ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์

งานแสดงยานยนต์์ ยังอยู่ !?!


หลายคนที่ทราบข่าวการยกเลิกจัดงานแสดงยานยนต์ที่ฟรังค์ฟวร์ท ประเทศเยอรมนี มาถามผมด้วยความวิตกห่วงใยว่า งานแสดงยานยนต์จะถึงกาลอวสานแล้วหรือ !?!

ก่อนจะตอบคำถาม ขอให้ทราบตรงกันก่อนว่า สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมนี เจ้าของงานนี้ เขาไม่ได้เลิกจัดไปเลยนะครับ เพียงแต่จะย้ายจากฟรังค์ฟวร์ท ไปจัดที่เมืองอื่น เนื่องจากหมดสัญญากับเจ้าของสถานที่เดิม

 

อย่างไรก็ตาม นอกจากเรื่องหมดสัญญาเช่าสถานที่แล้ว การที่งาน 2 ครั้งหลัง มีผู้ร่วมแสดง และผู้ชมงานลดลง ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ต้องย้ายเมืองหนีอย่างปฏิเสธไม่ได้ เพราะขนาดของสถานที่เดิมมันใหญ่เกินไปในสถานการณ์ปัจจุบัน

 

แต่ผมไม่เชื่อหรอกครับว่า งานแสดงยานยนต์จะถึงจุดจบง่ายๆ เพราะผู้จัดเขารู้ว่าจะต้องปรับตัวอย่างไรให้เหมาะกับยุคสมัย

 

ปรับตัวในที่นี้ คือ การเปลี่ยนแปลงลักษณะงานเสียใหม่ จากงานแสดงรถยนต์แข็งทื่อ เป็นงานที่มีกิจกรรมหลากหลาย คล้ายงานเฟสติวัล

 

ลักษณะการจัดงานแสดงยานยนต์ระดับโลกตอนนี้ ไม่ว่าจะที่ฟรังค์ฟวร์ท เจนีวา ปารีส ดีทรอยท์ หรือโตเกียว เป็นแบบที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า B TO B หรือ BUSINESS TO BUSINESS เพื่อให้ผู้แทนจำหน่าย และประชาชนเดินชมเฉยๆ ชอบใจคันไหนก็ไปตามสั่ง ตามซื้อกันนอกงาน หรือหลังจบงาน ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ในงานแทบไม่มี ทำให้ตัวงานกับผู้ชมไม่ค่อยปฏิสัมพันธ์กัน คล้ายผู้จัดอยากจะบอกว่า ถ้าคุณไม่ได้ประกอบธุรกิจรถยนต์ หรือสนใจเรื่องรถ แนะนำให้ไปงานอื่น

 

ระยะหลัง พอมีสื่อดิจิทอลรวดเร็วทันใจ ทำให้คนไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องไปดูรถในงาน เพราะดูแล้วก็ซื้อ หรือลองขับไม่ได้ สู้นั่งพิจารณาอยู่หน้าจอจนพอใจ แล้วค่อยไปโชว์รูม สบายกว่ากันเยอะ

 

เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้ผลิตก็เริ่มไม่อยากไปเสียค่าบูธแพงๆ โดยไม่ได้ยอดขาย ขณะที่โฆษณาผ่านโซเชียลมีเดีย เสียเงินน้อยกว่า ทว่าได้ผลที่เป็นรูปธรรมมากกว่าหลายเท่า

 

แต่ถึงอย่างไร รถยนต์ก็เป็นสินค้าราคาแพง ผู้ซื้อส่วนใหญ่ย่อมต้องการสัมผัสของจริงก่อนตัดสินใจควักกระเป๋า แถมยังมีเสน่ห์ด้านรูปลักษณ์ และเทคโนโลยี ที่น่าชมน่าศึกษาสำหรับผู้สนใจ ซึ่งทั้งหมดนี้ งานแสดงยานยนต์เท่านั้นที่จะตอบสนองได้

 

ดังนั้น ถ้างานแสดงยานยนต์สามารถปรับตัวให้มีความเป็นกันเองกับผู้ชม และเปิดโอกาสให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับงานมากขึ้น เหมือนกับงานมหกรรมยานยนต์โตเกียว ครั้งล่าสุด ซึ่งมีลักษณะเป็น “เฟสติวัล” และประสบผลสำเร็จจนน่าพอใจ (รวมถึงงานที่ดีทรอยท์ ซึ่งย้ายเวลาจัดจากมกราคมเป็นมิถุนายน เพื่อหนีอากาศหนาวเย็น ก็มีข่าวว่าจะพยายามทำเช่นเดียวกัน) โอกาสที่งานยักษ์ใหญ่เหล่านี้จะกลับมาคึกคักเหมือนเดิมก็อยู่ไม่ไกล

 

ส่วนใครที่ห่วงยักษ์เล็กอย่างงาน “มหกรรมยานยนต์” ขอบอกว่าอย่าห่วง เพราะลักษณะการจัดงานของพวกเราเป็นแบบ B TO C หรือ BUSINESS TO CONSUMER คือ ผู้ชมสามารถ เลือกรุ่น เลือกสี ลองขับ และตกลงซื้อรถที่ถูกใจได้เลย

 

นอกจากนี้ ในงานเรายังจัดกิจกรรมต่างๆ มากมาย เพื่อให้ยกโขยงมาชม และร่วมสนุกกันได้ทั้งครอบครัว

 

ทำอย่างไรให้คนดูแฮพพี คนร่วมงานขายสินค้าได้เป็นกอบเป็นกำ นี่เป็นเคล็ดวิชาที่ผู้จัดงานระดับโลกจะต้องมาเรียนรู้จากเรา



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน เมษายน ปี 2563
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/4hoYD
เพิ่มเพื่อน