่นที่น้อยกว่าแล้ว มันยังได้รับการพัฒนาจนกระทั่งมีสมรรถนะที่โดดเด่น รวมไปถึงมีความทนทานเพิ่มขึ้นเทียบเท่ากับเครื่องยนต์แบบลูกสูบชัก และได้คว้ารางวัลในการแข่งขันหลายรายการ

 

 

คว้าแชมพ์ เลอ มองส์ 24 ชั่วโมง

1978

 

1978-Mazda-RX-7-001-1080 copy

 

MAZDA RX-7 (มาซดา อาร์เอกซ์-7) เจเนอเรชันแรกออกสู่ตลาด และกลายเป็นรถที่ทำให้พวกเขารุ่งเรืองสุดๆ

 

 

1984

มีการเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก โตโย โคเกียว เป็น มาซดา มอเตอร์ คอร์พอเรชัน (MAZDA MOTOR CORPORATION) และกลายเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์นั่งอันดับ 4 ของญี่ปุ่น

 

 

1990

1992_2 copy

 

เริ่มจำหน่าย MAZDA 121 ขนาดกะทัดรัดน่ารัก หลังคาผ้า เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกอิสระ และมีความสุข

 

 

1991

 

1991-Le-Mans-winning-Mazda-787B-02 copy

 

 

MAZDA สร้างสิ่งมหัศจรรย์ในการแข่ง เลอ มองส์ 24 ชั่วโมง ด้วยรถแข่งรหัส 787B ที่ติดตั้งเครื่องยนต์โรตารี 700 แรงม้า ซึ่งการแข่งขันรายการนี้ นับว่าเป็นจุดสูงสุดของ MAZDA เพราะมัน คือ การแข่งขันที่ทรหด และเป็นการวัดว่าเครื่องยนต์จะสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงหรือไม่ ในขณะที่รถก็ต้องมีความเร็วควบคู่ไปด้วย และรถรหัส 787B ในที่สุดก็สามารถคว้าแชมพ์มาให้ MAZDA ทำให้พวกเขาเป็นค่ายรถญี่ปุ่นค่ายแรก และค่ายเดียวที่สามารถคว้าแชมพ์รายการนี้

 

 

1998

 

1992_1 copy

 

 

MAZDA MX-5 (NB) เจเนอเรชันที่ 2 ของ สปอร์ทโรดสเตอร์ในญี่ปุ่น มีการพัฒนา และใส่แนวคิดใหม่ๆ เข้าไปในตัวรถหลายอย่าง ทั้งเรื่องความสปอร์ท ความสบายในการขับขี่ ตลอดจนความปลอดภัยอีกระดับ

 

 

ร่วมทุนกับพันธมิตร เปิดโรงงานผลิต และประกอบแห่งใหม่

 

1995

 

ในปี 1995 มาซดา มอเตอร์ คอร์พอเรชัน ได้ตกลงร่วมทุนกับพันธมิตร จัดตั้งบริษัท ออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ AAT ซึ่งเป็นโรงงานผลิต และประกอบรถยนต์แห่งใหม่ที่จังหวัดระยอง พร้อมเริ่มการผลิตในเดือนธันวาคม 2540 บนเนื้อที่ 529 ไร่ ด้วยกำลังการผลิต 135,000 คัน/ปี โดยโรงงาน ออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) ได้เป็นศูนย์กลางการผลิต รถกระบะ 1 ตัน รุ่น B2500 (บี 2500) สำหรับส่งออก และจำหน่ายภายในประเทศ พร้อมขยายฐานการผลิตสำหรับรถยนต์นั่ง โดยใช้เทคโนโลยีทันสมัย อีกทั้งมีความยืดหยุ่นสามารถผลิตรถยนต์ได้หลายรุ่น ในสายการผลิตเดียวกัน รวมถึงรถยนต์นั่งรุ่น 323 ปโรเตเจ ด้วยเช่นกัน

 

โรงงาน ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิต ISO 9002 คว้ารางวัลมากมายด้านคุณภาพรถยนต์ ทั้งในไทย และสหราชอาณาจักร รวมทั้งได้รับการออกแบบให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด และส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมน้อยที่สุด ตามนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของ MAZDA

 

 

MAZDA ในไทย ตั้งแต่ยุค 2000 ถึงปัจจุบัน

1999

มาซดา มอเตอร์ คอร์พอเรชัน ประเทศญี่ปุ่น เข้ามาลงทุน พร้อมจัดตั้งคณะผู้บริหารใหม่ และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยภายใต้โครงสร้างใหม่นี้ มีแนวทางการบริหารเน้นไปที่การตลาด การขาย การบริการลูกค้า และการสนับสนุนผู้แทนจำหน่ายเพื่อนำเสนอรถยนต์ MAZDA รุ่นต่างๆ มากยิ่งขึ้น

 

 

2002

MAZDA เริ่มแคมเปญสื่อสารเต็มรูปแบบ ผ่านแนวคิด ZOOM-ZOOM เป็นครั้งแรกทั้งในญี่ปุ่น และประเทศไทย ถือเป็นบริษัทรถยนต์เพียงแห่งเดียวที่มีเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ และการตลาดโดดเด่นชัดเจน

 

 

2004

2005 copy

 

MAZDA 3 เจเนอเรชันแรก ที่ใช้เลขตัวเดียวเป็นชื่อรุ่น รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย รุ่นทอพให้ซันรูฟเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน กวาดยอดจองกว่า 3,000 คัน  หลังเปิดตัวในไทยเพียงสัปดาห์เดียว !

 

 

2015

เริ่มสายการผลิตเกียร์อัตโนมัติ SKYACTIV-DRIVE ที่ MPMT โรงงานผลิตเกียร์แห่งใหม่ในประเทศไทย

 

 

2020

 

MAZDA เฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี และเป็นปีที่เปิดตัว MAZDA CX-30 (มาซดา ซีเอกซ์-30) ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี น้องใหม่ล่าสุด ด้วยแนวคิด “LIFE’S ALWAYS ON” ซึ่งทำให้ MAZDA มีรถในเซกเมนท์ เอสยูวี หรือรถอเนกประสงค์จำหน่ายมากที่สุดในไทยถึง 4 รุ่น (CX-3, CX-5, CX-8 และ CX-30)

 

 

“SKYACTIV TECHNOLOGY” นวัตกรรมเทคโนโลยีแบบยั่งยืน

mazda_100617903_h copy

MAZDA เป็นผู้นำด้านการพัฒนาเครื่องยนต์โรตารี โดยได้ต่อยอด และพัฒนาจนมีชื่อเสียงทั้งด้านรถสปอร์ท และรถแข่งมอเตอร์สปอร์ท และในปัจจุบันได้คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยี “SKYACTIV” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ MAZDA ที่คิดค้นขึ้น เพื่อพัฒนาสมรรถนะของรถ และเครื่องยนต์ให้มีกำลังแรง แต่ประหยัดน้ำมัน โดย MAZDA ได้นำนวัตกรรมใหม่เทคโนโลยี SKYACTIV ใช้ออกแบบ และพัฒนารถทั้งคัน ซึ่งประกอบด้วย เครื่องยนต์, ระบบเกียร์, โครงสร้างตัวถัง, ช่วงล่าง และระบบบังคับเลี้ยวไว้ด้วยกัน เพื่อให้ทุกส่วนทำงานประสานสอดคล้อง และให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

