รู้ทันเทคนิค

เอาดี คิว 7 ทีเอฟเอสไอ อี กวัตตโร พีเอชอีวี เอสยูวีสมรรถนะสูง


จะสนุกแค่ไหนเมื่อรถเอสยูวีสามารถพาคุณโจนทะยานไปได้ราวกับรถสปอร์ท สำหรับยนตรกรรมจากเมืองเบียร์อย่าง เอาดี ที่ทำให้เจ้า เอาดี คิว 7 ทีเอฟเอสไอ อี กวัตตโร พีเอชอีวี มีความเหนือชั้นในเรื่องของสมรรถนะด้วยเทคโนโลยีการขับเคลื่อนชั้นสูง คนที่รัก และชื่นชอบรถสมรรถนะสูง ทั้งเรื่องพละกำลัง และการบังคับควบคุม ต่างชื่นชอบ และยกให้ เอาดี เป็นอันดับต้นๆ ในใจเสมอมา นอกเหนือจากสมรรถนะด้านเครื่องยนต์แล้ว ระบบขับเคลื่อน กวัตตโร (QUATTRO) ยังเป็นอีกหนึ่งความทรงจำของคนรักรถมานาน ระบบขับเคลื่อนมีส่วนมากที่ทำให้สมรรถนะของเครื่องยนต์ สามารถถ่ายทอดกำลังลงสู่พื้นได้อย่างเต็มที่ ได้ความสนุกสนานในการขับขี่ ทุกครั้งที่อยู่หลังพวงมาลัย มีรถน้อยคันนักที่ทำได้แบบนี้

รูปทรงเน้นภาพลักษณ์แบบยุโรป

 

90.2

 

เรื่องรูปทรง และการออกแบบภายในห้องโดยสาร เอาดี เน้นภาพลักษณ์แบบยุโรป ที่ดูเรียบง่ายหรูหรา ด้วยวัสดุชั้นดี แต่แฝงไว้ด้วยสมรรถนะอันร้อนแรงที่ซ่อนอยู่ เครื่องยนต์ต้นกำลังเป็นเครื่องยนต์เบนซิน ทีเอฟเอสไอ แบบ วี 6 สูบ ขนาดความจุ 3.0 ลิตร รีดพละกำลังออกมาเต็มพิกัดด้วยเทอร์โบชาร์เจอร์ ให้กำลังสูงสุด 340 แรงม้า ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติอันเลื่องชื่อ TIPTRONIC 8 จังหวะ ในส่วนของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบกวัตตโรนั้นเป็นการทำงานผสานกันระหว่างเครื่องยนต์ กับระบบไฮบริด ส่วนของระบบขับเคลื่อนล้อคู่หน้า ขับเคลื่อนตัวด้วยพลังจากเครื่องยนต์ ส่วนล้อคู่หลังมีมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงช่วยเสริมการทำงาน แต่ยังคงรักษาไว้ซึ่งประสิทธิภาพการขับขี่ตามสไตล์ของระบบ กวัตตโร อันเลื่องชื่อ

 

 

อัตราเร่งแถวหน้า 0-100 กม./ชม. ใน 5.7 วินาที

สำหรับ เอาดี คิว 7 ทีเอฟเอสไอ อี กวัตตโร พีเอชอีวี นั้นถูกแบ่งย่อยออกเป็น 2 รุ่น ตามระดับความแรงของเครื่องยนต์ เริ่มต้นด้วยรุ่น คิว 7 55 ทีเอฟเอสไอ อี มีกำลัง 381 แรงม้า เรื่องสมรรถนะสามารถทำอัตราเร่งจาก 0–100 กม./ชม. ได้ใน 5.9 วินาที และระดับความเร็วสูงสุดถึง 240 กม./ชม. อีกรุ่นที่มากับสมรรถนะขั้นสูงสุด คือ รุ่น คิว 7 60 ทีเอฟเอสไอ อี มีกำลังสูงสุดถึง 456 แรงม้า กระชากคุณให้หลังติดเบาะเมื่อโจนทะยานจาก 0–100 กม./ชม. ด้วยเวลาเพียง 5.7 วินาที ระบบขับเคลื่อนจะทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้า แน่นอนว่าการเผาไหม้เชื้อเพลิงของเครื่องยนต์สันดาปภายในนั้น จะล่าช้ากว่า และไต่รอบไปถึงช่วงที่มีสมรรถนะสูงสุด ช่วงนี้เองทำให้เกิดความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และก่อให้เกิดมลพิษสูง มอเตอร์จะมาช่วยเสริมการทำงาน รวมถึงจังหวะเร่งแซง ทำให้มีอัตราเร่งที่จี๊ดจ๊าดเร้าใจ ประหยัดเชื้อเพลิง และลดมลพิษในคราวเดียวกัน

 

 

โหมดไฟฟ้า วิ่งได้ไกลถึง 43 กม.

ด้วยมอเตอร์สมรรถนะสูง ทำให้สามารถขับขี่ในโหมดการขับเคลื่อนแบบ EV ได้ไกล ทั้ง 2 รุ่นสามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 43 กม. จากมอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังสูงถึง 94 กิโลวัตต์ และแบทเตอรีแบบลิเธียม-ไอออน จำนวน 14 โมดูล ความจุ 17.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถทำความเร็วในโหมด EV ได้ถึง 135 กม./ชม. เครื่องยนต์อาจจะเข้ามาช่วยเสริมการทำงานบ้างในจังหวะเร่งแซง เมื่อเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกัน ไม่น่าแปลกใจว่าถ้าใครได้สัมผัสแล้วจะถอนตัวไม่ขึ้น



------------------------------
เรื่องโดย : พหลฯ 30
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน เมษายน ปี 2563
คอลัมน์ : รู้ทันเทคนิค
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/W5L3l
เพิ่มเพื่อน