“เกาะยอ” คือ สถานที่แห่งความเงียบสงบ เรียบง่าย และมีทัศนียภาพงดงามโดยเฉพาะยามเย็น “ชีวิตอิสระ” จะพาไปสัมผัสเกาะกลางทะเลสาบสงขลาแห่งนี้
ช่วงเวลาที่สวยที่สุดบนเกาะยอ คือ ช่วงเย็นยามพระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า คุณจะได้เห็นวิวของกระชังปลากะพงตั้งเรียงรายอยู่กลางทะเลสาบมากมาย เราสามารถขับรถตามถนนรอบเกาะยอเพื่อชื่นชมความสวยงามนี้ได้ ได้เห็นทั้งวิถีชีวิตของชาวประมงบนเกาะที่กำลังออกหาปลา บ้านเรือนของชาวบ้านที่กำลังวุ่นวายกับการทำกับข้าว ได้เห็นภาพของโฮมสเตย์ริมน้ำที่มีคนมาพักอย่างครึกครื้น และบางหลังก็ดูเงียบสงบน่าพักผ่อน ทุกอย่่างกลายเป็นองค์ประกอบที่ทำให้บรรยากาศยามเย็นมีเสน่ห์ที่สุด
ผมประทับใจการเดินทางในครั้งนี้ นอกจากมีวิวริมทะเลสาบที่สวยงามแล้ว ยังมีวัดสวยๆ ที่ทรงคุณค่า มีร้านอาหารสดอร่อยราคาไม่แพง มีโฮมสเตย์ราคาหลักร้อยในบรรยากาศหลักล้าน แต่สิ่งที่ผมเห็นได้ชัดเจนเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ชุมชนในประเทศไทย คือ ความมีมิตรไมตรีที่ดี มีน้ำใจต่อนักท่องเที่ยว และการช่วยเหลือกันและกันในชุมชน เหตุผลเพียงเท่านี้ น่าจะพอสำหรับการมาพักผ่อนที่เกาะยอแล้วละครับ
หากใครเที่ยวเกาะยอ แนะนำให้มาลองสัมผัสอาหารทะเลสดๆ ของที่นี่ โดยเฉพาะเมนูที่เกี่ยวกับ “ปลากะพง” เนื่องจากขึ้นชื่อเรื่องการเพาะเลี้ยงปลากะพง 3 น้ำ คือ น้ำเค็ม น้ำจืด และน้ำกร่อย เนื้อจะแน่น และอร่อยกว่าที่อื่น และร้านที่ต้องมาชิมให้ได้ คือ “ร้านชมจันทร์ ซีฟู้ด” ที่อยู่ริมทะเลสาบใกล้กับวัดแหลมพ้อ ร้านนี้ลูกค้าแวะเวียนมารับประทานไม่ขาดสาย เพราะเน้นวัตถุดิบที่สดเท่านั้น เรื่องรสชาติบอกเลยว่าอร่อยทุกอย่าง แถมราคาก็ถูกมากจนไม่น่าเชื่อ
ที่พักบนเกาะยอมีมากมายหลากหลาย ทั้งโฮมสเตย์ริมน้ำ บนน้ำ หรือแม้แต่โรงแรมหรูขนาดกลางขึ้นไป แต่ผมกลับไปสะดุตตากับ “โรงแรมคุ้มไทรงาม แอนด์ รีสอร์ท” เนื่องจากตกแต่งแนวบาหลีดูสวยงาม และยังตั้งอยู่ติดทะเลสาบสงขลาอีกด้วย ภายในที่พักมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ราคาเริ่มต้นที่ 1,400 บาท/คืน
บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เอื้อเฟื้อพาหนะสำหรับการเดินทางครั้งนี้ บทความแนะนำ