 

SKYACTIV เป็นนวัตกรรม และเทคโนโลยียนตรกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าภาคภูมิใจของ MAZDA ที่มุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแผนงานระยะยาวเพื่อสร้างความยั่งยืนของ MAZDA หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “ซูม-ซูม แบบยั่งยืน” หรือ “SUSTAINABLE ZOOM-ZOOM” เพื่อมอบประสบการณ์ด้านการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ ไปพร้อมๆ กับความห่วงใยที่มีต่อสิ่งแวดล้อมของมนุษยชาติ รวมถึงระบบความปลอดภัยสุดล้ำต่างๆ สำหรับยนตรกรรมที่กำลังจะถูกพัฒนาขึ้นต่อจากนี้

 

 

ปี 1959

38.9

ตราสัญลักษณ์ของ MAZDA เริ่มมีการใช้ตัว m แบบใหม่เป็นตัวเล็ก อยู่ในวงกลม จากนั้นก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

 

 

ปี 1975

38.19

เริ่มใช้ระบบ CI ในองค์กร และปรับใช้กับตราสัญลักษณ์ โดยใช้คำว่า MAZDA แทนตราสัญลักษณ์ หรือโลโก

 

 

ปี 1991-1992

38.26

ในปี 1991 MAZDA ใช้สัญลักษณ์วงรีวางในแนวนอน และมีรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด รูปทรงคล้ายเพชรอยู่ข้างใน ซึ่งเป็นตัวแทนของดวงอาทิตย์ และเปลวเพลิง และในปีถัดไป 1992 MAZDA มีการพัฒนาโลโกนี้อีกครั้ง โดยเปลี่ยนวงรีให้มีรูปทรงโค้งมนเป็นวงกลมมากขึ้น ขณะที่สี่เหลี่ยมข้างในก็ถูกลบมุม และเพิ่มความโค้งมน โดยยังคงอยู่ภายใต้คอนเซพท์ของเพชรที่ผสานกับดวงอาทิตย์

 

 

ปี 1997

Mazda-logo

โลโกตัว M อย่างในปัจจุบัน ที่ดูคล้ายปีกนก หรือ “DYNAMIC WING” ซึ่งหมายถึง ความตั้งใจที่จะสยายปีกให้กว้างเพื่อจะบินให้สูงขึ้นเริ่มนำมาใช้ในปี 1997 เพื่อแสดงความทุ่มเทของบริษัทฯ ในการต่อยอดความเจริญเติบโต และพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง

 

 

จุกไม้คอร์ค

 

image-20141221-31560-ogavyx copy

 

ไม้คอร์ค คือ เปลือกนอกของต้นโอคที่มีโครงสร้างลักษณะรวงผึ้ง น้ำหนักเบา ง่ายต่อการบีบอัด อีกทั้งยังมีความแข็งแรง ของเหลว และแกสไม่สามารถซึมผ่านได้

 

นอกจากนี้ยังปรับตัวเข้ากับอุณหภูมิ ทนความดัน ความร้อน กันความชื้นและเสียง ชาวโรมันจึงนำไม้คอร์คมาทำรองเท้า ทำเป็นทุ่นลอยสำหรับการประมงจับสัตว์น้ำ และทำจุกขวดไวน์

 

จุกไม้คอร์คไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้วในสมัยนี้ เนื่องจากปัจจุบันไม้คอร์คหายากขึ้น ส่งผลให้การผลิตเกิดความล่าช้า และมีราคาแพง ไวน์ชนิดดื่มกินกับอาหารจึงลดต้นทุนมาใช้ฝาเกลียวแทน

 

 

รถคลาสสิค

 

1967 Mazda Familia 4 Doors copy

 

รถคลาสสิค (CLASSIC) ตามนิยามของสมาพันธ์รถโบราณสากล หรือ FIA คือ รถที่ผลิตระหว่าง ปี 1961-1970 ซึ่งเป็นทศวรรษแห่งการพัฒนาแบบก้าวกระโดดของวงการยานยนต์ มีเทคโนโลยีด้านอากาศพลศาสตร์ และสมองกลรุ่นแรก ร่วมกับวิชาการตลาด นำความหลากหลายมาสู่รถยนต์อย่างไม่เคยมีมาก่อน รถยุคนี้ส่วนใหญ่จะมีรูปทรง ลู่ลม กระชับ และสะดวกสบายขึ้นในมิติที่เล็กลง ยิ่งกว่านั้น ยังทำความเร็วตีนปลายทะลุหลัก 240 กม./ชม. มีการพัฒนาระบบความปลอดภัย เช่น เบรคแบบจาน เบรค ไฮดรอลิค 2 วงจร เข็มขัดนิรภัย ตัวถังแบบซับแรงปะทะ และแกนพวงมาลัยแบบยุบตัวเมื่อเกิดการชน

 

 

MAZDA 323 ASTINA

 

1.FML199505 copy

 

 

รถแฮทช์แบคที่ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นไฟพอพ-อัพ เป็นรถขับสนุก เครื่องแรง โดนใจลูกค้ากลุ่มวัยรุ่น ไฟหน้าวางแนวนอนเป็นที่มาของคำว่า “ตาตี่” และยังมีรุ่นซีดานหน้าตาเรียบร้อยให้เป็นตัวเลือก

 

 

MAZDA 3 MOVE SERIES

 

2.FML200905 copy

 

 

 

MAZDA เอาใจคนรักรถมาดสปอร์ท นำ MAZDA 3 แฮทช์แบค 5 ประตู รุ่นใหม่ มาตกแต่งเสริมความโดดเด่น รูปลักษณ์ภายนอกดูสปอร์ท ในสไตล์ MPS (MAZDA PERFORMANCE SERIES) รอบคัน ภายใต้ชื่อ “MOVE SERIES” (มูฟ ซีรีส์) โดยมีให้เลือกทั้งรุ่น I-MOVE 1.6 ลิตร และ S-MOVE 2.0 ลิตร

 

 

50 ปีแห่งการปฏิวัติโรตารี เปิดพรมแดนใหม่ด้วยเครื่องยนต์โรตารี

 

_40th_13B_RotaryEng_hires_hires copy

 

เครื่องยนต์โรตารีมีขนาดเล็กและเบากว่าเครื่องยนต์ลูกสูบทั่วไป โดยมีอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักที่เหนือกว่า เนื่องจากไม่มีชิ้นส่วนลูกสูบ มีเพียงโรเตอร์ 3 ด้านที่หมุนอยู่ในตัวเครื่อง จึงเงียบกว่า และนุ่มนวลกว่า

 

ผู้ที่คิดเครื่องยนต์โรตารีขึ้นเป็นคนแรก คือ เฟลิกซ์ วังเคล (Felix Wankel) บางครั้งเราจึงเรียกเครื่องยนต์โรตารีว่า Wankel engine หรือ Wankel rotary engine

 

