สาระเชิงโฆษณา

DUNLOP ENASAVE PREMIUM+ นวัตกรรมยางรถยนต์ ตอบโจทย์หน้าฝนได้อย่างปลอดภัย


การเลือกใช้ยางรถยนต์ให้คุ้มค่า ทั้งในเรื่องของราคา และการใช้งาน โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด เพราะบางครั้งนอกจากจะเจอทั้งสภาพถนนที่ย่ำแย่แล้ว ยังต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่เลวร้าย หน้าฝนอย่างนี้ต้องเลือกยางอย่างไรที่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างปลอดภัย

– ยางที่ไม่กลัวน้ำ

ยางที่มีประสิทธิภาพในการรีดน้ำที่ดี ให้สังเกตจากร่องยาง ซึ่งยาง DUNLOP (ดันลอพ) รุ่น ENASAVE PREMIUM+ (เอนาเซฟ พรีเมียม พลัส) มีลายดอกยางที่เพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะบนถนนเปียกมากกว่ารุ่นเดิม ENASAVE EC300+ (เอนาเซฟ อีซี 300 พลัส) โดย DUNLOP ENASAVE PREMIUM+ มีตัวเลขของค่าดัชนีการยึดเกาะถนนเปียกที่ดีขึ้น โดยสามารถลดระยะเบรค สั้นลง 8-12 เมตร

 

 

– ยางต้องหนึบทั้งทางตรง และทางโค้งบนถนนแห้ง

นอกจากระบบช่วงล่างต้องดีแล้ว แต่ถ้าใช้ยางไม่มีคุณภาพ ก็หลุดโค้งได้เหมือนกัน ดังนั้นควรเลือกหน้ายางที่มีเนื้อที่สัมผัสกับพื้นผิวถนนให้มากที่สุด รวมไปถึงโครงสร้างของยาง และแก้มยางจะต้องแข็งแรง เพื่อรองรับทั้งน้ำหนักตัวรถ และแรงเหวี่ยง

 

 

– ยางเหมาะสมกับประเภทรถ

DUNLOP มียางให้เลือกใช้มากมาย ล่าสุดได้เปิดตัวสุดยอดนวัตกรรมยางรถยนต์ใหม่ล่าสุด 2 รุ่น พร้อมกัน คือ DUNLOP GRANDTREK AT5 (ดันลอพ กแรนด์ทเรค เอที 5) ยางสำหรับรถยนต์ SUV PPV กระบะ กระบะยกสูง และ DUNLOP ENASAVE PREMIUM+ ยางสำหรับรถเก๋ง LUXURY SEDAN ตอบโจทย์หน้าฝน โดยยางทั้ง 2 รุ่นนี้ ผ่านการพิสูจน์แล้วว่า เป็นยางที่คุ้มค่า และปลอดภัย ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน อีกทั้งยังช่วยให้รถประหยัดน้ำมันมากขึ้น

 

 

DUNLOP ENASAVE PREMIUM+ ยางประหยัดน้ำมัน

DUNLOP ENASAVE PREMIUM+ เป็นยางที่เหมาะกับรถเก๋งขนาด กลาง-ใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นสุดยอดยางรถยนต์ที่ได้การรับรองมาตรฐานจาก UN/ECE ทั้งในส่วนของการลดใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และ สมรรถนะการยึดเกาะบนถนนเปียก บแรนด์แรก และบแรนด์เดียวในประเทศไทยที่ได้รับมาตรฐานในระดับเกรด A-A

 

DUNLOP ENASAVE PREMIUM+ มีค่าความต้านทานการหมุนต่ำกว่า และไปได้ไกลกว่า ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันได้มากกว่า สอดคล้องกับภาครัฐที่ส่งเสริม และให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม

 

ยาง DUNLOP ENASAVE PREMIUM+ มีค่าสัมประสิทธิ์ ของความต้านทานการหมุนอยู่ในระดับเกรด A ถือเป็นยางประหยัดน้ำมันอันดับ 1 ของตระกูล ENASAVE

 

