รอบรู้เรื่องรถ

เสพสื่อออนไลน์ ต้องใช้ตรรกะ


ก่อนอื่นใดทั้งหมด ผมขอแสดงความยินดีต่อผู้อ่าน หรือที่จริงควรจะ บอกว่า ต่อพวกเราประชาชนชาวไทยทั้งชาติ ที่รอดพ้นจากสถานการณ์อันน่าสะพรึงกลัวจากโรคระบาดมาได้ในระดับนี้ (วันที่ผมพิมพ์ต้นฉบับอยู่นี้ คือ วันที่ 25 พฤษภาคม) และขอขอบคุณแทนประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ ต่อบุคลากรด้านสาธารณสุข ที่ได้ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ ปฏิบัติงานกันอย่างที่เรียกว่า ไม่รู้วันรู้คืน รักษาผู้เคราะห์ร้ายจนรอดชีวิตจากโรคร้ายนี้ โดยไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะมาจากถิ่นใด หรือประเทศไหนก็ตาม นอกจากนี้ข้าราชการที่รับภาระด้านอื่นๆ ในสังกัดหลายกระทรวงด้วยกันทั้งประเทศ ก็มีส่วนร่วมให้ภารกิจนี้ลุล่วงไปได้อย่างดียิ่ง ที่จริงแล้วพวกเราน่าจะได้รับการชมเชยมากกว่าที่เป็นอยู่นี้ ในระดับสากลนะครับ แต่ชนชาติในประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหลาย โดยเฉพาะพวก “ผิวขาว” ถูกหล่อหลอมให้หลงตัวเองว่า ต้องเป็นพวกเขาเท่านั้น ที่เก่งกาจที่สุด และทุกเรื่องในโลกนี้ด้วย จึงทำ ได้เพียงยอมรับในใจกันเท่านั้น ผสมกับความอิจฉาริษยาไปด้วย เรื่องที่จะมายอมรับ และชมเชยพวกเราเป็นทางการอย่างเปิดเผยนั้น อย่าได้หวัง เป็นอันขาดครับ ส่วนที่เราพอจะได้รับความชมเชยในเรื่องนี้อยู่บ้างนั้น ก็มักจะมาจากปัจเจกบุคคลเท่านั้น

ที่จริงแล้ววิกฤตครั้งนี้ยังมิได้ผ่านพ้นไปนะครับ ถ้าเปรียบกับกีฬาชกมวย ตามที่นายแพทย์ซึ่งทำหน้าที่โฆษกชอบใช้ประโยคเปรียบเทียบว่า “การ์ดอย่าตก” ก็ต้องบอกว่า แค่ทำคะแนนนำมาอย่างดีมาก มาแค่ไม่กี่ยกเท่านั้น แต่ก็ยังไม่รู้ผลลัพธ์ เพราะเหลืออีกหลายยกกว่าจะจบการแข่งขัน ก็หวังว่าประชาชนชาวไทยจะร่วมใจปฏิบัติตนกัน ตามที่ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ให้คำแนะนำ เหมือนดังที่ผ่านมานะครับ

 

นอกจากการระบาดของโรคร้ายในครั้งนี้ จะทำให้เราได้เห็นความมีน้ำใจของคนไทย ที่หาได้ยากในชนชาติอื่น โดยเฉพาะพวกที่ชอบยืดคอว่าเป็นชนชาติที่พัฒนาแล้ว เรายังได้เห็นหรือรับรู้สิ่งที่พวกเราไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลยว่า ยามที่คับขันยิ่งยวด พวกเรามีความคิดดีกว่า เหนือกว่าคนพวกที่ว่านี้มากมายครับ พวกเราใส่หน้ากากอนามัย และรักษาระยะระหว่างกันตามที่ได้รับคำแนะนำ ยอมอดทนอยู่แต่ในที่พักอาศัย ไม่บ้าคลั่งฝ่าฝืนกฎ เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อหรือติดโรค ออกไปแหกปากเรียกหาอิสรภาพ ใครที่เคยยกย่อง “บูชา” ชนชาติพวกนี้ (ผมไม่ตำหนินะครับ อย่างตัวผมนี่ก็ถูกรัฐบาลทุกยุค เสี้ยมให้มีความเชื่อเช่นนี้มาตั้งแต่จำความได้) รีบเปลี่ยนความคิดได้เลยนะครับ