โรเตอร์ของเครื่องยนต์โรตารี เปรียบได้กับลูกสูบในเครื่องยนต์ลูกสูบชัก (Reciprocating Engine) โดยจะทำหน้าที่เคลื่อนที่ เพื่อให้เกิดการเผาไหม้และสร้างกำลังออกมา สำหรับเครื่องยนต์โดยทั่วไปนั้น ลูกสูบจะเคลื่อนที่ไปและกลับในแนวเส้นตรง แต่สำหรับเครื่องยนต์โรตารีแล้ว โรเตอร์จะเคลื่อนที่โดยการหมุนรอบตัวเอง และนี่ก็เป็นที่มาของชื่อเรียก สูบหมุน

 

โรตารีมีการทำงาน 4 จังหวะ ซึ่งประกอบไปด้วย จังหวะดูด, จังหวะอัด, จังหวะระเบิด และจังหวะคายไอเสีย

 

rotary-engine.ts.1501140857215570 copy

 

เครื่องยนต์โรตารีได้แรงดันจากห้องเผาไหม้ที่อยู่ภายในเสื้อโรเตอร์ หรือห้องเผาไหม้ (Housing) ซึ่งจะถูกซีลไว้อย่างดี ไม่ให้มีการรั่วไหลของแกส ตัวโรเตอร์เทียบได้กับลูกสูบของเครื่องยนต์ลูกสูบ โรเตอร์จะหมุนแบบเยื้องศูนย์ (Eccentric Shaft) โดยขอบของโรเตอร์สัมผัสกับห้องเผาไหม้อยู่ตลอดเวลา ตัวโรเตอร์ทำหน้าที่แยกห้องเผาไหม้ออกเป็น 3 ห้อง ขณะที่โรเตอร์หมุนอยู่ แต่ละห้องจะมีการหดและขยายตัวของแกสอยู่ตลอดเวลา

 

แต่ส่วนแตกต่างที่เห็นได้ชัดก็คือว่า ใน 1 รอบการหมุนของเพลาข้อเหวี่ยง เครื่องยนต์โรตารีจะสามารถสร้างกำลังได้ถึง 3 ครั้ง ผิดกับเครื่องยนต์ลูกสูบ ที่เพลาข้อเหวี่ยงต้องหมุนถึง 2 รอบ จึงจะสร้างกำลังได้ (โรตารี เพลาเยื้องศูนย์หมุน 1 รอบ สร้างกำลังได้ 1 ครั้ง/เครื่องยนต์ปกติ หมุน 1 รอบ สร้างกำลังได้ 0.5 ครั้ง) และการสร้างกำลังได้อย่างมหาศาลต่อการหมุน 1 รอบ ก็คือข้อได้เปรียบของเครื่องยนต์สูบหมุน

 

 

dummy desc.

ปี 1967 MAZDA เปิดตัว COSMO SPORT (คอสโม สปอร์ท) ซึ่งนับเป็นรถยนต์รุ่นแรกของโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์โรตารี 2 โรเตอร์ (TWO-ROTOR)

 

 

2511 Familia Rotary Coupe

ในปี 1968 เปิดตัว FAMILIA ROTARY COUPE (แฟมิเลีย โรตารี คูเป) ออกสู่ท้องถนนในฐานะรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์โรตารีคันที่ 2

 

 

2521 Savanna RX-7

ในปี 1978 MAZDA เปิดตัว RX-7 (อาร์เอกซ์-7) รถสปอร์ทที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์โรตารี ซึ่งเป็นการผลิตจำนวนมาก ถือเป็นยุคใหม่ของเครื่องยนต์โรตารี

 

2546 RX-8

ในปี 2003 ทีมงานได้พัฒนาเครื่องยนต์โรตารีรุ่นใหม่ และตั้งชื่อว่า RENESIS โดยการรวม RE (เช่นเดียวกับ รีสตาร์ท) และ NESIS (ส่วนสุดท้ายของคำว่า การกำเนิด) และนำมาใช้กับ RX-8 (อาร์เอกซ์-8) รถสปอร์ท 4 ประตู 4 ที่นั่ง

Mazda RX 8 Hydrogen RE

ในปี 2006 MAZDA กลายเป็นบริษัทแรกของโลกที่เปิดตัว RX-8 HYDROGEN RE (อาร์เอกซ์-8 ไฮโดรเจน อาร์อี) รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์โรตารีไฮโดรเจน

 

 

MAZDA ผงาดครองแชมพ์ยอดขายอันดับ 1 ตลาดรถ เอสยูวี

MAZDA ครองอับดับ 1 ด้านยอดขายรถครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี ในเดือนมิถุนายน 2563 ด้วยยอดจำหน่ายสูงเกือบ 1,200 คัน หลังจากที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ MAZDA ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถยนต์เซกเมนท์นี้เป็นครั้งที่ 2

 

ผลสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความมุ่งมั่นของ MAZDA ในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมภายใต้เทคโนโลยี SKYACTIV และปรัชญาการออกแบบ KODO DESIGN ที่ผสมผสานพลัง และความสวยงามเข้าไว้ด้วยกัน ตอบโจทย์ความต้องการใช้งานที่หลากหลาย และความปลอดภัยระดับสูงสุด

 

วิกฤตการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลต่อตลาดรถยนต์ในประเทศไทย อย่างรุนแรง โดยนับตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน 2563 ตลาดรถยนต์ของไทยมียอดขายรวมประมาณ 124,000 คัน (ตัวเลขประมาณการ) ขณะที่ MAZDA มียอดขายสะสมอยู่ที่ 5,256 คัน

 

สำหรับตลาดรถครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี ของไทย เฉพาะเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มียอดจำหน่าย 4,847 คัน (ไม่รวม PPV) ซึ่ง MAZDA มียอดจำหน่ายสูงสุดจำนวน 1,184 คัน แบ่งเป็น ALL-NEW MAZDA CX-30 (มาซดา ซีเอกซ์-30 ใหม่) จำนวนสูงถึง 700 คัน NEW MAZDA CX-5 (มาซดา ซีเอกซ์-5 ใหม่) จำนวน 230 คัน NEW MAZDA CX-3 (มาซดา ซีเอกซ์-3 ใหม่) จำนวน 173 คัน และ ALL-NEW MAZDA CX-8 (มาซดา ซีเอกซ์-8 ใหม่) จำนวน 81 คัน ทำให้ MAZDA ขึ้นแท่นครองแชมพ์บแรนด์ผู้จำหน่ายรถครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี สัญชาติญี่ปุ่น ในเดือนมิถุนายน และประสบความสำเร็จขึ้นไปอีกขั้นด้วยยอดจำหน่ายอันดับ 1 ของไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2020 (เมษายน-มิถุนายน) จำนวน 2,201 คัน จากยอดจำหน่ายรวมทุกบแรนด์ประมาณ 10,982 คัน

 

 

ยอดจำหน่ายรถ MAZDA ในประเทศไทย

 ปี 2000  7,243
 ปี 2001 5,920
 ปี 2002 8,227
ปี 2003  10,374
ปี 2004  14,130
ปี 2005  18,670
ปี 2006  16,046
ปี 2007 15,012
ปี 2008  11,178
ปี 2009  13,241
ปี 2010  35,143
ปี 2011  41,980
ปี 2012 59,372
ปี 2013 52,914
ปี 2014  34,326
ปี 2015 39,471
ปี 2016  42,537
ปี 2017  51,355
ปี 2018  70,475
ปี 2019 58,129

