วิถีตลาดรถยนต์

ทรุดต่อเนื่อง


มีผู้กล่าวว่าปี 2563 นี้จะเป็นปีที่ยากลำบากของอุตสาหกรรมยานยนต์ของบ้านเรา ซึ่งก็น่าจะเป็นจริง เพราะตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่มีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจากกลางปี 2562 จนมาถึงเดือนแรกของปี 2563 นี้ ก็ยังปรากฏเป็นตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ที่ลดลง จากที่เคยทำได้ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา น่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะดันตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่รวมของปี 2563 นี้ ให้ได้ถึง 940,000 คัน ตามที่เล็งๆ กันไว้เสียแล้ว ทั้งจากสภาพเศรษฐกิจ และสังคมโดยรวม ที่ยังไม่กระเตื้องขึ้นในทิศทางที่ดี ถึงแม้ว่าจะมีรถยนต์รุ่นใหม่ที่เพียบพร้อมด้วยสมรรถนะ และเทคโนโลยีใหม่ๆ ต่างๆ สามารถตอบโจทย์ความต้องการใช้งานของผู้ใช้รถได้อย่างครอบคลุมครบถ้วนที่จะทยอยเข้าสู่ตลาดในปี 2563 นี้ พร้อมพโรโมชันเด็ดๆ โดนใจที่สามารถเป็นนางกวักเรียกลูกค้าเข้าโชว์รูมผู้จำหน่ายรถยนต์ได้ไม่ยากแต่ความเข้มงวดของผู้ให้บริการด้านสินเชื่อ ก็อาจเป็นกำแพงเหล็ก ที่จะสกัดกั้นไม่ให้รถยนต์ใหม่เดินทางออกจากโชว์รูมไปสู่เคหสถานของผู้จับจองรถนั้นๆ ได้ ก็ต้องตามลุ้นกันต่อไปว่าเป้ารวม 940,000 คัน ของปี 2563 ที่ปรับลดจากยอดจำหน่ายรวมของปี 2562 ถึง 7 หมื่นกว่าคันจะสัมฤทธิผลหรือไม่ประการใดต่อไปยังเหลือเวลาให้บรรดาบริษัทรถยนต์ต่างๆ ปรับกลยุทธ์การตลาดเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายที่วางไว้อีกตั้ง 11 เดือน

สำหรับปี 2563 เดือนมกราคมเดือนแรกของปีเปิดหัวมาด้วยตัวเลขยอดจำหน่ายที่ปรับตัวลดลง 8.2 % เมื่อเทียบกับตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ของปี 2562 โดยทุกยี่ห้อจำหน่ายได้รวมกันทั้งสิ้น 71,688 คัน โดยที่ โตโยตา ยังคงมียอดจำหน่ายสูงสุด ได้ส่วนแบ่งการตลาดไปมากที่สุดเหมือนเช่นทุกเดือน แต่ก็เป็นตัวเลขยอดจำหน่ายที่ปรับตัวลดลง เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมาเช่นกัน โตโยตา จำหน่ายรถยนต์ทุกรุ่นทุกแบบได้รวมทั้งสิ้น 20,193 คัน เป็นยอดจำหน่ายที่ลดลง 24.4 % จากเดือนมกราคมปี 2562 ได้ส่วนแบ่งการตลาดไป 28.2 % ขณะที่ ดี-แมกซ์ ใหม่ พลานุภาพพลิกโลกของ อีซูซุ เริ่มเดินหน้าทำตลาดอย่างเต็มสูบหลังจากที่เพิ่งเปิดตัวไปในช่วงปลายปี 2562 ทำให้ตัวเลขยอดจำหน่ายรวมของ อีซูซุ ถึงแม้จะสู้ โตโยตา ไม่ได้ เมื่อรวมตัวเลขยอดจำหน่ายทุกตลาดแล้วแต่ก็ทำให้ตัวเลขยอดจำหน่ายของ อีซูซุ เป็นตัวเลขยอดจำหน่ายที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่าที่เคยทำได้ในช่วงเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมาโดย อีซูซุ จำหน่ายได้มากสุดเป็นอันดับ 2 จำหน่ายได้ 14,285 คัน เพิ่มขึ้น 12.4 % มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 19.9 % อันดับ 3 เป็น ฮอนดา ที่จำหน่ายได้รวมทั้งสิ้น 11,411 คัน เป็นตัวเลขยอดจำหน่ายที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 22.8 % ได้ส่วนแบ่งการตลาดไป 15.9 % อันดับ 4 เป็น มิตซูบิชิ ที่ถึงแม้จะได้แรงขับเคลื่อนตัวเลขยอดจำหน่ายที่แข็งแกร่งจากรถยนต์ในกลุ่มเอมพีวี แต่ในตลาดอื่นๆ ก็อ่อนระโหยไปไม่ต่างจากรถยนต์ยี่ห้ออื่นทำให้ตัวเลขยอดจำหน่ายในเดือนแรกของปีเป็นตัวเลขยอดจำหน่ายที่ลดน้อยลง โดยจำหน่ายได้รวม 6,003 คัน ติดลบไป 12.7 % มีส่วนแบ่งการตลาดที่ 8.4 % อันดับที่ 5 เป็นของ นิสสัน ที่ตัวเลขยอดจำหน่ายในแต่ละเดือนไม่หวือหวา แต่ก็เพียงพอให้ติดอยู่ใน 5 อันดับรถยนต์ที่จำหน่ายขายได้มากที่สุดในแต่ละเดือนตลอดมาในเดือนมกราคมนี้ นิสสัน จำหน่ายได้รวม 5,458 คัน เพิ่มขึ้น 2.7 % ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 7.6 %