 

กลับมาเข้าเรื่องรถกันครับ ผมยังเชื่อมั่นว่า เมื่อหนังสือฉบับนี้ถึงมือผู้อ่าน ซึ่งก็คือตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม เป็นต้นไป พวกเราจะช่วยกันให้ความร่วมมือ ในการกำจัดโรคระบาดนี้กันอย่างจริงจังดังเช่นในช่วงเวลาที่ผ่านมา และผลลัพธ์ก็น่าจะดียิ่งขึ้นไปอีก ผมหมายถึงเฉพาะในด้านการควบคุมโรคเท่านั้นนะครับ ส่วนด้านเศรษฐกิจของประเทศคงจะหวังอะไรไม่ได้ เพราะขนาดไวรัสยังไม่โผล่มา ก็ยังหนักหนากันอยู่แล้ว โดยเฉพาะคนยากจนทั้งหลายค่อนประเทศ ที่ต้อง “โดน” ก่อน อย่างหนักและอย่างยาวนานอีกด้วย ส่วนพวกที่โชคดีกว่า ไม่มีปัญหาเรื่องรายได้และฐานะ กับพวกที่เข้าข่าย “พอไหว” ก็คงจะหาโอกาสเปลี่ยนบรรยากาศ ด้วยการท่องเที่ยวกันในประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งดีที่ควรกระทำนะครับ เงินจะได้สะพัด ไปอยู่ในมือของผู้ที่ต้องการมันอย่างยิ่งยวด

 

เรื่องการเตรียมรถให้พร้อมนั้น ผมเพิ่งให้คำแนะนำไปเมื่อไม่นานนี้เอง ครั้งนี้ผมจึงขอแนะนำเพียงเรื่องง่ายๆ และใช้เงินไม่มาก นั่นคือการหาซื้อปั๊มลมขนาดเล็กเอาไว้ประจำรถครับ ถ้าเป็นไปได้ควรมีไว้ประจำรถทุกคัน เพราะถึงยางจะรั่วในถิ่นที่คุ้นเคยเช่น “ในเมือง” ก็ทำให้เราเดือดร้อนพอสมควร ถ้าต้องเปลี่ยนใส่ล้ออะไหล่แทน หมดยุคที่จะมาเหน็ดเหนื่อย และให้คนอื่นมองด้วยความสมเพชแล้วครับ ถ้าพกปั๊มลมไว้เสมอ ยางรั่วซึมเมื่อไร ก็เพียงเสียบหัวเสียบเข้ากับเบ้าที่จุดบุหรี่ หรือหนีบที่ขั้วแบทเตอรี สูบยางให้แข็งพอ (เกินได้ครับ ไม่ต้องกลัวระเบิดตามที่ชอบเล่าลือกัน) แล้วขับอย่างสบายใจไปยังร้านขายยางหรืออู่ แล้วแต่ที่ไหนจะสะดวก ไม่ต้องไปเดินหาซื้อนะครับ ยุคนี้ค้นหา และสั่งซื้อผ่านอินเตอร์เนท ให้มาส่งที่บ้านได้เลย

 