 

 

 

ทดสอบ MAZDA CX-SERIES 4 ทหารเสือ ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี

4 ทหารเสือ ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี ตระกูล CX (ซีเอกซ์) MAZDA ประกอบด้วย

 

รุ่นเล็ก CX-3 และกลาง CX-30 เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 156 แรงม้า และ 165 แรงม้า ส่วนรุ่นใหญ่ CX-5 แบบ 5 ที่นั่ง และ CX-8 แบบ 6-7 ที่นั่ง ใช้เครื่องยนต์่ดีเซล เทอร์โบ 2.2 ลิตร 175 แรงม้า และ 190 แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมแนวร่วมอย่างเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 165 แรงม้า กับเบนซิน เทอร์โบ 2.5 ลิตร 231 แรงม้า เป็นกำลังเสริม ใน CX-5 และ 2.5 ลิตร 194 แรงม้า ใน CX-8

 

 

MAZDA CX-3

 

CX-3 DATRON F copy

 

MAZDA CX-3 (มาซดา ซีเอกซ์-3) ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี ขนาดเล็ก หน้าตาโฉบเฉี่ยว อัดแน่นด้วยเทคโนโลยียานยนต์ที่ลํ้าสมัย

 

ไฟหน้าแบบพโรเจคเตอร์ แอลอีดี พร้อมระบบเปิด/ปิดไฟหน้า และปรับไฟสูง/ต่ำอัตโนมัติ ไฟเดย์ไทม์ รันนิง ไลท์ ไฟตัดหมอกทรงกลมแบบแอลอีดี กระจังหน้า SIGNATURE WING ของ MAZDA กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัว มีไฟแจ้งเตือนที่มุมกระจกซ้าย/ขวา เมื่อมีรถแซงขึ้นมา หรืออยู่ในจุดอับสายตา สเกิร์ทรอบคัน และขอบซุ้มล้อสีดำ ล้อขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 215/50 R18 สำหรับรุ่น 2.0 PROACTIVE และ 2.0 STYLE

 

CX3 DATRON R copy

 

MAZDA CX-3 มีมิติตัวรถ ยาว/กว้าง/สูง 4,275/1,765/1,535 มม. รูปทรงลู่ลมกว่า NISSAN KICKS E-POWER (นิสสัน คิคส์ อี-เพาเวอร์) (4,290/1,760/1,615 มม.) ดูกระชับกว่า HONDA HR-V (ฮอนดา เอชอาร์-วี) (4,294/1,772/1,605 มม.) MG ZS (เอมจี เซดเอส) (4,323/1,809/1,653 มม.) และ TOYOTA C-HR (โตโยตา ซี-เอชอาร์) (4,360/1,795/1,565 มม.) ในทุกมิติ

 

CX-3 IN 1 copy

 

CX-3 IN 2 copy

 

ห้องโดยสารสไตล์สปอร์ท มาตรวัดรอบทรงกลม ตัวเลขความเร็วแบบดิจิทอล ตรงกลางหน้าปัด คอนโซลหน้า และแผงข้างประตูตกแต่งด้วยชุดหนัง เบาะนั่งคู่หน้าโอบกระชับ ตะเข็บด้าย แบบรถสปอร์ท เบาะนั่งหลังสามารถปรับพับแยกอิสระซ้าย/ขวาได้แบบ 60:40 และปรับพับราบเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ

 

พวงมาลัยมัลทิฟังค์ชัน มีครูสคอนทโรล และแพดเดิล ชิฟท์ ติดตั้งเทคโนโลยีเชื่อมต่อ MZD CONNECT เสริมความปลอดภัยด้วยแอคทีฟ ดไรวิง ดิสพเลย์ สกรีนใสขนาดใหญ่ด้านผู้ขับ แสดงข้อมูลการขับขี่ ทั้งความเร็ว ระบบนำทาง หน้าจอ 7 นิ้ว แสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง

 

CX-3 IN 6 copy

 

ระดับเสียงรบกวนในห้องโดยสาร (เดซิเบล A) ความเร็วคงที่ 60/80/100/120 กม./ชม. วัดได้ 51/55/58/65 เดซิเบล อยู่ในเกณฑ์ดี เงียบกว่า HONDA HR-V (61/64/67/69 เดซิเบล) TOYOTA C-HR (61/63/66/68 เดซิเบล) และ TOYOTA C-HR HYBRID (โตโยตา ซี-เอชอาร์ ไฮบริด) (60/62/66/69 เดซิเบล) ที่ใช้เครื่องเล็กกว่า

 

เครื่องยนต์เบนซิน ไดเรคท์อินเจคชัน SKY ACTIV-G ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว กำลังอัดสูงถึง 14.0:1 ให้กำลังสูงสุด 156 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. แรงบิดสูงสุด 20.8 กก.-ม. ที่ 2,800 รตน. รองรับน้ำมันแกสโซฮอล อี 85 ขับเคลื่อนด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมแมนวลโหมด ให้อัตราเร่งประทับใจตั้งแต่จังหวะออกตัว ช่วงเร่งแซงทางตรงยาว ทำได้ต่อเนื่อง ขับสนุก

 

MAZDA CX-3 ขึ้นนำคู่แข่งตั้งแต่ออกตัว ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 0-400 ม. ในเวลา 10.0/ 17.2 วินาที ความเร็วตีนปลาย 0-1,000 ม. ทำได้ 31.3 วินาที เร็วกว่าเครื่องยนต์ 1.8 ของ HONDA HR-V (11.5/18.4/32.7 วินาที) และ TOYOTA C-HR (12.2/18.7/33.5 วินาที) รวมทั้ง TOYOTA C-HR HYBRID (13.1/19.0/34.4 วินาที) ที่พ่วงมอเตอร์ไฟฟ้า

 

จังหวะเร่งแซง 60-100 กม./ชม. และ 80-120 กม./ชม. MAZDA CX-3 อยู่หัวแถวด้วยตัวเลข 5.1/6.4 วินาที เร็วกว่า HONDA HR-V (6.2/7.8 วินาที) TOYOTA C-HR (6.1/7.9 วินาที) และ TOYOTA C-HR HYBRID (7.1/9.4 วินาที)

 

อัตราสิ้นเปลืองจากความเร็วคงที่ 60/80/ 100/120 กม./ชม. เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ของ MAZDA CX-3 ทำได้ 27.3/21.6/17.8/13.8 กม./ลิตร อยู่ในเกณฑ์ประหยัด แม้จะไม่เท่ากับ TOYOTA C-HR ที่ใช้ระบบ HYBRID (39.1/24.1/ 16.1/14.4 กม./ลิตร) แต่ก็ใกล้เคียงกับเบนซิน 1.8 ลิตร (26.5/22.0/17.2/14.1 กม./ลิตร) และประหยัดกว่า HONDA HR-V (23.1/20.1/16.6/13.0 กม./ลิตร) MG ZS (22.3/19.9/16.1/11.2 กม./ลิตร) ทุกช่วงความเร็ว

 

ระบบรองรับเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ทำให้บังคับควบคุมรถง่าย ช่วงล่างแน่นหนึบ ขับสนุกในโค้ง พวงมาลัยแม่นยำ น้ำหนักเบรคดี แม้ว่าจะใส่ล้อขนาด 18 นิ้ว

 

จากผลทดสอบเบรคที่ความเร็ว 60-0/80-0/100-0 กม./ชม. หยุดนิ่งได้ในระยะ 15.4/28.2/ 43.6 ม. อยู่ในระดับพอใช้ ใกล้เคียงกับ HONDA HR-V (16.0/27.5/44.1 ม.) และ TOYOTA C-HR HYBRID (15.4/27.0/42.0 ม.) แต่เป็นรอง TOYOTA C-HR 1.8 (14.7/26.0/40.1 ม.)

