ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์

บันทึกยามวิกฤต COVID-19


หวังว่าขณะที่ท่านได้อ่านบทความนี้ ไวรัสโคโรนามหาภัยจะสูญพันธุ์ไปเรียบร้อยแล้ว หรือลดน้อยลงจนเราสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เกือบเป็นปกติ

อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่า ช่วงวิกฤตที่ผู้คนจำนวนมากต้อง “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” เป็นช่วงที่เราทุกคนจะจดจำไปชั่วชีวิต

 

บังเอิญผมเป็นคนความจำสั้น จึงบันทึกสิ่งที่ได้พบเห็น รวมถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นในระหว่างนั้นไว้ และขอนำมาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้

 

ยามลำบาก เรายืนเคียงข้างกัน

 

“กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย” และกลุ่มบริษัท ฮอนดา ในประ-เทศไทย ใช้เวลาขณะว่างเว้นจากการผลิตรถ ตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้น ในโรงงานที่พระนครศรีอยุธยา เพื่อเปิดสายการผลิต

 

• เตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อ แบบแรงดันลบ จำนวน 100 เตียง

 

• อุปกรณ์การแพทย์ที่ขาดแคลน ส่งมอบให้โรงพยาบาล 48 แห่งทั่วประเทศ พร้อมบริการรถพยาบาล จำนวน 10 คัน แถมยังสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็นอื่นๆ รวมมูลค่าอีกกว่า 40 ล้านบาท

 

นี่แหละข้อพิสูจน์ความเป็น “เพื่อนแท้” ที่ “ยามลำบาก เรายืนเคียงข้างกัน” … ขอบคุณจริงๆ ครับ

 

ประเทศประชาธิปไตย พ่าย COVID-19…!?!

 

ประเทศต้นแบบ ประชาธิปไตย ยุคปัจจุบัน อย่าง สหรัฐฯ อิตาลี สเปน อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี สวิทเซอร์แลนด์ ฯลฯ ที่ประชากรมีสิทธิเสรีภาพ เต็มพิกัด โดน COVID-19 เล่นงานจน “งอม” ไปหมด

 

แต่ประเทศ คอมมิวนิสต์ อย่าง จีน รัสเซีย ที่ปกครองด้วยระบอบเผด็จการเต็มรูปแบบ กับประเทศที่ประชากรมีระเบียบวินัย และไม่ “ลดการ์ด” เร็วเกินไปกลับ “เอาอยู่”

 

สื่อเยอรมนี ยกไทยเป็นแม่แบบสู้ COVID-19

 

BRAUNSCHWEIGER ZEITUNG เวบไซท์ข่าวของเยอรมนี เผยแพร่บทความ “VORBILDLICHE VORSORGE IN THAILAND” ซึ่งแปลว่า “แบบอย่างการจัดการในประเทศไทย” โดยระบุว่า ที่ไทยมีเจลฆ่าเชื้อ

บรรจุขวดวางไว้บริการหลายแห่ง ไม่ว่าจะสถานีรถไฟใต้ดิน ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ มีเจ้าหน้าที่ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดราวบันไดเลื่อนอย่างสม่ำเสมอ ส่วนในช่วงดึก เจ้าหน้าที่จะทำความสะอาดขบวนรถไฟใต้ดิน และสถานีรถไฟใต้ดินทุกแห่ง

 

ในบทความ มีรูปภาพพระสงฆ์ 4 รูปออกบิณฑบาตตอนเช้า โดยสวมแมสค์ปิดปากปิดจมูก รวมถึงหน้ากากใส “FACE SHIELD” และภาพพนักงานรถโดยสารประจำทาง สวมหน้ากากอนามัย พร้อมแว่นตาใส และถุงมือ ใช้เครื่องตรวจวัดไข้ผู้โดยสาร

 

ระหว่างเดินทางจากประเทศ-ไทยกลับเยอรมนี สื่อมวลชนของ BRAUNSCHWEIGER ZEITUNG ยืนยันว่า ไม่มีสนามบิน หรือสถานีรถไฟความเร็วสูงแห่งใด ใช้มาตรการคัด-กรองผู้ติดเชื้อ COVID-19 ด้วยกล้องตรวจจับอุณหภูมิความร้อนร่างกาย เหมือนสนามบินไทยเลย

 

ชื่อเรียกที่ไม่เหมือนกัน

 

ช่วง COVID-19 ระบาด ถ้าคุณ “อยู่บ้าน แล้วมีเงิน” เรียก ISOLATION หรือแยกตัว… ถ้า “อยู่บ้าน แล้วถังแตก” เรียก QUARANTINE หรือถูกกักบริเวณ แต่ถ้า “อยู่บ้าน กับคนงี่เง่า แถมถังแตกด้วย” เรียก LOCKDOWN หรือโดนปิดตาย

 

คุณล่ะ “อยู่บ้าน” แบบไหน…?

 

บันทึกสุดท้าย: สมแล้วที่เป็น “ปีหนู”

 

เราอยู่กันแบบ หลบๆ ซ่อนๆ เราออกจากห้อง เฉพาะตอนกินอาหาร เราเก็บอาหารไว้ในบ้าน ตุนไว้กินวันหลัง เราเลี่ยงหนี เวลามีคนเข้าใกล้ ฯลฯ

 

เหมือน “หนู” ไม่มีผิด…!



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2563
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/OMV8p
อัพเดทล่าสุด
1 Sep 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
5.1-5.4 แสน
2.
5.4-6.0 แสน
3.
6.0-7.3 แสน
4.
6.8-8.4 แสน
5.
5.1 ล้าน
6.
5.3-6.7 แสน
7.
5.4-6.8 แสน
8.
3.3-7.6 ล้าน
9.
3.2-5.8 ล้าน
10.
6.7-10.8 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