ชีวิตอิสระ

เกาะยอ สงขลา สงบเรียบง่าย ใจกลางทะเลสาบ


“เกาะยอ” คือ สถานที่แห่งความเงียบสงบ เรียบง่าย และมีทัศนียภาพงดงามโดยเฉพาะยามเย็น “ชีวิตอิสระ” จะพาไปสัมผัสเกาะกลางทะเลสาบสงขลาแห่งนี้

ล่องใต้ไปกับ ซูบารุ ฟอเรสเตอร์

การเดินทางไปเกาะยอใช้เวลานานกว่า 14 ชม. กับระยะทางกว่า 1,000 กม. ผมเลือกรถ ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ใหม่ เป็นพาหนะ เนื่องจากมีเทคโนโลยี EYE SIGHT ติดตั้งมาด้วย ระบบจะรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าได้ตั้งแต่รถหยุดนิ่งเลยทีเดียว แถมมีระบบเบรคอัตโนมัติ และช่วยเตือนเมื่อรถกำลังออกจากช่องจราจร ทำให้การขับทางไกลสบายขึ้นเยอะ และยังมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา AWD ที่ขึ้นชื่อ ไม่ว่าจะเจอโค้งไหน ยังไงก็เอาอยู่

 

ด้วยขนาดเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 156 แรงม้า พร้อมเกียร์อัตโนมัติซีวีที 7 จังหวะ ตอนแรกคิดว่าจะเล็กไปสำหรับตัวถังขนาดใหญ่ของ ฟอเรสเตอร์ แต่เมื่อขับจริงแล้วบอกเลยว่าเหลือเฟือ และประหยัดน้ำมันมากกว่ารุ่นเดิมอย่างน่าแปลกใจ

 

DSC_1807

  • X-MODE ช่วยให้ลงเขาได้ง่ายขึ้น

 

นอกจากนี้ยังมีปุ่ม X-MODE ให้ได้ใช้ขณะลงทางลาดชัน ระบบจะช่วยหน่วงให้รถลงอย่างช้าๆ โดยไม่ต้องแตะเบรค

 

 

รู้จัก “เกาะยอ” สถานที่พักร้อนของคนทุกยุค

 

DSC_1608

  • ตอนเช้าจะมีพระเดินบิณฑบาต

 

เกาะยอ ตั้งอยู่ใน ต. เกาะยอ อ. เมือง จ. สงขลา ห่างจากใจกลางเมืองสงขลาเพียง 13 กม. เป็นเกาะที่อยู่ในทะเลสาบสงขลา มีสะพานติณสูลานนท์เชื่อมผ่านระหว่างถนนบนฝั่ง โดยสะพานมี 2 ช่วง ช่วงแรกเชื่อมระหว่าง อ. เมืองสงขลา ไปยังเกาะยอ และช่วงที่ 2 จากเกาะยอไปยัง อ. สิงหนคร เกาะยอมีภูมิทัศน์ที่สวยงาม ทั้งภูเขา ทะเลสาบ แหลม อ่าว ซึ่งสวยงามกว่าตำบลอื่น

 

DSC_2094

  • สาวน้อยเกาะยอ กำลังช่วยคุณแม่ขายของ

 

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบเชิงเขา เหมาะแก่การทำสวนเกษตร จึงมีสวนผลไม้มากมาย ที่ผลัดกันให้ผลผลิตตลอดปี เช่น ส้มโอ มะพร้าว ขนุน แต่ผลไม้ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ “จำปาดะ” ที่มีลักษณะคล้ายขนุน แต่กลิ่นหอมกว่ามาก สามารถนำไปทอดได้เหมือนกล้วยแขก หรือจะกินสดๆ ก็ยิ่งอร่อย

 

DSC_1624

  • รูปปั้นปลากะพง แลนด์มาร์คใหม่ของวัดแหลมพ้อ

 

นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชัง ทำให้บนเกาะมีร้านอาหารชั้นดีเกิดขึ้นมากมาย จนได้รับรางวัลหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP VILLAGE CHAMPION ปี 2549

 

 

วัดแหลมพ้อ พระนอนใหญ่ที่สุดในไทย

 

DSC_1400

  • วัดแหลมพ้อ มีพระนอนใหญ่สุดในประเทศไทย

 

ทันทีที่ข้ามสะพานติณสูลานนท์ จากตัวเมืองมายังเกาะยอ จะพบเห็นพระนอนองค์ใหญ่ทางซ้ายมือ แสดงว่าถึงวัดแหลมพ้อ วัดเก่าแก่ที่ชาวสงขลาให้ความเคารพนับถือแล้ว ภายในวัดประดิษฐานพระนอนปางไสยาสน์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางปรินิพพานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