 

ระบบความปลอดภัยใส่มาครบ ทั้งระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ระบบรักษาเสถียรภาพการทรงตัว ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และระบบควบคุมการลื่นไถล และมีระบบความปลอดภัยมาตรฐานใหม่ เช่น ระบบไฟหน้าแอลอีดีปรับการทํางานของไฟสูง/ต่ำ แยกอิสระซ้าย/ขวา โดยอัตโนมัติ ช่วยให้ไฟสูงไม่ไปรบกวนรถคันอื่น ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน (เตือนด้วยเสียงจากลำโพงด้านที่รถออกไป) และระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง รวมทั้งระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ ปรับระยะห่างจากรถคันหน้า ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรคอัตโนมัติ ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ ในรุ่นทอพ 2.0 STYLE

 

MAZDA CX-3 ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี กะทัดรัด คล่องตัวทั้งในและนอกเมือง เครื่องยนต์ให้กำลังมาเหลือเฟือ ขับสนุก คุ้มค่ากับราคาเริ่มต้น 768,000 บาท ในรุ่น 2.0 BASE และราคา 1,048,000 บาท ในรุ่นทอพ 2.0 STYLE ที่จัดเต็ม

 

 

 

MAZDA CX-30

MAZDA CX-30 (มาซดา ซีเอกซ์-30) รถอเนกประสงค์ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี ที่อยู่ตรงกลางระหว่าง MAZDA CX-3 กับ MAZDA CX-5

 

CX-30 DATRON F copy

 

MAZDA CX-30 มีหน้าตาคล้ายกับ MAZDA 3 FASTBACK (มาซดา 3 ฟาสต์แบค) รถ 5 ประตู ที่มีรูปทรงลู่ลม ไฟหน้าแอลอีดีทรงเรียว เปิด/ปิด และปรับระดับไฟหน้าสูง/ต่ำแบบอัตโนมัติ กระจังหน้ามีมิติความลึกแบบ SIGNATURE WING

 

กันชนแบบเสริมขอบล่างสไตล์ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี ต่อเนื่องไปถึงคิ้วขอบล้อ และประตู ไฟท้ายแอลอีดีทรงกลม สปอยเลอร์หลังสีดำบนกระจกบังลมหลังเหมือนกับ MAZDA 3 FASTBACK

 

CX-30 DATRON R copy

 

MAZDA CX-30 มีมิติตัวถัง ยาว/กว้าง/สูง 4,395/1,795/1,540 มม. ตัวรถใหญ่กว่า MAZDA CX-3 (4,275/1,765/1,535 มม.) ปราดเปรียวลู่ลมกว่าคู่แข่ง HONDA HR-V (4,294/1,772/1,605 มม.) และ TOYOTA C-HR (4,360/1,795/1,565 มม.) โฉบเฉี่ยวกว่า SUBARU XV (ซูบารุ เอกซ์วี) (4,465/1,800/1,615 มม.) และ TOYOTA COROLLA CROSS (โตโยตา โคโรลลา ครอสส์) (4,460/ 1,825/1,620 มม.)

 

CX-30 IN 1 copy

 

CX-30 IN 2 copy

 

ห้องโดยสารคล้ายกับ MAZDA 3 (มาซดา 3) แผงหน้าปัด และมาตรวัดดิจิทอลแบบ TFT LCD ขนาด 7 นิ้ว พวงมาลัยมัลทิฟังค์ชัน 3 ก้าน ดีไซจ์นสปอร์ท จอระบบสัมผัสขนาด 8.8 นิ้ว พร้อมความบันเทิง MAZDA CONNECT รองรับ APPLE CAR PLAY และ ANDROID AUTO ระบบเสียง BOSE รอบทิศทางพร้อมลำโพง 12 ตัว ในรุ่น SP

 

CX-30 IN 3 copy

 

เบาะนั่งผู้ขับปรับได้ 10 ทิศทาง ด้วยระบบไฟฟ้า และบันทึกได้ 2 ตำแหน่ง เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า ปรับได้ 6 ทิศทาง พนักพิงเบาะหลังแยกพับได้ 60:40 มีพื้นที่บรรจุสัมภาระ 430 ลิตร และเพิ่มเป็น 1,432 ลิตร เมื่อพับเบาะ ส่วนระดับเสียงในห้องโดยสาร จากความเร็วคงที่ 60/80/100/120 กม./ชม. วัดได้ 61/63/66/69 เดซิเบล อยู่ในระดับพอใช้ ใกล้เคียง HONDA HR-V (61/64/67/69 เดซิเบล) TOYOTA C-HR (61/63/66/68 เดซิเบล) แต่เป็นรอง SUBARU XV (52/56/62/66 เดซิเบล)

 

เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ของรถ MAZDA CX-30 ให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า มากกว่า MAZDA CX-3 (156 แรงม้า) ที่ 6,000 รตน. เท่ากัน และแรงบิดสูงสุด 21.7 กก.-ม. ที่ 4,000 รตน. กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ

 

อัตราเร่งตีนต้น 0-100 กม./ชม. และ 0-400 ม. MAZDA CX-30 ทำได้ 11.0/18.0 วินาที อัตราเร่งตีนปลาย 0-1,000 ม. ในเวลา 32.2 วินาที ช้ากว่า MAZDA CX-3 (10.0/17.2/31.3 วินาที) แต่เร็วกว่า SUBARU XV (12.1/18.5/33.4 วินาที) HONDA HR-V (11.5/18.4/32.7 วินาที) TOYOTA C-HR (12.2/18.7/33.5 วินาที) และ TOYOTA C-HR HYBRID (13.1/19.0/34.4 วินาที)

 

ช่วงเร่งแซง 60-100 กม./ชม. และ 80-120 กม./ชม. ทำได้ 5.4/6.9 วินาที ใกล้เคียง MAZDA CX-3 (5.1/6.4 วินาที) แต่เร็วกว่า SUBARU XV (7.8/8.4 วินาที) HONDA HR-V (6.2/7.8 วินาที) และ TOYOTA C-HR (6.1/7.9 วินาที)

 

