วิถีตลาดรถยนต์

ยังแผลงฤทธิ์ต่อไป


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์สะสม มกราคม-พฤษภาคม 2020/2019

ตลาดโดยรวม -38.2 %
รถยนต์นั่ง -42.2 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) -31.9 %
กระบะ 1 ตัน -37.2 %
รถเพื่อการพาณิชย์ และรถประเภทอื่นๆ -22.6 %

 

 

การซื้อขายรถใหม่ป้ายแดงในช่วงที่สถานการณ์การระบาดของเจ้า COVID-19 ในเดือนพฤษภาคม 2563 นี้มีการซื้อขายรถยนต์รุ่นใหม่ ยี่ห้อต่างๆ รวมกันทั้งสิ้น 40,418 คัน เมื่อเทียบกับยอดจำหน่ายของเดือนพฤษภาคมปี 2562 แล้วเป็นตัวเลขการจำหน่ายรถยนต์ใหม่ที่ปรับตัวลดลงถึง 54.1 % รถยนต์ที่จำหน่ายได้มากที่สุดมีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดยังคงเป็น TOYOTA (โตโยตา) โดยจำหน่ายได้ 13,585 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดที่ 33.6 % แต่ก็เป็นยอดจำหน่ายที่ปรับตัวลดลง 53.7 % เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคมปี 2562 ตามด้วย ISUZU (อีซูซุ) จำหน่ายได้ 10,130 คัน ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 25.1 % เป็นยอดจำหน่ายที่ลดลง 35.3 % ต่อด้วย HONDA (ฮอนดา) จำหน่ายได้ 4,178 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 10.3 % ปรับลดลง 62.8 % MITSUBISHI (มิตซูบิชิ) จำหน่ายได้ 2,767 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 6.8 % ลดลง 62.1 % และ NISSAN (นิสสัน) จำหน่ายได้ 2,671 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 6.6 % ลดลง 50.4 %

 

ส่วนยอดจำหน่ายสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม มาจนถึงเดือนพฤษภาคมนี้ มีตัวเลขรวมอยู่ที่ 270,591 คัน ลดลง 38.2 % จากช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2562 รถยนต์ที่มียอดจำหน่ายสะสมรวมมากที่สุดในห้วงระยะเวลาดังกล่าวนี้เป็น TOYOTA จำหน่ายแล้วรวม 80,691 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดที่ 29.8 % เป็นยอดจำหน่ายที่ลดลง 43.3 % เมื่อเทียบกับห้วงเวลาเดียวกันของปี 2562 อันดับ 2 เป็น ISUZU จำหน่ายแล้วรวม 59,393 คัน ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 21.9 % ลดลง 21.8 % อันดับ 3 HONDA จำหน่ายแล้ว 35,504 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 13.1 % ลดลง 32.4 % อันดับ 4 MITSUBISHI จำหน่ายแล้ว 21,760 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 8.0 % ลดลง 42.7 % และอันดับ 5 NISSAN จำหน่ายแล้ว 17,979 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 6.6 % ลดลง 38.3 %

 

รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่เป็นรถพิคอัพ 1 ตันนั้น เดือนพฤษภาคม 2563 มีการซื้อขายกันเกิดขึ้น 23,137 คันลดลง 47.5 % เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคมปี 2562 ซึ่งตลาดนี้รถยนต์ที่จำหน่ายออกไปมากสุดมีการสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งกันอีกครั้ง และเป็น ISUZU ที่กลับขึ้นมาอยู่อันดับ 1 อีกเดือนหนึ่ง โดยจำหน่ายได้ 9,318 คัน ได้ส่วนแบ่งการตลาดไป 40.3 % อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เมื่อนำไปเทียบกับตัวเลขยอดจำหน่ายของเดือนพฤษภาคม 2562 แล้วปรากฏว่าเป็นตัวเลขยอดจำหน่ายที่หดหายลงไป 34.7 % TOYOTA อันดับ 1 เดือนเมษายนที่ผ่านมาหล่นมาอยู่ในอันดับ 2 แทน ISUZU จากยอดจำหน่าย 9,138 คัน ได้ส่วนแบ่งการตลาดไป 39.5 % เป็นยอดจำหน่ายที่ลดลง 48.2 % อันดับ 3 MITSUBISHI ขึ้นมาจากอันดับ 4 ในเดือนที่แล้ว จำหน่ายได้ 1,823 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดเท่ากับ 7.9 % เป็นยอดจำหน่ายที่ลดลง 50.9 % อันดับที่ 4 FORD (ฟอร์ด) หล่นมาจากอันดับ 3 เดือนที่แล้ว จำหน่ายได้ 1,386 คัน ส่วนแบ่งการตลาดเท่ากับ 6.0 % ลดลง 70.1 % และอันดับ 5 คงเส้นคงวามาตลอดสำหรับ NISSAN เดือนนี้จำหน่ายได้ 1,018 คัน ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 4.4 % ลดลง 48.2 %

 

mart4wh202009

 