นอกจากนี้ ตัวเลขของค่าดัชนีการยึดเกาะถนนเปียก (WET GRIP) ของยาง DUNLOP ENASAVE PREMIUM+ ยังได้ค่าตัวเลขที่ดีขึ้น โดยสามารถลดระยะเบรคให้สั้นลง 8-12 เมตร รวมไปถึงค่าระดับเสียงจากยางที่สัมผัสกับผิวถนนที่เงียบลง ถ้าเทียบกับยาง DUNLOP ENASAVE EC300+

66.8.4

 

DUNLOP ENASAVE PREMIUM+ เกิดจากการผสมผสานของ 2 นวัตกรรมทางเทคโนโลยี คือ SILICA POLYMER ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ และการใช้เทคโนโลยีของยางรถแข่งสำหรับหน้าฝน เรียกได้ว่าเป็นยางที่ประหยัดน้ำมัน และเกาะถนนได้ดี ทั้งถนนแห้ง และเปียก

 

DUNLOP ENASAVE PREMIUM+ ยางสำหรับรถเก๋ง LUXURY SEDAN ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว เพราะจากการทดสอบในสนามทั้งเรื่องเสียง, การควบคุมการขับขี่, การเปลี่ยนเลนกะทันหัน และการเบรคบนพื้นเปียก DUNLOP ENASAVE PREMIUM+ แสดงประสิทธิภาพออกมาให้สื่อมวลชนหลายสำนักที่ร่วมเป็นสักขีพยานในวันที่ทดสอบเห็นแล้วกับตา ว่าดีจริง สมคำเล่าลือ

 

สำหรับใครที่สนใจยางรถยนต์ DUNLOP ENASAVE PREMIUM+ ยางสำหรับรถเก๋ง LUXURY SEDAN เริ่มวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้านตัวแทนยาง DUNLOP เฉพาะ SIZE 215/55R17 ที่มีจำนวนจำกัดเพียง 1,000 เส้นเท่านั้น ใครที่อยากเป็นเจ้าของ ห้ามพลาด !?

 

 

การทดสอบหัวข้อยางประหยัดน้ำมัน ใช้ TOYOTA CAMRY (โตโยตา แคมรี) รุ่นล่าสุด ใส่ยาง DUNLOP ENASAVE PREMIUM+ ขนาด 215/55R17 เปรียบเทียบกับยางคู่แข่ง โดยมีการสาธิตก่อนการร่วมทดสอบ ถึงประสิทธิภาพค่าสัมประสิทธิ์ของความต้านทานการหมุน (ROLLING RESISTANCE COEFFICIENT) เปรียบเทียบโดยการปล่อยรถยนต์ทั้ง 2 คัน ให้ไหลลงจากรถสไลด์ออนในองศาที่เท่ากัน ซึ่งจากการทดสอบจะเห็นได้ชัดเจนว่า ยาง DUNLOP ENASAVE PREMIUM+ มีค่าความต้านทานการหมุนต่ำกว่า และไปได้ไกลกว่ายางคู่แข่ง ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันได้มากกว่า

 

สื่อมวลชนร่วมทดสอบในแต่ละสถานี ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบเรื่องเสียง, การควบคุมการขับขี่ และการเปลี่ยนเลนอย่างกะทันหัน รวมไปถึงการเบรคบนพื้นเปียก ซึ่งเป็นอีกคุณสมบัติเด่นของยางตัวนี้ที่ใช้ WET GRIP POWDER เทคโนโลยีเดียวกับที่พัฒนายางรถแข่งสำหรับใช้ในหน้าฝน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะบนถนนเปียก ซึ่งรถคันที่ใช้ยาง DUNLOP ENASAVE PREMIUM+ ให้ประสิทธิภาพดีกว่ายางคู่แข่ง



------------------------------
เรื่องโดย : ธนสาร เสาวมล
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2563
คอลัมน์ : สาระเชิงโฆษณา
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/lGSz6
อัพเดทล่าสุด
25 Sep 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
0.8-1.0 ล้าน
2.
7.0-8.8 แสน
3.
5.1-5.4 แสน
4.
5.4-6.0 แสน
5.
6.0-7.3 แสน
6.
6.8-8.4 แสน
7.
5.1 ล้าน
8.
5.3-6.7 แสน
9.
5.4-6.8 แสน
10.
3.3-7.6 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