ส่วนอัตราสิ้นเปลืองวัดจากความเร็วคงที่ 60/80/100/120 กม./ชม. MAZDA CX-30 ทำได้ 29.6/23.4/18.0/15.1 กม./ลิตร ประหยัดกว่าทั้ง MAZDA CX-3 (27.3/21.6/17.8/13.8 กม./ลิตร) SUBARU XV (20.7/17.3/13.9/11.2 กม./ลิตร) HONDA HR-V (23.1/20.1/16.6/13.0 กม./ลิตร) และ TOYOTA C-HR (26.5/22.0/17.2/14.1 กม./ลิตร)

 

MAZDA CX-30 มีระบบควบคุมขับขี่อัจฉริยะ (GVC PLUS) ที่ปรับการทำงานของเครื่องยนต์ตามการหักเลี้ยวพวงมาลัยของผู้ขับ ควบคู่ไปกับการเบรคที่เหมาะสม ช่วยให้การควบคุมได้อย่างมั่นใจ ลดอาการโคลงตัว ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกสบายมากขึ้น

 

ผลทดสอบเบรคที่ความเร็ว 60/80/100 กม./ชม. MAZDA CX-30 อยู่ในเกณฑ์ดี ระยะเบรคจนหยุดสนิททำได้ 15.2/26.9/41.2 ม. ดีกว่า MAZDA CX-3 (15.4/28.2/43.6 ม.) และ HONDA HR-V (16.0/27.5/44.1 ม.) แต่เป็นรอง TOYOTA C-HR (14.7/26.0/40.1 ม.) และ SUBARU XV (14.2/25.2/38.1 ม.)

 

นอกจากระบบความปลอดภัยอย่างระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรคกะทันหัน และถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง เซนเซอร์กะระยะช่วยจอด ด้านหน้า 4 ตำแหน่ง/ด้านหลัง 4 ตำแหน่ง และระบบกล้องรอบคัน 360 องศา ช่วยให้เข้า/ออกช่องทางแคบได้สะดวก

 

รุ่นทอพ 2.0 SP ยังมีระบบไฟหน้าอัจฉริยะ ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกช่องจราจร ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องเลน ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ ระบบเตือนเมื่อมีรถในมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ระบบเตือนเมื่อมีรถในมุมอับสายตาขณะถอยหลัง ระบบเตือนการชนด้านหน้า และช่วยเบรค อัตโนมัติแบบ ADVANCE

 

MAZDA CX-30 ครบเครื่อง ทั้งรูปโฉมแนวสปอร์ท ความสะดวกสบายของห้องโดยสาร เครื่องยนต์แรงประหยัด ควบคุมง่าย และระบบความปลอดภัยเพียบพร้อม ขณะที่ราคาจำหน่ายเริ่มตั้งแต่ รุ่น 2.0 C ราคา 989,000 บาท 2.0 S ราคา 1,099,000 บาท และรุ่นทอพ 2.0 SP ราคา 1,199,000 บาท

 

 

 

MAZDA CX-5

MAZDA CX-5 (มาซดา ซีเอกซ์-5) เป็นครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี สไตล์สปอร์ทรุ่นแรกของค่าย และมีการปรับเส้นสายให้ทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมไฟหน้าเรียวยาว ซุ้มโป่งล้อขนาดใหญ่ตามแบบฉบับสายพันธุ์ลุย มีเครื่องยนต์ให้เลือก 3 แบบ คือ เบนซิน 2.0 ลิตร เบนซิน เทอร์โบ 2.5 ลิตร และดีเซล 2.2 ลิตร

 

CX-5 DATRON F copy

 

MAZDA CX-5 มีมิติตัวถัง ยาว/กว้าง/สูง 4,550/1,840/1,680 มม. ใหญ่กว่า MAZDA CX-3 (4,395/1,795/1,540 มม.) ลู่ลมกว่า HONDA CR-V (ฮอนดา ซีอาร์-วี) (4,571/1,855/1,689 มม.) MG HS (เอมจี เอชเอส) (4,574/1,876/1,664 มม.) และโฉบเฉี่ยวกว่า SUBARU FORESTER (ซูบารุ ฟอเรสเตอร์) (4,625/1,815/1,730 มม.)

 

CX-5 IN 1 copy

 

CX-5 IN 2 copy

 

ภายในห้องโดยสารของ MAZDA CX-5 มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางทั้ง 5 ที่นั่ง มาตรวัดแบบดิจิทอล ติดตั้งระบบแสดงข้อมูลการขับขี่สะท้อนแสงผ่านกระจกหน้า ระบบเครื่องเสียงของ BOSE พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง ซันรูฟแบบไฟฟ้า

 

CX-5 IN 3 copy

 

ระดับเสียงรบกวนในห้องโดยสาร ความเร็วคงที่ 60/80/100/120 กม./ชม. MAZDA CX-5 2.0 SP (เบนซิน) วัดได้ 51/55/60/64 เดซิเบล MAZDA CX-5 2.2 XDL (ดีเซล) วัดได้ 54/57/61/65 เดซิเบล เงียบกว่าทั้ง SUBARU FORESTER 2.0 I-S ES (56/59/63/67 เดซิเบล) และ HONDA CR-V 2.4 EL 4WD (59/63/66/68 เดซิเบล) HONDA CR-V DT EL 4WD (59/62/64/67 เดซิเบล) แต่ยังไม่เงียบเท่า MG HS X (49/53/58/62 เดซิเบล)

 

MAZDA CX-5 2.0 SP ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 165 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า ตอบสนองคันเร่งดี และประหยัดกว่ารถขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลาอย่าง SUBARU FORESTER 2.0 I-S ES (2.0 ลิตร 156 แรงม้า) และ HONDA CR-V 2.4 EL 4WD (2.4 ลิตร 175 แรงม้า) รวมถึง MG HS X (1.5 ลิตร เทอร์โบ 162 แรงม้า)

 

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. และ 0-400 ม. ทำได้ 11.5/18.1 วินาที อัตราเร่งตีนปลาย 0-1,000 ม. ในเวลา 32.9 วินาที ดีกว่า SUBARU FORESTER (12.8/19.1/34.1 วินาที) ใกล้เคียงกับ HONDA CR-V (11.0/18.1/32.2 วินาที) MG HS (10.6/17.9/32.4 วินาที)

 

สมรรถนะช่วงเร่งแซง 60-100 กม./ชม. และ 80-120 กม./ชม. ใช้เวลา 6.2/7.6 วินาที เร็วกว่า SUBARU FORESTER (7.7/8.2 วินาที) ใกล้เคียงกับ HONDA CR-V (6.3/7.3 วินาที) และแซง MG HS (5.2/7.9 วินาที) ในช่วงลอยตัว 80-120 กม./ชม.

