บทความ

เกีย โซล อีวี รถไฟฟ้าจากแดนโสม


เกีย โซล เปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลกในปี 2009 มียอดขายสะสมทั่วโลกจนถึงปี 2018 อยู่ที่ 1,672,993 คัน ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงสำหรับรถเล็กจากแดนเกาหลีใต้ ส่วน เกีย โซล อีวี เป็นรถไฟฟ้าเวอร์ชันแรกเผยโฉมในงานมหกรรมยานยนต์ชิคาโก 2014 โดยใช้พื้นฐานจาก เกีย โซล สายพันธุ์ที่ 2

จนในปัจจุบันมาถึง เกีย โซล อีวี รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งถือเป็นสายพันธุ์ที่ 3 อยู่ในรูปลักษณ์ของซับคอมแพคท์ครอสส์โอเวอร์ ทรงกล่อง ท้ายตัด ที่มีความทันสมัย และโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น ตัวรถพัฒนาขึ้นบนพแลทฟอร์มของ ฮันเด โคนา แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ และการออกแบบที่เน้นถึงหลักอากาศพลศาสตร์ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่มากกว่าเดิม ด้านหน้าดูปราดเปรียวขึ้น ชุดโคมไฟหน้าทรงเรียวยาวเชื่อมต่อกันด้วยเส้นสายที่สวยงาม ด้านท้ายปรับโคมไฟเป็นแนวตั้ง

 

ภายในห้องโดยสารมีความทันสมัย มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย เช่น เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง, เบาะนั่งแถวหลังสามารถปรับพับได้ทั้งแบบ 60:40 และแบบ DUAL LEVEL ที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายรถให้มากยิ่งขึ้น, หลังคาติดตั้งซันรูฟ, หน้าจอแสดงผลที่แผงคอนโซลด้านหน้ามีขนาด 7 นิ้ว, ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสะท้อนกระจก (HEAD UP DISPLAY), ระบบวิทยุที่มาพร้อมกับหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ APPLE CAR PLAY และ ANDROID AUTO พร้อมทั้งระบบ SOUND MOOD LAMP ที่สามารถเปลี่ยนสี และจังหวะของไฟภายในรถได้หลากหลาย ด้วยการเชื่อมต่อกับจังหวะเพลง, ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (WIRELESS CHARGER) และอื่นๆ

 

สมรรถนะในการขับขี่นั้น มาจากขุมพลัง EV ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100 % ชุดระบบขับเคลื่อนยกมาจาก เกีย นีโร อีวี (KIA NIRO EV) ประกอบด้วย มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวเอาท์พุท 201 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 40.1 กก.-ม. แบทเตอรีลิเธียม-ไอออน โพลีเมอร์ขนาด 64 กิโลวัตต์ชั่วโมง พร้อมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 356 โวลท์ ให้กำลังไฟ 170 กิโลวัตต์ โหมดในการขับเลือกได้ 4 แบบ ECO, COMFORT, SPORT และ ECO+ และสามารถขับได้ระยะทางสูงสุด 452 กม. จากการชาร์จแบทเตอรีเต็มเพียงครั้งเดียว

 

อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ทำได้ในระยะเวลา 9.5 วินาที ความเร็วสูงสุดทำได้ 167 กม./ชม. การตอบสนองของพวงมาลัยค่อนข้างช้าโดยไม่มีการตอบสนองกลับมากนัก ในขณะที่เลือกโหมดสปอร์ทก็ยังคงรู้สึกไม่ต่างจากการหมุนพวงมาลัยของรถตามปกติ

 

ระบบกันสะเทือนให้ความนุ่มนวล สะดวกสบายในการขับขี่ ส่วนการยึดเกาะนั้น ยังทำได้ไม่น่าประทับใจนัก เมื่อเทียบกับคู่แข่ง ระบบเบรคแบบจานทั้ง 4 ล้อ โดยเปลี่ยนจากหม้อลมเบรคมาใช้ระบบ IEB (INTEGRATED ELECTRONIC BOOSTER) มาพร้อมระบบ REGENERATIVE BRAKING SYSTEM ตามตัวเลขโรงงานเคลมว่า ระยะเบรคที่ความเร็ว 100 กม./ชม. จนหยุดนิ่งใช้ระยะทาง 41.8 ม. หลายคนชื่นชอบที่ในขณะขับขี่ไม่ต้องเหยียบเบรคบ่อยเกินไป เนื่องจาก มันค่อนข้างที่จะทำหน้าที่เบรคให้ได้ดีพอสมควร จึงเหมาะกับการเป็นรถขับในเมืองที่ต้องหยุดจอดติดสัญญาณไฟบ่อยเป็นพิเศษ

 

ระบบความปลอดภัยอันล้ำสมัยที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นกล้อง มองหลัง และเส้นกะระยะ, ถุงลมนิรภัยรอบคัน, เบรคมือไฟฟ้าพร้อมระบบ AUTO-HOLD, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESC และระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (BLIND SPOT DETECTOR) และระบบช่วยเตือนเมื่อมีวัสดุวิ่งผ่านขณะขับถอยหลัง RCTA (REAR CROSS TRAFFIC ALERT)

 

เกีย โซล อีวี รถไฟฟ้าจากแดนเกาหลีใต้ น่าจะมีอนาคตที่ดี และจะมีการปรับปรุงพัฒนาให้มีประสิทธิภาพ และสมรรถนะที่สูงขึ้นเป็นลำดับ สามารถต่อกรกับรถอีวีจากค่ายอื่นๆ ได้ไม่ยาก

 

 

คุณรู้หรือไม่ ?

 

42.4

 

ระบบชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบทเตอรีขณะเบรค หรือยกคันเร่ง (SMART REGENERATIVE BRAKING) เมื่อผู้ขับชะลอความเร็วรถ ระบบจะทำการชาร์จไฟกลับไปยังแบทเตอรีได้ในเวลาเดียวกัน โดยปริมาณกระแสไฟฟ้าที่เก็บกลับเข้าไปนั้น จะมาก หรือน้อย ขึ้นอยู่กับลักษณะการขับ หรือความเร็วรถในเวลานั้นๆ



------------------------------
เรื่องโดย : จูลีเอตตา
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน เมษายน ปี 2563
คอลัมน์ : ผลทดสอบต่างแดน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Vmts9
อัพเดทล่าสุด
7 Apr 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th