สื่อสังคมนั้นมีประโยชน์มหาศาล ต่อการดำเนินชีวิตของพวกเราอย่างไม่ต้องสงสัยนะครับ แต่ในเมื่อมีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นตัวแปรหลัก ปัญหาย่อมตามมาทันที โดยเฉพาะถ้าเป็นการให้ความรู้แก่ผู้อ่านหรือผู้ชม มันก็จะกลายเป็นดาบสองคมทันที คือ ให้ได้ทั้งคุณและโทษ เช่น แทนที่พวกเราจะได้ความรู้ที่ถูกต้อง เพื่อเอาไปทำประโยชน์ กลับได้สิ่งที่ให้โทษมาแทน แค่จะใช้คำว่าความรู้ที่ผิด ผมก็ใช้ไม่ลงแล้ว เพราะไม่สมควรเรียกมันว่าความรู้ เจ้าสิ่งที่ว่านี้ ถ้าเราไม่ได้ยิน หรือไม่ได้อ่านมัน จะเป็นคุณต่อเรามากกว่าครับ กล่าวง่ายๆ ก็คือ ถ้าเราต้องรับรู้สิ่งที่ผิดแล้วล่ะก็ อย่ารู้เสียดีกว่าครับ ผมคงไม่สามารถบอกให้ครอบคลุมได้ว่า “ความรู้” ที่ถูกเผยแพร่อยู่มากมายนี้ มีอะไรบ้างที่ถูกต้องเชื่อได้ และอะไรที่ตรงกันข้าม ท่านผู้อ่านคงต้องพยายามใช้สามัญสำนึกในการตัดสินนะครับ ว่าอ่านหรือฟังแล้ว มันสมเหตุสมผลมากน้อยเพียงใด สำหรับสิ่งที่ผมอยากแนะนำในครั้งนี้ คือ การเลือกชมคลิพที่เป็นเรื่องเบาๆ หรือง่ายๆ ซึ่งก็คือการแนะนำรถรุ่นใหม่ หรือรุ่นที่หาดูยาก เพราะราคาสูง จึงมีจำนวนน้อย อย่าไปตั้งแง่ตั้งแต่ต้นเลยครับ แบบที่ผมได้ยินจนเบื่อแล้ว และไม่เคยเห็นด้วยเลย ที่ว่า “ดูแล้วก็เสียเวลาเปล่าๆ อย่างไรเสียเราก็ไม่มีวันมีเงินพอซื้อ” ก็เพราะเราไม่มีเงินพอซื้อแต่ชอบรถนี่แหละครับ จึงควรจะดูเมื่อมีใครเอามาให้ดูอย่างละเอียด พร้อมคำอธิบายประกอบ และยังบริการฟรีอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำรถ การแนะนำเชิงช่าง ที่เกี่ยวกับการขับ หรือการซ่อมแซมรถ ผมขอให้ตั้งกฎเกณฑ์ไว้เลยครับ ว่าเราจะดูเฉพาะคลิพที่ผู้บรรยายมีกิริยาวาจาดี สุภาพอ่อนน้อม ไม่เย่อหยิ่ง และที่สำคัญที่สุด ต้องไม่ใช้คำหยาบคายต่อเราซึ่งเป็นผู้ฟังครับ ผมเห็นใช้คำหยาบคายกันอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะกล้าทำ และไม่น่าเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบจะปล่อยให้เกิดขึ้น ไม่ต้องอ้อมค้อมกันให้เสียเวลาครับ บอกกันตรงๆ เลยว่ามัน คือ คลิพของ YOUTUBE ซึ่งผมดูในภาคภาษาอังกฤษของต่างประเทศมามากมายแรมปีแล้ว เขาไม่ยอมให้มีคำหยาบคาย หลุดรอดมาถึงผู้ชมนะครับ ซึ่งย่อมหมายความว่า เจ้าหน้าที่ของบริษัทนี้ในประเทศไทย ไม่ใส่ใจในเรื่องคุณภาพแต่อย่างใดเลย ปล่อยให้มีคำหยาบคายที่ถือกันว่าต่ำทรามต่อการที่จะนำมาใช้ต่อสาธารณชน เช่น คำว่า แม่มัน (แม่ง) วะ เว้ย มึง กู หรือสัตว์เลื้อยคลาน ถ้าได้ยินคำเหล่านี้ จากพวกถ่อย สถุล ที่มาอวดรู้พร้อมกับหาผลประโยชน์ไปด้วย อย่าตกเป็นเครื่องมือในการหาเงินของพวกมันนะครับ และที่อาจจะเป็นเรื่องแปลกแต่จริงก็คือ ถ้าเราลองสำรวจดูอย่างจริงจัง จะพบว่าในบรรดาคนถ่อย ทราม กักขฬะ เหล่านี้ ไม่มีเลยแม้แต่คนเดียวนะครับ ที่ให้ความรู้ที่ ถูกต้อง หรือกล่าวในทางกลับกันก็คือ ทุกคนที่ผมพบว่าทำคลิพเผยแพร่ความรู้ หรือข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่มีแม้แต่คนเดียว ที่ใช้คำหยาบคาย อย่ามองเพียงแค่ว่า บุพการีของคนพวกนี้คงไม่ได้สั่งสอนพวกมันมาเท่านั้น ไม่ใช่นะครับ เพราะมันคือการดูหมิ่นเหยียดหยามพวกเราที่ดูคลิพของพวกมันด้วย