 

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ความเร็ว 60/80/ 100/120 กม./ชม. ทำได้ 28.4/23.4/16.4/13.2 กม./ลิตร ประหยัดกว่า SUBARU FORESTER (27.4/20.6/16.1/11.8 กม./ลิตร) และดีกว่าเครื่องเล็กติดเทอร์โบ MG HS (23.8/19.2/14.7/11.0 กม./ลิตร) รวมทั้งเครื่องใหญ่ของ HONDA CR-V 2.4 (19.0/16.7/13.6/10.3 กม./ลิตร)

 

MAZDA CX-5 2.2 XD และ XDL ใช้เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ 2.2 ลิตร 190 แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อ ในรุ่น XDL ให้อัตราเร่งดี และไหลลื่นกว่า HONDA CR-V DT EL 4WD เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ 1.6 ลิตร 160 แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลาเช่นกัน

 

CX-5 DATRON R copy

 

อัตราเร่งตีนต้น 0-100 กม./ชม. และ 0-400 ม. ทำได้ 9.7/17.1 วินาที อัตราเร่งตีนปลาย 0-1,000 ม. ในเวลา 31.1 วินาที เร็วกว่า HONDA CR-V (11.0/17.8/32.7 วินาที)

 

สมรรถนะช่วงเร่งแซง 60-100 กม./ชม. และ 80-120 กม./ชม. ทำได้ที่ 4.9/6.3 วินาที เร็วกว่า HONDA CR-V (5.9/7.9 วินาที)

 

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ความเร็ว 60/80/ 100/120 กม./ชม. ทำได้ 30.1/24.5/18.6/14.5 กม./ลิตร อยู่ในเกณฑ์ประหยัด ดีกว่า HONDA CR-V (25.3/20.5/17.4/13.9 กม./ลิตร)

 

ระบบรองรับด้านหน้าแบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลงด้านหลังแบบอิสระ มัลทิลิงค์ พร้อมเหล็กกันโคลง ให้ความแน่นหนึบสไตล์สปอร์ท เอสยูวี รองรับทุกการใช้งาน

 

ผลทดสอบเบรคที่ความเร็ว 60/80/100 กม./ชม. MAZDA CX-5 2.0 SP อยู่ในเกณฑ์ดี หยุดได้ในระยะ 14.9/26.3/41.8 ม. พอๆ กับ HONDA CR-V 2.4 EL 4WD (15.0/26.2/42.0 ม.) MG HS X (15.0/27.1/41.8 ม.) และดีกว่า SUBARU FORESTER 2.0 I-S ES (15.1/27.6/43.0 ม.) เล็กน้อย

 

ขณะที่ MAZDA CX-5 2.2 XDL มีระยะเบรคที่ 15.1/26.5/42.1 ม. ก็ไม่ต่างกับ HONDA CR-V DT EL 4WD (14.7/26.2/42.1)

 

ระบบความปลอดภัยมีให้ทั้ง ครูสคอนทโรล แปรผันความเร็วตามรถคันหน้า ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตา ขณะถอยรถ นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมให้รถอยู่ในเลน เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ ด้วยระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง

 

MAZDA CX-5 2.0 SP คือ หนึ่งในทางเลือกของโมเดลนี้ ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 165 แรงม้า ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า ราคา 1,560,000 บาท เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เน้นอัตราเร่ง แต่เลือกความหรู และระบบความปลอดภัยแบบรุ่นทอพ ส่วนรุ่น 2.2 XDL ตรงใจผู้ที่ต้องการสมรรถนะสูง และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ประหยัด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา ซึ่งต้องแลกกับราคา 1,790,000 บาท

 

 

 

MAZDA CX-8

MAZDA CX-8 (มาซดา ซีเอกซ์-8) ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี อเนกประสงค์ระดับพรีเมียมแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง และ 6 ที่นั่ง เป็นการผสมผสานพแลทฟอร์มของ MAZDA CX-9 (มาซดา ซีเอกซ์-9) เข้ากับ MAZDA CX-5 มีมิติรถ ยาว/กว้าง/สูง 4,900/1,840/1,730 มม. ฐานล้อยาว 2,930 มม. ซึ่งยาว/สูงกว่า MAZDA CX-5 ถึง 350/50 มม. และมีฐานล้อยาวกว่า 230 มม.

 

CX-8 DATRON F copy

 

MAZDA CX-8 มีตัวรถยาวกว่าคู่แข่งแบบ 3 แถว อย่าง NISSAN X-TRAIL (นิสสัน เอกซ์-ทเรล) (4,690/1,820/1,740 มม.) HONDA CR-V (4,571/1,855/1,667 มม.) และฐานล้อยาวกว่า 225 มม. และ 268 มม.

 

CX-8 IN 1 copy

 

ห้องโดยสารสีโทนเข้ม จอแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับ APPLE CAR PLAY ระบบเสียง BOSE รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 โซน

 

เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง พร้อมระบบปรับเบาะดันหลังไฟฟ้า และระบบบันทึกตำแหน่งเบาะ 2 ตำแหน่ง

 

DSC_6260 copy

 

รุ่น XDL EXCLUSIVE (เอกซ์ดีแอล เอกซ์คลูซีฟ) มี 6 ที่นั่ง เบาะนั่งแถว 2 เป็นแบบ CAPTAIN SEAT 2 ที่นั่ง แยกอิสระซ้าย/ขวา คอนโซลกลางเป็นทั้งกล่องเก็บของ และที่วางแก้วน้ำ มีช่อง USB สำหรับชาร์จไฟ 2 ช่อง และมีม่านบังแดด

 

CX-8 IN 3 copy

 

เบาะนั่งแถว 3 รองรับผู้โดยสารที่มีความสูงถึง 170 ซม. และสามารถปรับพับแยกแบบ 50:50

 

MAZDA CX-8 มี 2 เครื่องยนต์ให้เลือก คือ เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่อัจฉริยะ DUAL S-VT ให้กำลังถึง 194 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. และแรงบิดสูงสุดถึง 26.3 กก.-ม. ที่ 4,000 รตน. ขับเคลื่อนล้อหน้า เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ในรุ่น 2.5 S และ 2.5 SP

 

เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ 2.2 ลิตร พร้อมระบบวาล์วไอเสียแปรผันอัจฉริยะ (VVT) และระบบเทอร์โบแปรผัน 2 ขั้น 190 แรงม้า ที่ 4,500 รตน. และแรงบิดสูงสุดถึง 45.9 กก.-ม. ที่ 2,000 รตน. ในรุ่น XDL และ XDL EXCLUSIVE มีกำลังมากกว่าเครื่องยนต์ใน MAZDA CX-5 (175 แรงม้า แรงบิด 43.0 กก.-ม.)

 

MAZDA CX-8 XDL EXCLUSIVE มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ (I-ACTIV AWD) ที่ช่วยปรับระบบการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพถนน โดยมีคู่แข่ง คือ HONDA CR-V DT EL 4WD เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ 1.6 ลิตร 160 แรงม้า และ HONDA CR-V 2.4 EL 4WD เครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร 175 แรงม้า NISSAN X-TRAIL 2.0VL 4WD เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร 171 แรงม้า และ NISSAN X-TRAIL 2.0VL 4WD HYBRID เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลัง 179 แรงม้า

 

CX-8 DATRON R copy

 

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. และ 0-400 ม. ในเวลา 10.2/17.5 วินาที ส่วนความเร็วปลาย 0-1,000 ม. ทำได้ 31.7 วินาที ซึ่งถือว่าดี ใกล้เคียงกับ MAZDA CX-5 2.2 XDL (9.7/17.1/31.1 วินาที) NISSAN X-TRAIL 2.0VL 4WD HYBRID (10.4/ 17.5/32.0 วินาที) และ NISSAN X-TRAIL 2.5VL 4WD (10.7/17.8/32.0 วินาที) เร็วกว่า HONDA CR-V DT EL 4WD (11.017.8/32.7 วินาที) และ HONDA CR-V 2.4 EL 4WD (11.0/18.1/32.2 วินาที)

