สัมภาษณ์พิเศษ

วิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการบริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด


FORD ประเทศไทย ปรับแผนธุรกิจ หลังอุตสาหกรรมยานยนต์เจอวิกฤต COVID-19 หลังนำพาสู่การตลาดยุคใหม่ ทั้งด้านดิจิทอล มีเดีย ตัวแทนจำหน่าย การรับประกัน ฯลฯ “ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์พิเศษ วิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด

ฟอร์มูลา : วิกฤต COVID-19 กระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์โลก และ FORD (ฟอร์ด) อย่างไร ?

 

วิชิต : COVID-19 ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ ได้รับผลกระทบทั่วโลก ที่สำคัญที่สุดโรงงานผลิตรถยนต์ทั่วโลกต้องหยุดการผลิตชั่วคราว รวมถึง FORD แต่ถือว่าช่วยให้เกิดความสมดุลของยอดขาย และยอดผลิต เพราะหากดูยอดขายรถยนต์ของประเทศไทยเมื่อต้นปีที่ผ่านมาจะมีประมาณ 70,000 คัน/เดือน แต่เมื่อเจอกับ COVID-19 ยอดขายลดลงมาเรื่อยๆ เดือนเมษายน ลดลงเหลือเพียง 30,000 คัน แต่หลังจากนั้นในเดือนมิถุนายน ยอดขายเริ่มเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 40,000 คัน อีกทั้งโรงงานก็เริ่มเปิดการผลิตตามปกติ เราคาดว่าอุตสาหกรรมยานยนต์หลังจากนี้ จะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น แต่ยังคงไม่เหมือนเดิม ยอดขายโดยรวมปี 2563 นี้น่าจะอยู่ที่ 600,000 คัน จากที่เคยคาดว่าจะมียอดขายเกินกว่า 1 ล้านคัน

 

ส่วน FORD ได้รับผลกระทบ แต่ในวิกฤตยังมีโอกาส เพราะจากเดิมตลาดรถยนต์โดยรวมจะแบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 58 % และพิคอัพ 42 % แต่ช่วงพฤษภาคม-มิถุนายน ยอดขายของรถพิคอัพ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 50 % จะเห็นได้ว่ารถเพื่อการพาณิชย์ยังเป็นที่ต้องการ ทำให้ FORD ซึ่งมีความแข็งแกร่ง และความหลากหลายของรถประเภทนี้ เช่น FORD RANGER (ฟอร์ด เรนเจอร์) มีถึง 28 รุ่น FORD RANGER RAPTOR (ฟอร์ด เรนเจอร์ แรพเตอร์) พิคอัพ พรีเมียมสมรรถนะสูง รวมถึง FORD EVEREST (ฟอร์ด เอเวอเรสต์) เราจึงร่วมมือกับลีซิง จัดพโรแกรมส่งเสริมการขายแก่ลูกค้า และบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้เป็นเจ้าของรถยนต์ FORD ได้ง่ายขึ้น

 

ส่วนยอดขายของ FORD ครึ่งปีแรก ปรับตัวลดลงตามตลาดรถยนต์โดยรวม โดย FORD มียอดขายประมาณ 12,000 คัน และคาดการณ์ว่า ช่วงครึ่งปีหลังแนวโน้มตลาดรถยนต์น่าจะสดใส FORD น่าจะมียอดขายประมาณ 13,000-14,000 คัน หรือมียอดขายลดลง 40-50 % ซึ่งแตกต่างจากปีก่อนที่มียอดขายประมาณ 50,000 คัน แต่อย่างไรก็ตามถือว่าสอดคล้องกับตลาดโดยรวมรถยนต์ปี 2563

 

ฟอร์มูลา : FORD วางแผนเพื่อฟื้นตัวจากวิกฤตนี้อย่างไร ?