 

พระอุโบสถของวัดแหลมพ้อตั้งอยู่บริเวณกลางลานวัดริมทะเลสาบสงขลา มีลวดลายหน้าบันของอุโบสถสวยงาม และเก่าแก่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ และยังมีศาลาพระพรหม เจ้าแม่กวนอิม และพระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่มีชื่อว่าสมเด็จเจ้าเกาะยอ พระพุทธรูปปูนปั้น พระพุทธรูปปางเปิดโลก ศาลาท้าวมหาพรหม ศาลาพระถังซัมจั๋ง ศาลาพระโพธิสัตว์กวนอิม ให้กราบไหว้อีกด้วย

 

DSC_1703

  • สะพานติณสูลานนท์ทางทิศเหนือ

 

ด้านหลังวัดมีตลาดขนาดเล็ก พร้อมระเบียงชมวิวกว้างขวาง สำหรับชมวิวทะเลสาบสงขลา และยังมีรูปปั้นปลากะพงที่เพิ่งสร้างเสร็จ มีฉากหลังเป็นสะพานติณสูลานนท์อีกด้วย

 

 

วัดท้ายยอ เก่าแก่กว่า 200 ปี

 

DSC_1995

  • กุฏิแบบเรือนไทยปั้นหยา อายุ 200 ปี ควรค่าแก่การอนุรักษ์

 

พุทธศาสนิกชนที่มาเกาะยอ อยากให้ขับรถอ้อมมาทางด้านท้ายของเกาะ จะพบกับ “วัดท้ายยอ” ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่กว่า 200 ปี ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย เป็นวัดที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ โดยเฉพาะ กุฏิแบบเรือนไทยปั้นหยา อายุ 200 ปี หลังคากระเบื้องดินเผา และกระเบื้องลอนแบบเก่า

 

จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ คือ เสาเรือนกุฏิจะไม่ฝังลงในดิน แต่ตั้งอยู่บนเสาปูน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของเรือนไทยทางภาคใต้เท่านั้น

 

ผมสะดุดตากับกุฏิเรือนไทยของวัดนี้ เนื่องจากเป็นกุฏิหมู่ 3 หลัง แบบเรือนไทยภาคใต้ ด้านหน้ามีลานกว้างหันออกทะเล ด้านหลังติดเขา สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

 

DSC_1960

  • อุโบสถโบราณ ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย

 

นอกจากนี้ ยังมีพระอุโบสถโบราณ บ่อน้ำโบราณ หอระฆัง โรงเรือพระ สถูป และมีร่องรอยของท่าเรือโบราณ ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของชาวเกาะยอ ด้านบนประดิษฐานเจดีย์โบราณ

 

 

เยี่ยมสวนลุงวี สัมผัสจำปาดะ ผลไม้ประจำเกาะ

 

DSC_2035

  • ลุงวีพาเดินชมสวนจำปาดะ

 

ผมได้ยินมาว่า ที่เกาะยอแห่งนี้มีชายผู้หนึ่งที่อุทิศชีวิตหลังเกษียณทั้งหมดให้กับการเกษตร หลังตามหาอยู่พักใหญ่ก็เจอกับ “สวนลุงวี” แหล่งท่องเที่ยวสวนเกษตรบนเกาะยอ ที่มีการเพาะปลูกต้น “จำปาดะขนุน” ผลไม้ขึ้นชื่อของเกาะยอ ที่มีรสชาติหวาน และมีกลิ่นหอม เมื่อสุกแล้วผิวด้านนอกจะเหมือนขนุน (แต่กลิ่นไม่ใช่)

 

DSC_2041

  • จำปาดะรสชาติหอมหวาน มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์

 

จำปาดะนั้น ถ้าจะเรียกให้ถูกต้องเรียกว่า “จำปาดะขนุน” หรือเรียกว่าขนุนกลายพันธุ์ ก็เข้าใจได้ เพราะหากนำเมล็ดจำปาดะที่นี่ไปเพาะปลูกในที่อื่นที่ไม่ใช่บนเกาะยอ เมล็ดนั้นจะกลายเป็นต้นขนุนทันที

 