 

ช่วงเร่งแซง 60-100 กม./ชม. และ 80-120 กม./ชม. ตอบสนองคันเร่งได้ดี โดยใช้เวลา 5.1/6.7 วินาที ใกล้เคียงกับ MAZDA CX-5 2.2 XDL (4.9/6.3 วินาที) เร็วกว่า HONDA CR-V DT EL 4WD (5.9/7.9 วินาที) HONDA CR-V 2.4 EL 4WD (6.3/7.3 วินาที) NISSAN X-TRAIL 2.0VL 4WD HYBRID (5.9/7.4 วินาที) และ NISSAN X-TRAIL 2.5VL 4WD (5.8/7.2 วินาที) ในทุกช่วงความเร็ว

 

เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบของ MAZDA CX-8 รองรับขนาดและน้ำหนักตัวได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้อัตราเร่งดีกว่าเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบขนาดเล็ก เหนือกว่าคู่แข่งเครื่องยนต์เบนซิน

 

ทดสอบเบรคที่ความเร็ว 60/80/100-0 กม./ชม. MAZDA CX-8 ทำได้ 15.6/27.0/42.0 ม. อยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย ใกล้เคียงกับ MAZDA CX-5 (15.1/ 26.5/42.1 ม.) และคู่แข่งอย่าง HONDA CR-V DT EL 4WD (14.7/26.2/42.1) และ HONDA CR-V 2.4 EL 4WD (15.0/26.2/42.0 ม.) แม้น้ำหนักตัวจะมากกว่าถึง 100 กก. และดีกว่า NISSAN X-TRAIL 2.0VL 4WD HYBRID (16.1/29.0/46.3 ม.) และ NISSAN X-TRAIL 2.5VL 4WD (17.1/29.7/45.7 ม.) ในทุกช่วง

 

MAZDA CX-8 ทุกรุ่น มีระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ GVC (G-VECTORING CONTROL) ที่ช่วยให้การควบคุมขับขี่ทำได้แม่นยำ

 

ระบบความปลอดภัยมาตรฐาน คือ ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน และขณะถอยหลัง นอกจากนี้ ยังมีตัวช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ขับขี่ อาทิ ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง ระบบควบคุมความเร็วคงที่ิ รักษาระยะห่างรถคันหน้า ระบบเตือนการชนด้านหน้า และช่วยเบรคอัตโนมัติ และระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติแบบ ADVANCE ที่เพิ่มขีดความสามารถในการตรวจจับคนเดินถนน

 

MAZDA CX-8 ลงตัวทั้งรูปร่างหน้าตา ความสะดวกสบาย และการใช้งาน ทั้ง 7 และ 6 ที่นั่ง รุ่น 2.5 S ราคา 1,599,000 บาท รุ่น 2.5 SP ราคา 1,699,000 บาท ดีเซล เทอร์โบ รุ่น XDL ราคา 1,899,000 บาท และรุ่น XDL EXCLUSIVE ราคา 2,069,000 บาท

 

 

 

“SUSTAINABLE ZOOM-ZOOM 2030”

 

_Mazda3_Hatch_028 copy

 

 

ALL-NEW MAZDA 3 ต้นแบบยนตรกรรมแห่งความสง่างาม การันตีด้วยรางวัลชนะเลิศรถยนต์ออกแบบยอดเยี่ยมของโลกประจำปี 2020 หรือ WORLD CAR DESIGN OF THE YEAR 2020 จากเวที “WORLD CAR AWARD” ซึ่งเป็นเวทีการประกวดรถยนต์ในระดับสากล เพื่อมอบรางวัลให้แก่รถยนต์ที่มีคุณลักษณะโดดเด่นที่สุดแห่งปี โดย MAZDA 3 ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้เป็นรุ่นที่ 2 ถัดจาก MAZDA MX-5 ที่เคยได้รับรางวัลนี้ในปี 2016

 

มาซดา มอเตอร์ คอร์พอเรชัน มีวิสัยทัศน์ในระยะยาว ภายใต้ชื่อ SUSTAINABLE ZOOM-ZOOM 2030 ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีเจเนอเรชันใหม่ที่จะเกิดขึ้นในปี 2030 และกำหนดทิศทางการพัฒนาธุรกิจของ MAZDA ให้มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคม ควบคู่กับการสร้างสรรค์เทคโนโลยี และนวัตกรรมต่างๆ ที่ช่วยให้รถยนต์ MAZDA มีทั้งความเพลิดเพลิน ความสนุกสนานในการขับขี่ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีความปลอดภัยระดับโลก

 

ความชัดเจนของปรัชญาการดำเนินธุรกิจ SUSTAINABLE ZOOM-ZOOM เริ่มเห็นเป็นรูปธรรมเมื่อ MAZDA ได้นำเทคโนโลยี SKYACTIV มาติดตั้งลงในรถยนต์รุ่นใหม่ทุกรุ่น จึงทำให้ลูกค้าทั่วโลกต่างพึงพอใจกับสมรรถนะของรถยนต์ MAZDA เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบที่น่าดึงดูดใจ, สมรรถนะการขับขี่เป็นเยี่ยม, ความปลอดภัยที่รู้สึกมั่นใจได้ การประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ตามแบบแผนของการดำเนินธุรกิจ

 

เรียกได้ว่าความสำเร็จที่เด่นชัดของเทคโนโลยี MAZDA SKYACTIV เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า MAZDA เดินมาถูกทาง ทั้งจำนวนยอดขาย และผลประกอบการที่ดีขึ้นกว่าในอดีต โดย SUSTAINABLE ZOOM-ZOOM 2030 จะเป็นการยกระดับปรัชญาการดำเนินธุรกิจไปอีกระดับหนึ่งด้วยการยึดหลักคิด การสร้างสรรค์โลกที่สวยงาม ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม และช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คน โดยมีการรวม 3 องค์ประกอบเข้าไว้ด้วยกัน 1. เพื่อโลก 2. เพื่อสังคม 3. เพื่อลูกค้าทั่วโลก ผ่านเครื่องยนต์เจเนอเรชันใหม่ ที่เรียกว่า SKYACTIV-X โดยเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-X จะกลายเป็นเครื่องยนต์เบนซินในเชิงพาณิชย์แห่งแรกของโลกที่ใช้การจุดระเบิดด้วยการอัดอากาศ



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ formula
ภาพโดย : ฝ่ายภาพ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2563
คอลัมน์ : รายงาน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/tIe7w
อัพเดทล่าสุด
3 Jul 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
1.2-1.6 ล้าน
2.
4.9-6.2 แสน
3.
3.2-5.2 ล้าน
4.
6.7-10.8 ล้าน
5.
5.2 ล้าน
6.
3.2-5.8 ล้าน
7.
3.3-7.6 ล้าน
8.
6.9 ล้าน
9.
0.8-1.0 ล้าน
10.
7.0-8.8 แสน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ
เพิ่มเพื่อน