 

วิชิต : จากผลกระทบของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ลดลง FORD ได้ปรับแผนการตลาดไว้ 3 ระยะ คือ สั้น กลาง และยาว

 

ระยะสั้น จากผลกระทบของ COVID-19 พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง รัฐบาลขอความร่วมมือให้ประชาชนเว้นระยะห่าง FORD เน้นการทำตลาดแบบดิจิทอล ซึ่ง FORD มีความเข้มแข็งอยู่แล้ว โดยได้รับรางวัล THAILAND ZOCIAL AWARDS 5 ปีซ้อน เพราะที่ผ่านมา FORD มุ่งเน้นการทำตลาดแบบดิจิทอลมาอย่างต่อเนื่อง และในวิกฤตครั้งนี้ FORD ได้นำรูปแบบการตลาดออนไลน์มาปรับเปลี่ยนให้ใช้กับตัวแทนจำหน่าย เพื่อคลายความกังวลให้แก่ลูกค้า โดย FORD ปรับรูปแบบการตลาดเป็นแบบ ดิจิทอล ได้รับการตอบรับอย่างดี อันดับแรก ได้เข้าไปสนับสนุนตัวแทนจำหน่าย ปรับรูปแบบการทำงานระหว่างพนักงาน และลูกค้าให้มีการติดต่อผ่านระบบออนไลน์ เพื่อรักษาระยะห่าง ไม่ว่าจะเป็นการขาย การบริการ โดยมีโมบายล์เซอร์วิศไปบริการให้ลูกค้าถึงที่บ้าน ทำให้ลูกค้ารู้สึกปลอดภัย

 

นอกจากนี้ ภายในโชว์รูม ยังปรับรูปแบบการให้บริการ เพื่อเว้นระยะห่าง ไม่ว่าจะเป็นการจัดโชว์รถ ห้องรับรองลูกค้า และศูนย์บริการ รวมถึงออฟฟิศของพนักงานก็ยังปรับเปลี่ยนเพื่อเว้นระยะห่าง และพ่นยาฆ่าเชื้อเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจากสถานการณ์ปัจจุบันประเทศไทยจะผ่านวิกฤตนี้ไปในระยะเวลา 3-6 เดือน

 

อีกส่วนหนึ่ง FORD มองว่าตัวแทนจำหน่ายต้องมีความเข้มแข็ง และดำเนินธุรกิจอย่าง ต่อเนื่อง ดังนั้น FORD ได้ปรับดีมานด์ ซัพพลาย ให้ตัวแทนจำหน่ายมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมกับ รายได้ เช่น สตอค การลดภาระดอกเบี้ย รวมถึงการแนะแนวทางการตลาดดิจิทอล เพื่อให้ผ่านวิกฤตไปด้วยกัน

 

ส่วนระยะกลางถึงยาว FORD มั่นใจว่าจะมีผลิตภัณฑ์ที่สามารถแข่งขันในตลาดได้ เพราะที่ผ่านมา FORD ปฏิวัติผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถพิคอัพที่เน้นเรื่องออพชันต่างๆ ที่ถือเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมรถพิคอัพ พร้อมยังลงทุนในการพัฒนาจนได้ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นอย่าง FORD RANGER RAPTOR พิคอัพระดับพรีเมียมที่ยังไม่มีคู่แข่งในตลาด ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการรถพิคอัพที่มีเครื่องยนต์ และสมรรถนะดีที่สุด ปลอดภัยสูงสุด พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย

 

พร้อมกันนี้ ยังเน้นการพัฒนาบุคลากรหลากหลายรูปแบบ มีการอบรมอย่างต่อเนื่อง สร้างความแข็งแกร่งให้แก่ผู้แทนจำหน่าย พัฒนาการบริการไม่ว่าจะเป็น FORD FAMILY GUARANTEE เปิดบริการคอลล์เซนเตอร์ 1384 ให้บริการคำปรึกษา 7 วัน ตลอด 24 ชั่วโมง พโรแกรม QUICK TOUCH โทรศัพท์หาลูกค้าสอบถามความพึงพอใจ รับฟังข้อเสนอแนะ หลังจากเข้ารับบริการ โดยจะมีเจ้าหน้าที่โทรสอบถามหลังจากรับผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือเข้ารับบริการใน 3 วัน หากลูกค้าติดขัดเรื่องของผลิตภัณฑ์ก็จะได้รับคำตอบอย่างรวดเร็ว แสดงถึงความใส่ใจ และการดูแล เพื่อให้ FORD เข้าไปอยู่ในใจลูกค้ามากที่สุด

 

ฟอร์มูลา : กลยุทธ์ในการรุกตลาดครึ่งปีหลัง ?