 

ผมจะขอยกตัวอย่างคลิพที่ดี ดูง่ายสบายๆ อย่างการแนะนำรถใหม่ หรือรถที่หาชมยาก ซึ่งจัดทำโดยผู้ที่มีความรู้ และให้เกียรติผู้ชมด้วยการใช้วาจาที่สุภาพ โดยไม่เรียงลำดับอะไรทั้งสิ้นนะครับ คือ แล้วแต่ว่าผมจะนึกถึงใครก่อนเท่านั้นเอง

 

1. LUXMAN THAILAND

จัดอยู่ในระดับอาวุโส เครดิทดีครับ มีแต่คนไว้วางใจ ส่งรถราคาสูง หายาก มาให้ทำรายการสม่ำเสมอ ข้อมูลที่ให้แก่ผู้ชมก็ถูกต้องชัดเจน

 

2. PB SUPERCAR PHOTOGRAPHY

เป็น 2 พี่น้องรุ่นเยาว์ น่าจะใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนสลับกับเมืองไทย ไม่ลงลึกในด้านเทคนิค และก็ไม่จำเป็นอยู่แล้วในการแนะนำรถ แต่ความรู้และความแม่นยำในเรื่องบแรนด์ และรุ่นต่างๆ ปลีกย่อยของรถ อยู่ในระดับที่ดีมาก ผมเคยเห็นทำรายการร่วมกับผู้อาวุโสรายแรก ก็เข้ากันได้ดี และผลงานก็ออกมาดีมาก

 

3. อู๋ SPIN9

รายนี้เดิมถนัดทางรีวิวบรรยากาศการ เดินทางในชั้นพิเศษของสายการบินต่างๆ แต่ช่วงนี้พิษสงของไวรัส COVID-19 ทำให้ต้องหยุดพักด้านนี้ไว้ก่อน หันมาบรรยายการใช้รถราคาสูงแทน และทำได้ดีมากครับ ความรู้และฝีมือขับรถก็ดี ให้ความเห็นตรงไปตรงมา ไม่แฝงการโอ้อวด ด้วยความใจเย็น สุขุม และสุภาพ ทำให้บริษัทรถราคาสูงหลายแห่ง ไว้วางใจ

 

ส่วนความแตกต่าง ย่อมมีอยู่แล้วนะครับ ตาม “สไตล์” ของแต่ละคน แต่สิ่งที่มีเหมือนกัน คือ ความสุภาพ ที่ต้องมาจากการที่ได้รับการดูแล อบรมบ่มเพาะอย่างดีจากครอบครัวในวัยเด็ก ทำให้พวกเราได้ชมคลิพดีๆ กันด้วยความสบายใจ อย่าลืมนะครับ อย่ายอมลดตัวเป็นบันได ให้คนถ่อย สถุล มันปีนเหยียบย่ำ ไปหาผลประโยชน์เป็นอันขาด ถ้าได้ยินคำหยาบจากปากพวกมันแม้แต่คำเดียว เลิกดูมันทันทีครับ

 

สุดท้ายนี้ ผมขออภัยสำหรับผู้ทำคลิพแนะนำรถรายอื่น ที่อาจทำได้ดีในระดับเดียวกันนี้ แต่ผมมิได้เอ่ยถึง เพราะผมไม่มีเวลามากพอในการสำรวจเท่านั้นเองครับ

 

 

• เนื้อเรื่องของคอลัมน์ “รอบรู้เรื่องรถ” ทุกตอนไม่สงวนลิขสิทธิ์นะครับ หากเห็นว่ามีประโยชน์ต่อผู้ใช้รถทั่วไป โดยเฉพาะชมรมผู้ใช้รถทั้งหลาย รวมทั้งสื่อสังคมต่างๆ ที่มิได้ใช้เพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ สามารถนําไปเผยแพร่ได้ ขอเพียงให้เครดิทต่อนิตยสาร “ฟอร์มูลา” และผู้เขียน เท่านั้นเองครับ



------------------------------
เรื่องโดย : เจษฎา ตัณฑเศรษฐี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2563
คอลัมน์ : รอบรู้เรื่องรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/kT7UT
เพิ่มเพื่อน