ปัจจุบันจำปาดะขนุนมีการขยายพันธุ์ และนิยมปลูกกันมากบนเกาะยอ จนกลายเป็นผลไม้อัตลักษณ์ประจำท้องถิ่น และมีส่วนช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมบรรยากาศความสวยงามบนเกาะยอมากยิ่งขึ้น

 

 

ชมแสงสีทอง ความสวยงามยามเย็น

 

DSC_1593

 

ช่วงเวลาที่สวยที่สุดบนเกาะยอ คือ ช่วงเย็นยามพระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า คุณจะได้เห็นวิวของกระชังปลากะพงตั้งเรียงรายอยู่กลางทะเลสาบมากมาย เราสามารถขับรถตามถนนรอบเกาะยอเพื่อชื่นชมความสวยงามนี้ได้ ได้เห็นทั้งวิถีชีวิตของชาวประมงบนเกาะที่กำลังออกหาปลา บ้านเรือนของชาวบ้านที่กำลังวุ่นวายกับการทำกับข้าว ได้เห็นภาพของโฮมสเตย์ริมน้ำที่มีคนมาพักอย่างครึกครื้น และบางหลังก็ดูเงียบสงบน่าพักผ่อน ทุกอย่่างกลายเป็นองค์ประกอบที่ทำให้บรรยากาศยามเย็นมีเสน่ห์ที่สุด

 

DSC_1946

 

ผมประทับใจการเดินทางในครั้งนี้ นอกจากมีวิวริมทะเลสาบที่สวยงามแล้ว ยังมีวัดสวยๆ ที่ทรงคุณค่า มีร้านอาหารสดอร่อยราคาไม่แพง มีโฮมสเตย์ราคาหลักร้อยในบรรยากาศหลักล้าน แต่สิ่งที่ผมเห็นได้ชัดเจนเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ชุมชนในประเทศไทย คือ ความมีมิตรไมตรีที่ดี มีน้ำใจต่อนักท่องเที่ยว และการช่วยเหลือกันและกันในชุมชน เหตุผลเพียงเท่านี้ น่าจะพอสำหรับการมาพักผ่อนที่เกาะยอแล้วละครับ

 

 

แผนที่เส้นทาง

 

map

 

 

 

ที่กิน + ที่นอน

 

food

 

หากใครเที่ยวเกาะยอ แนะนำให้มาลองสัมผัสอาหารทะเลสดๆ ของที่นี่ โดยเฉพาะเมนูที่เกี่ยวกับ “ปลากะพง” เนื่องจากขึ้นชื่อเรื่องการเพาะเลี้ยงปลากะพง 3 น้ำ คือ น้ำเค็ม น้ำจืด และน้ำกร่อย เนื้อจะแน่น และอร่อยกว่าที่อื่น และร้านที่ต้องมาชิมให้ได้ คือ “ร้านชมจันทร์ ซีฟู้ด” ที่อยู่ริมทะเลสาบใกล้กับวัดแหลมพ้อ ร้านนี้ลูกค้าแวะเวียนมารับประทานไม่ขาดสาย เพราะเน้นวัตถุดิบที่สดเท่านั้น เรื่องรสชาติบอกเลยว่าอร่อยทุกอย่าง แถมราคาก็ถูกมากจนไม่น่าเชื่อ

 

bed

 

ที่พักบนเกาะยอมีมากมายหลากหลาย ทั้งโฮมสเตย์ริมน้ำ บนน้ำ หรือแม้แต่โรงแรมหรูขนาดกลางขึ้นไป แต่ผมกลับไปสะดุตตากับ “โรงแรมคุ้มไทรงาม แอนด์ รีสอร์ท” เนื่องจากตกแต่งแนวบาหลีดูสวยงาม และยังตั้งอยู่ติดทะเลสาบสงขลาอีกด้วย ภายในที่พักมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ราคาเริ่มต้นที่ 1,400 บาท/คืน

 

 

ขอขอบคุณ

 

DSC_1436

 

บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เอื้อเฟื้อพาหนะสำหรับการเดินทางครั้งนี้



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
ภาพโดย : เกรียงศักดิ์ ปันสม
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2563
คอลัมน์ : ชีวิตอิสระ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/AnLEC
อัพเดทล่าสุด
10 Jul 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
2.8 ล้าน
2.
0.9-1.1 ล้าน
3.
0.8-1.0 ล้าน
4.
1.2-1.6 ล้าน
5.
0.7-1.0 ล้าน
6.
7.7 แสน
7.
5.8-8.9 ล้าน
8.
5.4-8.5 ล้าน
9.
9.3 ล้าน
10.
0.9-1.2 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