รู้ทันเทคนิค

ALL-NEW NISSAN ARIYA ไปได้ไกลกว่า พร้อมสมรรถนะเหนือระดับ


ช่วงเวลานี้ เราเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่มีแนวโน้มชัดเจนขึ้น ถึงการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีของรถยนต์ จากการขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน ไปสู่การขับเคลื่อนแบบไร้มลพิษ หรือพลังงานไฟฟ้า ถ้ามองย้อนกลับไปในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เราเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นในหลายๆ ประเทศ ถึงข้อกำหนดในการยกเลิกการจำหน่ายรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นตั้งแต่ในราวปี 2025 เป็นต้นไป ความชัดเจนของแนวทางในหลายๆ ประเทศที่วางรากฐานในการช่วยกันลดมลพิษ ซึ่งส่งผลโดยตรงกับโลกของเรา ถ้ามองในบ้านเรานั้นความชัดเจนยังไม่มากนักในฟากฝั่งของภาครัฐ แต่ในส่วนของค่ายรถยนต์ เราเห็นความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ

ใช้พแลทฟอร์มเดียวกันหลายรุ่น

เราเห็นได้จากการออกแบบ “พแลทฟอร์ม” หรือโครงสร้างหลักของตัวรถ ถ้าให้เห็นภาพที่ชัดเจนของคำว่า “พแลทฟอร์ม” นั้นก็คือ โครงสร้างพื้นรถที่ประกอบด้วย เครื่องยนต์ และช่วงล่างนั่นเอง ซึ่งรถยนต์ฟากฝั่งญี่ปุ่นนั้นมีการใช้พแลทฟอร์มร่วมกันในรถหลายรุ่นมานานแล้ว เป็นการลดต้นทุนได้มาก เพราะการพัฒนาโครงสร้าง และพแลทฟอร์มนั้นใช้เงินทุนสูงมาก เราจึงมีพแลทฟอร์มเดียวในรถหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นคูเป, ซีดาน, แฮทช์แบค, เอสยูวี ฯลฯ ส่วนขุมกำลังนั้นก็มีทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน, ไฮบริด และรถพลังงานไฟฟ้า การออกแบบที่สามารถนำมาปรับเปลี่ยนได้หลากหลายนี้ ช่วยลดต้นทุน และสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตามความต้องการของแต่ละกลุ่มตลาดที่แตกต่างกันไป

 

68.2

 

ขับเคลื่อนได้ทั้งแบบ 2WD และ 4WD

ด้วยการวางรูปแบบพแลทฟอร์มที่ดี ยังสามารถวางรูปแบบของระบบขับเคลื่อน และระบบการชาร์จที่มีประสิทธิภาพ ด้วยความต้องการของลูกค้าอันหลากหลาย สามารถเลือกกำหนดค่าต่างๆ ตามความต้องการในการขับขี่ของลูกค้าที่หลากหลาย สามารถวางรูปแบบการขับเคลื่อนได้ทั้งแบบ 2WD และ 4WD รวมถึงขนาดความจุของแบทเตอรีให้เลือกตามความเหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน ซึ่งส่งผลโดยตรงกับราคาของตัวรถ ยกตัวอย่างเช่น ถ้ากลุ่มลูกค้าใช้งานในเมืองเป็นหลักไม่ได้วิ่งระยะทางไกลๆ เป็นประจำ ดังนั้นระบบขับเคลื่อน 2 ล้อกับความจุของแบทเตอรีไม่มากนัก ก็เพียงพอกับการใช้งาน ส่วนกลุ่มลูกค้าที่ต้องใช้งานในพื้นที่หนาว มีหิมะตก หรือพื้นผิวเป็นน้ำแข็ง ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อจะเหมาะกับการใช้งานมากกว่า ด้วยเทคโนโลยีการควบคุม E-FORCE ที่สามารถจัดวางมอเตอร์ขับเคลื่อนได้ทั้ง 2 รูปแบบ สามารถควบคุมการส่งถ่ายกำลังลงสู่ล้อทั้ง 4 ในทุกสภาพอากาศ

 

68.3

 

วิ่งได้ไกลถึง 610 กม.

ALL-NEW NISSAN ARIYA (นิสสัน อารียา ใหม่) ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อนั้น มีความแรงของมอเตอร์ขับเคลื่อนให้เลือก 2 ระดับ พร้อมกับความจุของแบทเตอรีเช่นกัน มอเตอร์ขนาด 160 กิโลวัตต์ มีแรงบิด 30.6 กก.-ม. (300 นิวตัน-เมตร) จับคู่กับแบท เตอรีความจุ 65 กิโลวัตต์ชั่วโมง มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.5 วินาที สามารถวิ่งได้ไกล 450 กม. ทำความเร็วสูงสุดได้ 160 กม./ชม. และขยับความแรงขึ้นเป็นมอเตอร์ขนาด 178 กิโลวัตต์ มีแรงบิด 30.6 กก.-ม. (300 นิวตัน-เมตร) จับคู่กับแบทเตอรีความจุ 90 กิโลวัตต์ชั่วโมง มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.6 วินาที สามารถวิ่งได้ไกล 610 กม. ทำความเร็วสูงสุดได้ 160 กม./ชม. ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อรุ่นเริ่มต้นนั้น มอเตอร์ขับเคลื่อนทั้ง 2 ตัวมีกำลังรวม 250 กิโลวัตต์ มีแรงบิด 57.1 กก.-ม. (560 นิวตัน-เมตร) จับคู่กับแบทเตอรีความจุ 65 กิโลวัตต์ชั่วโมง มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.4 วินาที สามารถวิ่งได้ไกล 430 กม. ทำความเร็วสูงสุดได้ 200 กม./ชม. และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีสมรรถนะสูงสุด คือ มอเตอร์ขนาด 290 กิโลวัตต์ มีแรงบิด 61.2 กก.-ม. (600 นิวตัน-เมตร) จับคู่กับแบทเตอรีความจุ 90 กิโลวัตต์ชั่วโมง มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.1 วินาที สามารถวิ่งได้ไกล 580 กม. ทำความเร็วสูงสุดได้ 200 กม./ชม.

 

จะเห็นว่ามอเตอร์ขับเคลื่อนมีสมรรถนะสูงทั้งแรงม้า แรงบิด ด้านแบทเตอรีเองนั้นก็มีความจุมากขึ้น มีให้เลือกหลากหลายตามความต้องการในการใช้งาน นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนรูปแบบใหม่ที่จะเริ่มวางตลาดในอีกไม่นานนี้



------------------------------
เรื่องโดย : พหลฯ 30
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กันยายน ปี 2563
คอลัมน์ : รู้ทันเทคนิค
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/29Jf1
เพิ่มเพื่อน