พิเศษ

เตรียมรถลุยฝน


stocksnap_dmt6vye04m

 

ฤดูฝนวนกลับมาอีกครั้ง ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากกว่าปกติ เพราะน้ำฝนจะฉาบผิวถนนจนลื่น และม่านฝนจะลดทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ลง ดังนั้น การเตรียมรถให้พร้อมจะช่วยให้เรารับมือกับฝนได้อย่างมั่นใจ และปลอดภัยยิ่งขึ้น

เปลี่ยนใบปัดนํ้าฝน เติมนํ้ายาฉีดกระจก

 

wiper-2870283_1920

 

ผู้ขับขี่ต้องตรวจสอบยางปัดน้ำฝน ว่าปัดแล้วไม่เกิดคราบน้ำบนกระจก เพราะหากเจอฝนตกหนัก คราบน้ำจะบดบังทัศนวิสัยในการขับขี่ หรือเพื่อความมั่นใจ ให้เปลี่ยนยางใบปัดน้ำฝนใหม่ทุกปีเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ส่วนน้ำยาฉีดกระจก ต้องหมั่นเติมให้เต็มตลอด และทำความสะอาดกระจกให้ใสอยู่เสมอ เวลาเจอน้ำฝนจะได้ไม่เป็นคราบสกปรก พร้อมทาน้ำยาเคลือบกระจก ช่วยป้องกันเม็ดฝนเกาะ

 

 

เชคสภาพยาง

 

Nokian-Tyres-autumn

 

เพื่อรับมือหน้าฝน ยางรถยนต์ต้องอยู่ในสภาพดี โดยผู้ขับขี่ต้องตรวจสอบว่า เนื้อยางไม่แห้งแข็ง แก้มยางไม่ชำรุด และดอกยางยังหนา หากพบเนื้อแตกลายงา หรือดอกสึกจนเลยสะพานยาง ต้องเปลี่ยนใหม่ทันที และต้องเติมลมยางให้อยู่ในระดับที่ ผู้ผลิตรถกำหนดเสมอ

 

 

ตรวจสอบระบบเบรค

 

CarInRain

 

ขับรถหน้าฝน เจอถนนเปียกลื่นบ่อยๆ ระบบเบรคสำคัญสุดๆ ต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา ผู้ขับขี่ต้องหมั่นตรวจเชคความหนาของผ้าเบรค และตรวจสอบรอยรั่วของน้ำมันเบรคตามสาย และข้อต่อต่างๆ หากพบความผิดปกติให้รีบเปลี่ยนทันที

 

 

เลิกเปิดไฟฉุกเฉินได้แล้ว !

 

Dublin-flooding

 

สิ่งที่ต้องย้ำกันทุกหน้าฝน คือ ห้ามเปิดไฟฉุกเฉินวิ่งขณะฝนตก หลายคนอาจคิดว่า การเปิดไฟฉุกเฉินจะช่วยให้คันอื่นเห็นรถตัวเองง่ายขึ้น แต่ในความเป็นจริง การเปิดไฟฉุกเฉินวิ่งท่ามกลางสายฝน จะทำให้รถคันอื่นไม่สามารถรู้ได้เลยว่า รถของคุณจะเปลี่ยนเลน หรือจะเลี้ยวตอนไหน ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ดังนั้น แค่เปิดไฟหน้าเพื่อเพิ่มทัศนวิสัย และให้รถคันอื่นมองเห็นรถคุณง่ายขึ้นก็เพียงพอแล้ว

 

 

เครื่องยนต์ก็ต้องเตรียมนะ

 

battery_underhood

 

ตรวจเชคเครื่องยนต์ให้พร้อมก่อนลุยฝน โดยตรวจเชคจุดต่อสายไฟ และอุปกรณ์ที่อาจเกิดความเสียหายจากน้ำ และความชื้นได้ เช่น คอยล์จุดระเบิด จานจ่าย สายหัวเทียน และกล่องอีเลคทรอนิคส์ ว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้หรือไม่ มีโอกาสที่น้ำจะเข้าไปทำความเสียหายได้หรือเปล่า และควรพกสเปรย์ครอบจักรวาลไว้ในรถ เพื่อกันความชื้นด้วยเสมอ

 

 

ขับช้าๆ ยามฝนตกหนัก

 

wet-road-driving-tips

 

ขณะฝนตก เป็นช่วงที่เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ให้ขับช้าๆ อย่ารีบร้อน และไม่ขับชิดคันหน้ามากเกินไป เว้นระยะห่างสัก 10-15 เมตร ถ้าฝน ตกหนักจนมองไม่เห็นหน้าเห็นหลัง และพื้นถนน ควรจอดรอให้ฝนหยุด ในบริเวณที่ปลอดภัย

 

 

ใส่ใจกับไฟส่องสว่าง

เพื่อลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุในช่วงหน้าฝน ผู้ขับขี่ต้องตรวจเชคให้ละเอียดว่า ระบบไฟส่องสว่างทั้งคัน ตั้งแต่ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรค ไฟเลี้ยว ไฟฉุกเฉิน ไฟตัดหมอก รวมถึงไฟห้องโดยสาร ทำงานครบถ้วนเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ ถ้าพบว่าดวงใดชำรุด หรือไม่สว่างดังเดิม ต้องเปลี่ยนทันที

 

 

• ระวัง “เหินน้ำ”

อาการเหินน้ำ เกิดจากการขับรถด้วยความเร็วสูงผ่านบริเวณที่มีแอ่งน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะทางโค้ง และที่ลาด-ต่ำ ทำให้ยางไม่สามารถรีดน้ำออกจากหน้าสัมผัสได้ทัน ส่งผลให้ล้อหมุนลอยอยู่บนน้ำ ไม่สัมผัสกับพื้นถนน และเกิดการลื่นไถลจนไม่สามารถควบคุมรถได้

 

วิธีแก้ไข ถอนคันเร่งช้าๆ เพื่อเบาเครื่องยนต์ เปลี่ยนเกียร์ต่ำ หรือถ้าเป็นรถยนต์เกียร์อัตโนมัติ ให้ขับด้วยความ เร็วต่ำที่สุด รักษาความเร็วให้คงที่ จับพวงมาลัยให้มั่นคง จนกว่ารถจะทรงตัวได้ จากนั้นจึงค่อยๆ เบรคจนรถหยุด

 

ส่วนวิธีป้องกัน ซึ่งง่ายกว่า คือ ตรวจสอบสภาพยางให้ดี ขับช้าๆ ลดความเร็วลงทันทีเมื่อเจอผิวจราจรที่มีน้ำขัง

 

 

• อุปกรณ์ติดรถหน้าฝน

ร่ม เสื้อกันฝน และหมวก เผื่อต้องออกไปนอกรถ สเปรย์ไล่ความชื้น กระดาษทิชชู ไฟฉาย ผ้าพลาสติค สายพ่วงแบทเตอรี สายลากรถ สำหรับช่วยตัวเอง หากรถเกิดปัญหากลางทาง



------------------------------
เรื่องโดย : อภินันท์ อุ่นทินกร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2563
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/vlKcA
อัพเดทล่าสุด
15 Jul 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
3.3-7.6 ล้าน
2.
3.2-5.8 ล้าน
3.
6.7-10.8 ล้าน
4.
3.2-5.2 ล้าน
5.
7.1-11.7 ล้าน
6.
1.3-1.7 ล้าน
7.
2.8 ล้าน
8.
0.9-1.1 ล้าน
9.
0.8-1.0 ล้าน
10.
1.2-1.6 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