 

วิชิต : FORD มองว่าการปลดลอคของรัฐบาลจะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยค่อยๆ ฟื้นตัว โดย FORD เข้ามาในเมืองไทยปีนี้เป็นปีที่ 25 ซึ่งวันที่ FORD เข้ามาในเมืองไทยถือว่าเป็นรายใหม่ในตลาด แต่มีความพร้อมทั้งผลิตภัณฑ์ การผลิต ตัวแทนจำหน่าย จนถึงปัจจุบัน FORD พร้อมที่จะเติบโต ด้วยผลิตภัณฑ์ที่สามารถ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม และถึงแม้ว่ารถพิคอัพในตลาดจะมีการแข่งขันที่รุนแรง แต่เรามั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ของ FORD สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้

 

และเพื่อเป็นการตอบแทนในความไว้วางใจของลูกค้า FORD ออกแคมเปญใหม่ “การรับประกันเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม.” แล้วแต่ระยะใดถึงก่อนสำหรับลูกค้าที่จอง และออกรถ FORD RANGER RAPTOR, FORD EVEREST และ FORD RANGER เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม  2563 ถึง 30 กันยายน 2563 โดยจะครอบคลุม ชิ้นส่วนต่างๆ ภายใต้กลุ่มเครื่องยนต์ กลุ่มส่งกำลัง และกลุ่มเพลาขับ รวม 157 กลุ่มอะไหล่

 

นอกจากนี้ FORD ยังจัดแคมเปญส่งเสริมการขายพิเศษ REFERRAL CAMPAIGN สำหรับลูกค้าปัจจุบันที่ใช้ FORD RANGER RAPTOR ที่แนะนำเพื่อนมาจอง และออกรถ FORD RANGER RAPTOR ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2563 สามารถเลือกรับพโรแกรมขยายเวลารับประกันเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง จากที่มีอยู่เดิมเป็น 10 ปี หรือ 150,000 กม. หรือเลือกรับบัตรกำนัลเพื่อเข้ารับบริการจาก FORD (SERVICE VOUCHER) มูลค่า 15,000 บาท อย่างใดอย่างหนึ่ง

 

ฟอร์มูลา : FORD มองว่าอุตสาหกรรม ยานยนต์ไทยจะมีวิวัฒนาการไปในด้านใด ?

 

วิชิต : FORD เชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าบุคลากรของไทยมีความสามารถ คุณภาพการผลิตของไทยสามารถที่จะแข่งขันได้กับต่างประเทศ พร้อมกันนี้ บริษัทรถยนต์ก็ได้เข้ามาลงทุนโดยใช้ไทยเป็นฐานการผลิต รวมทั้ง FORD ก็มีการลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีโรงงานถึง 2 แห่ง ได้แก่ ฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนู-แฟคเจอริ่งฯ (เอฟทีเอม) ที่เพิ่งฉลองครบรอบ 10 ปี เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2563 โรงงานแห่งนี้ FORD ลงทุนไปแล้วกว่า 3 หมื่นล้านบาท ส่วนอีกโรงงานหนึ่ง ออโต้อัลลายแอนซ์ฯ ครบรอบ 25 ปี เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2563 โดย 2 โรงงานนี้มีกำลังการผลิตกว่า 2 แสนคัน การลงทุนของ FORD เป็นการแสดงถึงความมั่นใจในศักยภาพของประเทศไทย

 

นอกจากการลงทุนด้านการผลิตแล้ว FORD ยังมีการวิจัยพัฒนาในเรื่องของผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยสินค้าเรือธง FORD RANGER และ EVEREST ได้พัฒนารุ่นใหม่ พร้อมใส่เทคโนโลยีที่ทันสมัย ไมว่าจะเป็นระบบความปลอดภัย ระบบ SYNC (ซิงค์) ระบบถอยจอด อีกทั้งยังมีการส่งออกไปจำหน่ายกว่า 180 ประเทศทั่วโลก



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : จินดา ลัยนันท์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2563
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/p94On
อัพเดทล่าสุด
25 Sep 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
0.8-1.0 ล้าน
2.
7.0-8.8 แสน
3.
5.1-5.4 แสน
4.
5.4-6.0 แสน
5.
6.0-7.3 แสน
6.
6.8-8.4 แสน
7.
5.1 ล้าน
8.
5.3-6.7 แสน
9.
5.4-6.8 แสน
10.
3.3-7.6 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ
เพิ่มเพื่อน