 

ในประเภทของรถพิคอัพขับเคลื่อน 2 ล้อ ถึงแม้พิคอัพรุ่นใหม่ของ อีซูซุ จะมีความใหม่สดถูกอกถูกใจนักเลงรถพิคอัพอย่างมากแต่ก็ยังไม่เพียงพอ ที่จะช่วยให้ตัวเลขยอดจำหน่ายของรถพิคอัพทั้งตลาดในเดือนมกราคม 2563 ปรับตัวขึ้นไปอยู่ในแดนบวกได้ แต่ก็พอจะทำให้ อีซูซุ ขึ้นไปยึดตำแหน่งหัวแถวได้ โดยตัวเลขยอดจำหน่ายรวมทั้งตลาดของเดือนมกราคม 2563 อยู่ที่ 27,812 คัน เป็นตัวเลขยอดจำหน่ายที่ติดลบไป 13.1 % เมื่อเทียบตัวเลขยอดจำหน่ายของเดือนมกราคมปี 2562 อีซูซุ ขึ้นไปเป็นผู้นำตลาดนี้อีกครั้งด้วยตัวเลขยอดจำหน่าย 12,122 คัน เป็นยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 16.3 % เมื่อเทียบกับเดือนมกราคมปี 2562 มีส่วนแบ่งการตลาดที่ 43.6 % แชมพ์ยอดจำหน่ายสูงสุดปี 2562 โตโยตา อยู่ในอันดับที่ 2 ด้วยตัวเลขยอดจำหน่าย 9,430 คัน ลดลง 20.8 % ส่วนแบ่งการตลาดได้ไป 33.9 % อันดับ 3 เป็น มิตซูบิชิ มาแทนที่ ฟอร์ด เจ้าของอันดับเดิม โดย มิตซูบิชิ จำหน่ายได้ 2,199 คัน เป็นตัวเลขที่ลดลง 21.5 % ได้ส่วนแบ่งการตลาดที่ 7.9 % โดย ฟอร์ด หล่นลงไปอยู่ในอันดับที่ 5 จำหน่ายได้ 1,452 คัน ลดลงไปถึง 55.5 % ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 5.2 % ส่วนอันดับที่ 4 เป็นของ นิสสัน จำหน่ายได้รวม 1,471 คัน ลดลง 24.6 % ส่วนแบ่งการตลาดได้ไป 5.3 % สรุปว่าตลาดนี้ 5 อันดับแรกที่มียอดจำหน่ายสูงสุดมีเพียงหัวแถวเท่านั้นที่มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น ส่วนรองลงมาลดลงทั้งสิ้น

 

ในประเภทขับเคลื่อน 4 ล้อ พิคอัพในกลุ่มนี้มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 2,527 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา 14.9 % อันดับของรถที่จำหน่ายได้มากสุด 5 อันดับแรกไม่เปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยเป็นไปในเดือนที่ผ่านๆ มาประกอบด้วยอันดับ 1 โตโยตา จำหน่ายได้ 1,180 คัน เป็นยอดจำหน่ายที่ลดน้อยลง 30.1 % มีส่วนแบ่งการตลาดที่ 46.7 % อันดับ 2 อีซูซุ จำหน่ายได้ 789 คัน เพิ่มขึ้น 34.9 % ส่วนแบ่งการตลาด 31.2 % อันดับ 3 ฟอร์ด จำหน่ายได้ 253 คัน ลดลง 30.1 % ส่วนแบ่งการตลาด 10.0 % อันดับ 4 มิตซูบิชิ จำหน่ายได้ 249 คัน ลดลง 12.3 % ส่วนแบ่งการตลาด 9.9 % และอันดับ 5 นิสสัน จำหน่ายได้ 35 คัน เพิ่มขึ้น 2.9 % ส่วนแบ่งการตลาด 1.4 %

