DIY…คุณทำเองได้

หัวเทียนชำรุดปัญหาที่รถเบนซินต้องเจอ


“สตาร์ทยาก เร่งไม่ขึ้น กินน้ำมัน เดินเบาสั่น” ปัญหานี้จะหมดไป แค่คุณเปลี่ยน หัวเทียน ! รถที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินเป็นเชื้อเพลิง ต้องอาศัยหัวเทียนเป็นตัวสร้างประกายไฟในการสันดาป เมื่อใช้ไปเรื่อยๆ บริเวณเขี้ยวหัวเทียนจะสึกกร่อนลงทีละน้อย จึงต้องเปลี่ยนใหม่ทุกๆ 30,000 กม. หรือตามที่ผู้ผลิตกำหนด DIY…คุณทำเองได้ ฉบับนี้ มีวิธีเปลี่ยนหัวเทียนมาฝาก

หัวเทียนทำงานอย่างไร ?

หัวเทียนต้องถูกสั่งจุดระเบิดจากคอยล์ก่อน กระแสไฟจะไหลไปตามสายหัวเทียนผ่านขั้วไฟฟ้าของหัวเทียนลงมายังแกนกลาง และกระโดดข้ามไปยังเขี้ยว หัวเทียนซึ่งช่วงจังหวะนี้เองที่ทำให้เกิดประกายไฟขึ้น ประกายไฟจะเป็นตัวจุดให้ส่วนผสมระหว่างอากาศและน้ำมัน เกิดการระเบิดและเผาไหม้ เพื่อผลักลูกสูบให้หมุนขึ้น/ลง และเพื่อแปลงเป็นกำลังขับเคลื่อนรถยนต์ต่อไป ในกระบวนการนี้ใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น (ประมาณ 1/1,000 วินาที)

 

 

หัวเทียนร้อน/เย็น คืออะไร ?

“หัวเทียนร้อน” จะมีขนาดของฉนวนที่ยาว (ระยะทางระบายความร้อนจากเขี้ยวหัวเทียนถึงฝาสูบยาว) ความร้อนจะถูกสะสมในตัวหัวเทียนมาก จึงทำให้ระบายความร้อนออกไปได้ช้า เหมาะกับรถยนต์ที่ขับขี่ในเมือง ที่ใช้ความเร็วไม่สูงนัก และใช้งานในระยะสั้น “หัวเทียนเย็น” จะมีขนาดของฉนวนที่สั้น (ระยะทางระบายความร้อนจากเขี้ยวหัวเทียนถึงฝาสูบสั้น) ความร้อนจะสะสมในตัวหัวเทียนไม่มาก จึงทำให้ระบายความร้อนออกไปได้ง่ายและเร็ว เหมาะสำหรับรถยนต์ที่ใช้ความเร็วสูง เช่น รถยนต์เครื่องเทอร์โบ และยังลดความเสี่ยงของการชิงจุดระเบิดก่อนอีกด้วย

 

 

ทำไมต้องเปลี่ยนหัวเทียน ?

 

หัวเทียนเมื่อถูกใช้ไประยะหนึ่ง จะเกิดการสึกกร่อนที่เขี้ยวหัวเทียนจากปฏิกิริยาออกซิไดซ์ ปริมาณการสึกกร่อนขึ้นอยู่กับจุดหลอมละลายของวัตถุที่นำมาทำแกนกลาง และเขี้ยวหัวเทียน เพื่อยืดอายุการกัดกร่อน จึงต้องอาศัยโลหะพิเศษ เช่น นิคเคิล อัลลอย ทองคำขาว อิริเดียม ผสมเข้าไป นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งาน และชนิดเครื่องยนต์

 

หัวเทียนธรรมดา ปริมาณการสึกกร่อนอยู่ประมาณ 0.10-0.15 มม. ในทุกๆ 10,000 กม. การดูปริมาณการสึกกร่อนของหัวเทียนสามารถดูได้ตรงบริเวณแกนกลาง และเขี้ยวหัวเทียน ถ้าเริ่มสึกกร่อนเป็นรูปโค้งมน ไม่มีเหลี่ยมคมแล้ว นั่นหมายความว่า ถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว ถ้ายังทนใช้อยู่หัวเทียนจะจุดประกายไฟไม่สม่ำเสมอ ทำให้เครื่องยนต์ไม่มีกำลัง และกินน้ำมัน

 

 

คุณสมบัติของหัวเทียนที่ดี

 

76.2

 

• ทนต่อความร้อน ต้องทนต่ออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงทั้งร้อน และเย็นสุดได้ และต้องระบายความร้อนได้รวดเร็ว

• มีโครงสร้างที่แข็งแกร่ง ทนต่อการเปลี่ยนแปลงของแรงดันอย่างฉับพลัน มีฉนวนต้านทานแรงดันไฟฟ้าสูง

• มีฉนวนที่ต้านทาน และป้องกันไฟฟ้าแรงดันสูง ภายใต้สภาวะอุณหภูมิ และแรงดันที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

• ป้องกันการรั่วไหลของแกส ป้องกันการรั่วไหลของแกสในห้องเผาไหม้ได้

• ทนทานต่อการสึกกร่อน ต้องมีตัวต้านทานเพื่อป้องกัน และยืดระยะการสึกกร่อนของแกนกลางของหัวเทียน

• ป้องกันคราบเขม่าได้ หัวเทียนที่ดีจะต้องสามารถลดคราบเขม่าที่เกาะติดอยู่ได้ ในระหว่างการเผาไหม้

 

 

อุปกรณ์

 

76.3

 

1. ชุดด้ามต่อบลอค

2. หัวบลอคถอดหัวเทียน

3. หัวเทียน

4. ถุงมือ

 

 

ขั้นตอนการเปลี่ยนหัวเทียน

1. เปิดฝากระโปรง ตรวจดูสายหัวเทียนว่ามีอะไรขวางบัง เวลาถอดสายหัวเทียนหรือไม่

 

76.4

 

 

 

2. ถ้าไม่มีให้ค่อยๆ ดึงจุกสายหัวเทียนออกอย่างช้าๆ

 

76.5

 

 

3. ประกอบชุดบลอคถอดหัวเทียน แล้วใส่เข้าไปในรูหัวเทียน หมุนทวนเข็มนาฬิกา

 

76.6

 

 

4. ดึงบลอคหัวเทียนขึ้นมาอย่างช้าๆ ตัวหัวเทียนจะติดมากับบลอคด้วย

 

76.7

 

 

5. นำหัวเทียนเดิมออก แล้วใส่หัวเทียนใหม่เข้าไปในบลอค

 

76.8

 

 

6. ขันบลอคหัวเทียนตามเข็มนาฬิกา แค่พอตึงมือ

 

76.9

 

 

7. เมื่อใส่แน่นแล้ว ให้เอาบลอคออก แล้วนำจุกสายหัวเทียนใส่เข้าที่เดิม กดให้แน่น

 

76.10

 

 

8. ทำตามขั้นตอน 3-7 จนครบทุกตัว เป็นอันเสร็จ

 

76.11



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
ภาพโดย : สายชล อรรถาเวช
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2563
คอลัมน์ : DIY…คุณทำเองได้
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/sVG1O
อัพเดทล่าสุด
25 May 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
6,400,000
3.
2,905,000
4.
2,180,000
5.
2,348,000
6.
2,220,000
7.
36,500,000
8.
2,900,000
9.
3,800,000
10.
3,730,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