รวม 5 เดือนแรกของปี 2563 รถพิคอัพ 1 ตัน ทั้งตลาดจำหน่ายรวมกันแล้วได้ 136,833 คัน เป็นตัวเลขยอดจำหน่ายที่ปรับตัวลดลง 37.2 % เมื่อเทียบกับ 5 เดือนแรกของปี 2562 และเป็น ISUZU ที่ยังคงยืนหนึ่งอยู่สำหรับตำแหน่งรถพิคอัพที่จำหน่ายขายดีที่สุดโดย 5 เดือนแรกนี้จำหน่ายไปแล้วรวม 55,205 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดที่ 40.3 % แต่ก็เป็นตัวเลขที่ปรับตัวลดลง 21.3 % เมื่อเทียบกับ 5 เดือนแรกของปี 2562 อันดับ 2 เริ่มถูกขยายระยะห่างออกไปสำหรับ TOYOTA โดยจำหน่ายแล้วรวม 48,890 คัน ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 35.7 % เป็นยอดจำหน่ายที่ลดลง 40.4 % อันดับ 3 เป็น MITSUBISHI จำหน่ายแล้วรวม 12,854 คัน ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 9.4 % ลดลง 39.5 % อันดับ 4 FORD จำหน่ายแล้วรวม 9,792 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 7.2 % ลดลง 58.1 % และอันดับ 5 NISSAN จำหน่ายแล้วรวม 6,246 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 4.6 % ลดลง 45.2 %

 

ในภาคส่วนของรถเอสยูวี หรือรถกิจกรรมกลางแจ้ง MG (เอมจี) จากจืนแผ่นดินใหญ่ยังคงครองความเป็นผู้นำทางด้านของยอดจำหน่ายต่อเนื่องต่อไป ทั้งในยอดจำหน่ายรายเดือน และยอดจำหน่ายสะสมรวม โดยจากยอดจำหน่ายรวมทั้งตลาดในเดือนพฤษภาคม 2563 ที่ 3,082 คัน ซึ่งลดลงจากเดือนพฤษภาคมปี 2562 ถึง 49.7 % นั้นเป็นของรถยนต์ MG เสีย 896 คัน ได้ส่วนแบ่งการตลาดไป 29.1 % แต่เป็นตัวเลขยอดจำหน่ายที่ลดลง 36.0 % เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคมปี 2562 ส่วนรถเอสยูวีที่จำหน่ายได้มากสุดอีก 4 อันดับนั้น ประกอบด้วย HONDA 664 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 21.5 % ลดลง 74.6 % MAZDA 548 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 17.8 % เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2562 ถึง 81.5 % NISSAN 414 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 13.4 % เพิ่มขึ้นมากถึง 239.3 % และ TOYOTA 311 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 10.1 % ลดลง 77.2 %

 

ยอดจำหน่ายของรถยนต์ประเภทนี้ ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม มีตัวเลขยอดจำหน่ายรวมกันทั้งสิ้น 20,268 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 31.9 % MG ยืดอกอยู่บนอันดับ 1 ของตารางด้วยยอดจำหน่ายรวม 5,898 คัน ถือครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ 29.1 % น่าเสียดายที่เป็นตัวเลขที่ลดน้อยลง 9.5 % อันดับ 2 เป็นของ HONDA ด้วยยอดจำหน่ายรวมที่ห่างกันยังไม่มากเท่าไร 5,802 คัน ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 28.6 % เป็นยอดจำหน่ายที่ลดลง 54.7 % อันดับ 3 MAZDA จำหน่ายแล้วรวม 2,822 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 13.9 % เพิ่มขึ้น 9.9 % อันดับ 4 CHEVROLET จำหน่ายแล้ว 2,479 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 12.2 % และอันดับ 5 เป็นของพี่ใหญ่ TOYOTA จำหน่ายแล้วรวม 1,930 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 9.5 % ลดลง 67.1 %

 

ซึ่งในส่วนของรถพิคอัพ และรถเอสยูวี ในเดือนพฤษภาคมนี้มีการนำไปแจ้งจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกรวมทั้งสิ้น 29,387 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา 45.4 % สำหรับรถยนต์เพื่อการพาณิชย์อื่นๆ ยกเว้นรถยนต์นั่ง เดือนพฤษภาคมนี้จำหน่ายไปรวม 2,466 คัน ลดลง 42.5 % 5 เดือนแรกของปี 2563 จำหน่ายรวมกันแล้ว 14,542 คัน ลดลง 22.6 %



------------------------------
เรื่องโดย : ขุนสัญจร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กันยายน ปี 2563
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Rgnyk
อัพเดทล่าสุด
25 Sep 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
0.8-1.0 ล้าน
2.
7.0-8.8 แสน
3.
5.1-5.4 แสน
4.
5.4-6.0 แสน
5.
6.0-7.3 แสน
6.
6.8-8.4 แสน
7.
5.1 ล้าน
8.
5.3-6.7 แสน
9.
5.4-6.8 แสน
10.
3.3-7.6 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