 

สำหรับรถยนต์ในกลุ่มเอสยูวี เป็นอีกตลาดที่ผลประกอบการโดยรวมลดน้อยลงเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2562 เป็นตลาดที่ติดลบมาอย่างต่อเนื่องด้วยแชมพ์ยอดจำหน่ายสูงสุดเมื่อปิดฤดูกาลค้าขายปี 2563 ไม่หนีการแย่งชิงตำแหน่งกันระหว่าง ฮอนดา กับ โตโยตา โดยที่เดือนแรกของปี แชมพ์เป็นของ ฮอนดา ทำยอดจำหน่ายได้มากกว่า โตโยตา เพียง 1 คันเท่านั้น ภาพรวมของตลาดนี้ยอดจำหน่ายรวมทั้งหมดอยู่ที่ 7,716 คัน ลดลง 18.3 % เมื่อเทียบกับเดือนมกราคมปี 2562 ฮอนดา มียอดจำหน่ายสูงสุด 1,664 คัน เป็นยอดจำหน่ายที่ลดลง 20.2 % ได้ส่วนแบ่งการตลาดที่ 21.6 % โตโยตา ยอดจำหน่าย 1,663 คัน ลดลง 44.4 % ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ในระดับเดียวกัน 21.6 % อันดับ 3 ยังคงเป็น เอมจี จำหน่ายได้ 1,310 คัน เพิ่มขึ้น 25.4 % ส่วนแบ่งการตลาดได้ไป 17.0 % อันดับ 4 มิตซูบิชิ จำหน่ายได้ 949 คัน ลดลง 7.4 % ส่วนแบ่งการตลาดที่ 12.3 % และอันดับ 5 กลับเข้ามาอีกครั้งสำหรับ มาซดา จำหน่ายได้ 575 คัน เพิ่มขึ้น 22.6 % ส่วนแบ่งการตลาด 7.5 %

 

รถเอมพีวี เป็นตลาดเดียวที่ตัวเลขยอดจำหน่ายรวมทั้งตลาดเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมปี 2562 โดยจำหน่ายรวมกันได้ทั้งสิ้น 2,867 คัน เพิ่มขึ้น 18.3 % โดยที่ มิตซูบิชิ ยังเหนียวแน่นกับตำแหน่งผู้นำตลาดต่อเนื่องต่อไป เดือนแรกของปีจำหน่ายไปได้ 1,496 คัน เพิ่มขึ้น 20.2 % ยึดส่วนแบ่งการตลาดไป 52.2 % อันดับ 2 กับอันดับ 3 ทิ้งกันไปห่างโดย โตโยตา จำหน่ายได้ 420 คัน ลดลง 23.2 % ส่วนแบ่งการตลาด 14.6 % ขณะที่ ซูซูกิ จำหน่ายได้ 410 คัน เพิ่มขึ้นถึง 720.0 % ส่วนแบ่งการตลาด 14.3 % อันดับ 4 เป็นของ ฮอนดา จำหน่ายได้ 348 คัน ลดลง 10.8 % ส่วนแบ่งการตลาดได้ไป 12.1 % และอันดับ 5 เกีย จำหน่ายได้ 177 คัน ไม่เพิ่มไม่ลดส่วนแบ่งการตลาด 6.2 %

 

สำหรับรถยนต์ประเภทอื่นๆ ไม่รวมรถยนต์นั่งเดือนมกราคม 2563 จำหน่ายได้รวมทั้งสิ้น 2,970 คัน ลดลง 4.6 %



------------------------------
เรื่องโดย : ขุนสัญจร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2563
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/1tEr5
อัพเดทล่าสุด
15 Jul 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
3.3-7.6 ล้าน
2.
3.2-5.8 ล้าน
3.
6.7-10.8 ล้าน
4.
3.2-5.2 ล้าน
5.
7.1-11.7 ล้าน
6.
1.3-1.7 ล้าน
7.
2.8 ล้าน
8.
0.9-1.1 ล้าน
9.
0.8-1.0 ล้าน
10.
1.2-1.6 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